เข้าสู่ระบบ

แบบฝึกหัดวิชาเคมี เรื่องอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

วิชา : เคมี ระดับชั้น : มัธยมปลาย
จำนวน : 50 ข้อ ผู้เข้าชม : 50,046 การประลองฝีมือ : 1,069
หน้าหลักคลังข้อสอบ ›› | หน้าหมวดวิชา ››
progress bar
กดเพื่อ reset ข้อสอบชุดนี้
ระดับความยาก : อ่อน
1 )  เมื่อนำก๊าซไนโตรเจนมอนอกไซด์ (NO) มาทำปฏิกิริยากับก๊าซคลอรีน Cl_2 ทำให้ได้ก๊าซไนโตรซิลคลอไรด์ (NOCl) ถ้าความเข้มข้นของก๊าซไนโตรซิลคลอไรด์เพิ่มขึ้นด้วยอัตรา 0.030 mol/dm^3 .s อัตราการหายไปของก๊าซคลอรีน ณ ช่วงเวลาเดียวกันมีค่าเท่าไร
0.015
0.030
0.060
0.010
2 )  เมื่อให้โลหะแมกนีเซียมทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรครอริกเกิดปฏิกิริยาดังสมการ
	Mg  +  2HCl  rightarrow   MgCl_2  +  H_2
ถ้าใช้โลหะ Mg และ HCl จำนวนเท่ากัน การกระทำในข้อใดจะเกิดปฏิกิริยาไดเร็วที่สุด
ใช้โลหะแมกนีเซียมชิ้นโตและใช้กรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.1 โมล/ลิตร
ใช้โลหะแมกนีเซียมชิ้นโตและใช้กรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.2 โมล/ลิตร
ใช้โลหะแมกนีเซียมชิ้นเล็กๆ และใช้กรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.2 โมล/ลิตร
ใช้โลหะแมกนีเซียมชิ้นเล็กๆ และใช้กรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.1 โมล/ลิตร
3 )  การเพิ่มอุณหภูมิจะไม่เพิ่มสิ่งใดต่อไปนี้
ความเร็วของโมเลกุล
ความถี่ในการชนกันของอนุภาค
พลังงานกระตุ้น
อัตราการเกิดปฏิกิริยา
4 )  จากปฏิกิริยา A  rightarrow   2C เมื่อทำการทดลองได้ผลดังนี้

เวลา (min)

[A](10^{-2} mol/dm^3)

10

1.94

50

1.71

120

1.38

170

1.18

200

1.08

ข้อใดผิด
สาร A สลายตัวไปครึ่งหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 224 นาที
ความเข้นข้นเริ่มต้นของสาร A ประมาณ 0.02 mol/dm^3
อัตราการสลายตัวของสาร A เฉลี่ยประมาณ 4.53 times 10^{-5} mol/dm^3 . min
ความเข้มข้นของสาร A แปรผันโดยตรงกับเวลา
5 )  จากปฏิกิริยาที่กำหนดให้ต่อไปนี้ 5C_2O_{4}^{2-}(aq) + 2MnO_{4}^{-}(aq) + 16H^+(aq)  rightarrow 10CO_2(g) + 2Mn^{2+}(aq) + 8H_2O(l) ถ้าต้องการวัดอัตราการเกิดปฏิกิริยา ควรใช้วิธีใดจึงจะเหมาะที่สุด
วัดปริมาตรของก๊าซ CO_2 ที่เกิดขึ้น
วัดมวลของน้ำที่เกิดขึ้น
วัดความเข้มข้นของ C_2O_{4}^{2-} ที่ลดลง
วัดสีของ MnO_{4}^{-} ที่เกิดขึ้น
6 )  ข้อใดเป็นปฏิกิริยาเคมีประเภทเนื้อผสม
HCl(aq) + NaOH(aq)  rightarrow  NaCl(aq) + H_2O(l)
CaCO_3(s) + 2HCl(aq)  rightarrow  CaCl_2(aq) + H_2O(l) + CO_2(g)
CuSO_4(aq) + NaOH(aq)  rightarrow  Cu(OH)_2(aq) + Na_2SO_4(aq)
2H_2(g) + O_2(g)  rightarrow  2H_2O(g)
7 )  ปฏิกิริยา A(g)  +  B(g)  rightarrow  2C(g)  +  D(g) มีกฎอัตราเป็นดังนี้ V  =  k[A]^2[B]
	ก.  ถ้าความเข้มข้นของ A เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า V จะมีค่าเพิ่มขึ้น 4 เท่า
	ข.  ถ้าความเข้มข้นของ B ลดลงครึ่งหนึ่ง V จะมีค่าเป็น 2 เท่าของของเดิม
	ค.  ถ้าลดปริมาตรของภชนะลงครึ่งหนึ่ง V จะเพิ่มขึ้น 8 เท่า
	ง.  ถ้าเพิ่มอุณหภูมิ V จะมีค่ามากขึ้น
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก, ค และ ง
ข และ ง
ก และ ง
ทุกข้อ
8 )  จากปฏิกิริยา C  +  2D  rightarrow  E  +  F มีความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเกิดปฏิกิริยา (V) กับความเข้มข้นของสารตั้งต้นดังนี้ 58543 ข้อใดถูกต้อง
V  =  k[C]
V  =   k[C][D]^2
V  =   k[D]
ไม่มีข้อถูก
9 )  ปฏิกิริยา A  rightarrow  B  +  C มีกฎอัตราดังนี้ V  =  k[A]^2 กราฟข้อใดถูก
58544
58545
58546
58547
คำชี้แจง ใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 10-11

 เมื่อให้  NO_2 ทำปฏิกิริยากับ CO จะได้ CO_2 และ NO ดังสมการ

 NO_2 +  CO  rightarrow  CO_2  +  NO

ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 225 °C พบว่ากลไกของปฏิกิริยาเกิดขึ้น 2 ขั้น ดังนี้

 NO_2 +  NO_2  rightarrow  NO_3  +  NO ช้า
 NO_3 +  CO  rightarrow  NO_2  +  CO_2 เร็ว

แต่เมื่อให้อุณหภูมิสูงกว่า 225 °C ปรากฏว่าปฏิกิริยาจะเกิดขึ้นเพียงขั้นเดียว
10 )  ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของสารตั้งต้นกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาที่อุณหภูมิต่ำกว่า 225 °C คือ
V  =  k[NO_2][CO]
V  =  k[NO_2]
V  =  k[NO_2]^2
V  =  k[NO_3][CO]
11 )  ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของสารตั้งต้นกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาที่อุณหภูมิสูงกว่า 225 °C คือ
V  =  k[NO_2][CO]
V  =  k[NO_2]
V  =  k[NO_2]^2
V  =  k[NO_3][CO]
12 )  จากการศึกษาเกี่ยวกับอัตราเร็วของปฏิกิริยา 2N_2O_5(g)  rightarrow  2NO_2(g)  +  O_2(g) ได้ผลการทดลอง 2 ช่วงดังนี้

ช่วงที่

เวลา (s)

ความเข้มข้นของ O_2 (mol/l)

1

600

1,200

0.0021

0.0036

2

4,200

4,800

0.0072

0.0075

จงพิจารณาว่าข้อใดถูกต้องที่สุด
อัตราเร็วช่วงแรกมีค่าเท่ากับช่วงที่สอง
อัตราเร็วช่วงที่สองมีค่าสูงกว่าช่วงแรก
อัตราเร็วช่วงแรกมีค่าเป็น 5 เท่าของช่วงที่สอง
อัตราเร็วช่วงที่สองมีค่าเป็น 2 เท่าของช่วงแรก
13 )  จากปฏิกิริยา Zn(s)  +  H_2SO_4(aq) rightarrow  ZnSO_4(aq)  +  H_2(g) ถ้าพบว่าอัตราการลดลงของ Zn เท่ากับ 13.0 g/s อัตราการเกิดก๊าซ H_2 จะเป็นกี่ dm^3/s เมื่อวัดปริมาตรก๊าซที่ STP (มวลอะตอม Zn = 65)
2.24
4.48
6.68
8.96
14 )  ถ้าให้สาร A ทำปฏิกิริยากับสาร B โดยมีสาร C เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่อุณหภูมิหนึ่ง พบว่าเลขอันดับของปฏิกิริยามีค่าเท่ากับ 0, 2 และ 0 เมื่อเทียบกับสาร A, B และ C ตามลำดับ จงหาว่าสมการแสดงกฎอัตราของปฏิกิริยานี้ ตรงตามข้อใดมากที่สุด
อัตราเร็ว =  k[A][B]^2
อัตราเร็ว =  k[B]^2
อัตราเร็ว =  k[A][B]
อัตราเร็ว =  k[A][B]^2[C]
15 )  จงหาค่าคงที่อัตรา (k) ที่ได้จากกฎอัตราตามข้อ 14 ถ้าปฏิกิริยานั้นมีอัตราเร็วเท่ากับ X mol/l.s และใช้สาร A และ B มีความเข้มข้นเท่ากับ a และ b mol/l ตามลำดับ
displaystylefrac{X}{ab^2} l^2/mol^2.s
displaystylefrac{X}{b^2} l/mol.s
displaystylefrac{X}{ab} l/mol.s
displaystylefrac{X}{a^2b} l^2/mol^2.s
16 )  ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ NH_3(g) จาก H_2(g) และ N_2(g) โดยมีอัตราการเกิดผลผลิตเท่ากับ 0.80 mol/dm^3 . sec จงหาอัตราการลดลงของสารตั้งต้นทั้งสองเป็น mol/dm^3 . sec ตามลำดับ
1.20 และ 0.40
2.40 และ 0.80
1.20 และ 0.80
0.80 และ 0.80
17 )  จากปฏิกิริยา 2A  rightarrow  3B ถ้าความเข้มข้นของ A ลดลงจาก 0.568 M เป็น 0.552 M ในช่วงเวลา 2.50 นาที จงคำนวณหาอัตราการเกิดสาร B
1.60 times 10^{-4} M/s
1.07 times 10^{-4} M/s
7.11 times 10^{-5} M/s
3.55 times 10^{-5} M/s
18 )  ปัจจัยใดต่อไปนี้ มีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง
	ก.  การเพิ่มปริมาณสารตั้งต้น	ข.  การลดอุณหภูมิและความดัน
	ค.  การเติมเอนไซม์ 		ง.  การใช้สารในลักษณะที่เป็นก้อนแทนสารที่เป็นผง
ก และ ข
ก และ ง
ค และ ง
ข และ ง
19 )  ข้อความใดถูกต้องสำหรับการเกิดปฏิกิริยาเคมี
โมเลกุลที่มีพลังงานจลน์สูงกว่าค่าพลังงานกระตุ้น เมื่อชนกันแล้วจะเกิดเป็นผลผลิตทุกครั้ง
บางปฏิกิริยาความเข้มข้นของสารตั้งต้นไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา
อัตราการเกิดปฏิกิริยาคืออัตราการชนโมเลกุลสารตั้งต้น
อัตราการเกิดปฏิกิริยาของปฏิกิริยาดูดความร้อนจะช้าลงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
20 )  ตัวเร่งปฏิกิริยา ไม่มีผลต่อข้อใด
ค่าพลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยา
ค่าความร้อนที่ดูดหรือคายของปฏิกิริยา
อัตราการเกิดปฏิกิริยา
วิถีที่ดำเนินไปของปฏิกิริยา
คำชี้แจง ข้อมูลต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 21-22

N_2O_4(g)  rightleftharpoons  2NO_2(g) - heat
 
ปฏิกิริยานี้เกิดย้อนกลับได้ แต่ช้ากว่าปฏิกิริยาไปข้างหน้า
21 )  ถ้าต้องการให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้าเพิ่มขึ้นควรทำอย่างไร
เพิ่มอุณหภูมิ
เพิ่มความเข้มข้นของ N_2O_4
ลดปริมาตร
ทั้ง 3 ข้อถูก
22 )  ข้อความในข้อใดถูกต้องที่สุด
พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาย้อนกลับสูงกว่าปฏิกิริยาไปข้างหน้า
เมื่อเพิ่มอุณหภูมิพลังงานก่อกัมมันต์จะลดต่ำลง ปฏิกิริยาจะเกิดเร็วขึ้น
เมื่อลดอุณหภูมิปฏิกิริยาไปข้างหน้าจะเกิดเร็วขึ้น
เมื่อลดความดันโมเลกุลของ N_2O_4 จะชนกันมากขึ้นปฏิกิริยาไปข้างหน้าจึงเกิดเร็วขึ้น
23 )  ถ้าเอนไซม์ซูเครส เป็นคะตะลิสต์ในขบวนการย่อยน้ำตาลซูโครส แสดงว่าเอนไซม์ซุเครสสามารถย่อยสารใดต่อไปนี้ได้อีก
แป้ง (คาร์โบไฮเดรต)
น้ำตาลอื่น
ทั้ง 1 และ 2
ไม่มีข้อถูก
24 )  ถ้าต้องการให้ปฏิกิริยา 2KClO_3(s)  rightarrow  2KCl(s)  +  3O_2(g) เกิดเร็วขึ้นควรทำอย่างไร
เพิ่มความเข้มข้นของ KClO_3 และใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา
บด KClO_3 ให้ละเอียดและใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา
ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาและใช้ความกดดัน
เพิ่มความเข้มข้นของ KClO_3 และเพิ่มอุณหภูมิ
25 )  เมื่อให้แมกเนเซียม อยู่ในอากาศจะไม่มีปฏิกิริยาเกิดขึ้น จนกว่าจะจุดด้วยไม้ขีด แสดงว่า
ปฏิกิริยาระหว่างแมกนีเซียมกับออกซิเจนเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
เมื่อจุดด้วยไม้ขีดแมกเนเซียมจึงสัมผัสกับ O_2
สภาพปกติแมกเนเซียมและ O_2 มีพลังงานสูงไม่พอ
พลังงานความร้อนจากไม้ขีดไฟไปลดพลังงานกระตุ้นลง
26 )  เมื่อเผาโพแทสเซียมคลอเรต (KClO_3) จะได้โพแทสเซียมคลอไรด์และออกซิเจน 2KClO_3(s)  rightarrow^{MnO_2}  2KCl(s)  +  3O_2(g) จากปฏิกิริยาดังกล่าวเมื่อเราต้องการทราบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี เราควรวัดปริมารสารใด จึงจะสะดวกและรวดเร็วที่สุด
ปริมาณ KClO_3 ที่ใช้ไป
ปริมาณ O_2 ที่เกิดขึ้น
ปริมาณ KCl ที่เกิดขึ้น
สังเกตสี KClO_3 ที่เปลี่ยนไป
27 )  ปฏิกิริยาในข้อใดที่อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีขึ้นอยู่กับพื้นที่ผิว
2KI(aq)  +  Pb(NO_3)_2(aq)  rightarrow  2KNO_3(aq)  +  PbI_2(s)
2NO(g)  +  O_2(g)  rightarrow  2NO_2(g)
Fe^{2+}(aq)  +  Ag^+(aq)  rightarrow  Fe^{3+}(aq)  + Ag(s)
Zn(s)  +  Cu^{2+}(aq)  rightarrow  Zn^{2+}(aq)  +  Cu(s)
28 )  เราทราบได้อย่างไรว่า MnO_2 เป็นเพียงตัวเร่งปฏิกิริยาในการเผา KClO_3
MnO_2 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้นในระหว่างที่เกิดปฏิกิริยาเคมี
มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านฟิสิกส์เท่านั้นสมบัติทางเคมีไม่เปลี่ยนอย่างถาวร
ปริมาณและคุณภาพของ MnO_2 ยังเหมือนเดิม
ถูกทั้ง 2 และ 3
29 )  คำชี้แจง ข้อมูลต่อไปนี้ใช้ประกอบการตอบคำถามข้อ 29

ลำดับที่

ปฏิกิริยา

พลังงานก่อกัมมันต์ (kJ/mol)

1

NO + O_3 rightarrow NO_2 + O_2

10.45

2

Br + H_2 rightarrow HBr + H

73.57

3

Cl + H_2 rightarrow HCl + H

23.0

4

2HI rightarrow H_2 + I_2

110

ปฏิกิริยาใดเกิดได้ง่ายและเร็วที่สุด
1
2
3
4
30 )  ข้อความในข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับตัวเร่งปฏิกิริยา
ทำให้ได้สารใหม่เพิ่มมากขึ้น
ทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้นกว่าเดิม
ทำให้ขั้นตอนของปฏิกิริยาเปลี่ยนไป
ทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาลดลง
31 )  การเพิ่มอุณหภูมิ 10 °C ทำให้อัตราการชนกันของโมเลกุลเพิ่มขึ้นเพียง 1% แต่เพราะเหตุใดอัตราการเกิดปฏิกิริยาจึงเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
พลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยาลดลงปฏิกิริยาจึงเกิดเร็ว
อนุภาคอยู่ชิดกันมากขึ้นจึงรวมตัวกันง่าย
จำนวนอนุภาคที่มีพลังงานสูงพอมีมากขึ้น
อนุภาคเคลื่อนที่ช้าลงโอกาสที่จะรวมกันจึงง่ายขึ้น
คำชี้แจง ใช้กราฟและข้อความต่อไปนี้ ประกอบการตอบคำถามข้อ 32-34
 สาร A ทำปฏิกิริยากับสาร B ได้สาร C และกราฟต่อไปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานของสารตั้งต้น พลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยาและพลังงานของสารใหม่
58554
32 )  อาศัยข้อความและกราฟ จงพิจารณาว่าข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้อง
พลังงานของสาร A สูงกว่าสาร B และสูงกว่าสาร C
พลังงานของสาร A สูงกว่าสาร B และต่ำกว่าสาร C
พลังงานของสาร A และสาร B สูงกว่าสาร C
พลังงานของสาร A และสาร B ต่ำกว่าสาร C
33 )  จากกราฟช่วงใดที่แสดงถึงค่าพลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยานี้
PQ
PR
PS
QR
34 )  ถ้าใส่ตัวเร่งปฏิกิริยาลงไปด้วย กราฟแต่ละส่วนจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
จุด x และจุด Y คงที่ จุด P สูงกว่าเดิม
จุด x และจุด Y คงที่ จุด P ลดต่ำลง
จุด x จุด Y และจุด P ลดต่ำลง
จุด x จุด Y และจุด P สูงกว่าเดิม
35 )  เมื่อให้ก๊าซ NO รวมกับก๊าซO_2 จะเกิดก๊าซสีน้ำตาลแดงขึ้นทันทีที่อุณหภูมิห้อง ถ้าให้ก๊าซ H_2 รวมกับกาซ O_2 ที่อุณหภูมิห้องจะไม่เกิดอะไรเลย แต่ถ้าให้ความร้อนแก่ก๊าซ 2 ชนิดหลัง ในตอนเริ่มต้นจะเกิดปฏิกิริยา ปฏิกิริยาทั้งสองนี้คายความร้อน ข้อสรุปข้อใดผิด
ปฏิกิริยาระหว่าง NO กับ O_2 มีพลังงานกระตุ้นต่ำ
ปฏิกิริยาระหว่าง H_2 กับ O_2 มีพลังงานกระตุ้นสูง
ถ้าเพิ่มอุณหภูมิแก่ปฏิกิริยาระหว่าง NO กับ O_2 พลังงานกระตุ้นจะสูงขึ้นกว่าเดิม
ถ้าเพิ่มอุณหภูมิแก่ปฏิกิริยาระหว่าง H_2 กับ O_2 ในตอนเริ่มต้นพลังงานกระตุ้นจะสูงขึ้นกว่าเดิม
คำชี้แจง ข้อมูลตามที่ปรากฏในรูปใช้ประกอบการตอบคำถามข้อ 36-37
58556
36 )  คำชี้แจง ข้อมูลตามที่ปรากฏในรูปใช้ประกอบการตอบคำถามข้อ 36-37 58556 พลังงานกระตุ้นสำหรับปฏิกิริยาที่ดำเนินจากซ้ายไปขวาคือ
W
X – W
Y – X
Y – W
37 )  ถ้าเติมตัวเร่งปฏิกิริยาลงในปฏิกิริยานี้ส่วนใดจะมีการเปลี่ยนแปลง
X
W
Y – X
W – X
38 )  ใส่แท่งโลหะสังกะสีรูปทรงกลม 1 cm^3 ลงในลงกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.1 โมล/ลิตร 20 cm^3 แล้วเขย่าเบาๆ ถ้าเพิ่มสิ่งต่อไปนี้เป็นสองเท่า อะไรจะทำให้อัตราเร็วของการเกิดก๊าซไฮโดรเจนเพิ่มมากที่สุด
พื้นที่ผิวของ Zn
ปริมาตรของ Zn
ปริมาตรของ HCl
ความเข้มข้นของ HCl
39 )  ข้อใดเป็นเหตุผลที่ถูกต้องที่สุดเพื่อแสดงว่า อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
โมเลกุลของสารนั้นจะมีการชนกันมากขึ้น
จะทำให้ความดันเพิ่มขึ้น
ทำให้พลังงานกระตุ้นเพิ่มขึ้น
โมเลกุลบางส่วนมีพลังงานสูงเกิดขึ้น
40 )  มีปฏิกิริยาระหว่างของแข็งกับก๊าซชนิดหนึ่งซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ถ้าต้องการทำให้อัตราของการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น จะต้องทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร
ลดความดันของก๊าซ
ลดอุณหภูมิลง
ลดขนาดของของแข็งลง
รักษาความกดดันให้คงที่
41 )  ในการศึกษาปฏิกิริยาเคมีโดยทั่วไปมักต้องการให้ปฏิกิริยาเกิดขึ้นเร็วดังนั้นเวลาทำการทดลองจึงมักกระทำอย่างไร
อุ่นให้ร้อนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ
ใช้สารละลายมีความเข้มข้นสูง
ใช้วิธีคนอย่างสม่ำเสมอ
ใช้วิธีการทั้ง 1, 2 และ 3
42 )  การทดลองในข้อใดมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงที่สุดที่อุณหภูมิเดียวกัน
ใส่แผ่นสังกะสี 1 ชิ้นหนัก 1 กรัมลงในกรด HCl 0.1 mol/dm^3
ใส่แผ่นสังกะสี 2 ชิ้นหนักชิ่นละ 0.5 กรัมลงในกรด HCl 0.2 mol/dm^3
ใส่สังกะสีละเอียดหนัก 1 กรัมลงในกรด HCl 0.1 mol/dm^3
ใส่สังกะสีละเอียดหนัก 1 กรัมลงในกรด HCl 0.2 mol/dm^3
43 )  ตามทฤษฎีการชนกันของโมเลกุลและทฤษฎีของก๊าซ ข้อใดเป็นขั้นตอนที่กำหนดอัตราเร็วของปฏิกิริยารวม
ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยที่ดำเนินไปช้าที่สุด
ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยที่ดำเนินไปเร็วที่สุด
ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยขั้นแรกๆ
ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยขั้นสุดท้าย
44 )  เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นอัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นด้วยเพราะเหตุผลข้อใด (ให้ตอบข้อที่ถูกที่สุด)
จำนวนโมเลกุลที่มีพลังงานสูงกว่าพลังงานกระตุ้นเพิ่มมากขึ้น
โมเลกุลที่มีพลังงานสูงกว่าพลังงานกระตุ้นชนกันมากขึ้น
จำนวนโมเลกุลที่มีพลังงานสูงพอเพิ่มมากขึ้นและมีการชนกันมากขึ้น
โมเลกุลทั้งหมดของสารตั้งต้นมีพลังงานกระตุ้นและชนกันมากขึ้นอย่างถูกทิศทาง
45 )  เมื่อนำก๊าซ N_2O_5 ไปละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ชนิดหนึ่ง N_2O_5 จะสลายตัวดังสมการ 2N_2O_5(g)  rightarrow 4NO_2(g)  +  O_2(g) ถ้า N_2O_5 ละลายได้ในตัวทำละลายอินทรีย์นั้น แต่ O_2 ไม่ละลาย เราจะวัดอัตราการเกิดปฏิกิริยานี้ด้วยวิธีใดไม่ได้
การวัดปริมาตรของก๊าซ O_2 ที่เกิดขึ้น
การวัดความดันของก๊าซ O_2 ที่เกิดขึ้น
การวัดการนำไฟฟ้าของสารละลาย
การวัดมวลของสารละลาย
46 )  การที่อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นนั้นเป็นเพราะเหตุใด
โมเลกุลชนบ่อยครั้งขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
โมเลกุลชนกันแรงขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
โมเลกุลที่มีพลังงานพอที่จะเกิดปฏิกิริยา มีจำนวนมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
พันธะในโมเลกุลของสารตั้งต้นจะถูกทำละลายได้ง่ายเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
47 )  จากการทดลองวัดอัตราการเกิดปฏิกิริยา โดยการจับเวลาตั้งแต่เริ่มต้นจนปฏิกิริยาสิ้นสุดที่อุณหภูมิต่างๆ กัน พบว่าได้ผลดังนี้

อุณหภูมิ (°C)

เวลาที่ใช้ ( วินาที )

16

400

40

50

56

12.5

อัตราเร็วของปฏิกิริยานี้จะเพิ่มเป็น 2 เท่าเมื่อเพิ่มอุณหภูมิขึ้นเท่าใด
8 °C
10 °C
12 °C
16 °C
48 )  ตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นของแข็ง สามารถเพิ่มอัตราเร็วของปฏิกิริยาระหว่างก๊าซได้ดังนี้
	I    ดูดซับโมเลกุลของสารตั้งต้นไว้บนผิว
	II   ทำให้พลังงานพันธะในโมเลกุลของสารตั้งต้นมีค่าลดลง
	III  ทำให้พลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยามีค่าลดลง
	IV   ทำให้โมเลกุลของสารตั้งต้นมีพลังงานเฉลี่ยสูงขึ้น
ข้อความข้างต้นนี้ข้อความใดถูกต้อง
I, II และ III เท่านั้น
I และ III เท่านั้น
II และ IV
IV เท่านั้น
49 )  กลไกของปฏิกิริยาออกซิเดชัน จาก V^{3+} ไปเป็น V^{4+} มี 2 ขั้นตอนดังนี้ V^{3+}  +  Cu^{2+}  rightarrow  V{4+}  +  Cu^+  Cu^{2+}  +  Fe^{3+}  rightarrow  Cu{2+}  +  Fe^{2+} คะตะไลส์ของปฏิกิริยาคือตัวใด
V^{4+}
Cu^{2+}
Fe^{3+}
Fe^{2+}
50 )  ในปฏิกิริยา  Mg(s) +  2HCl(aq)  rightarrow  MgCl_2(aq)  +  H_2(g) พบว่าเมื่อปฏิกิริยาใกล้จะสิ้นสุดนั้น อัตราการเกิดก๊าซไฮโดรเจนจะลดลง ทั้งนี้เพราะเหตุใด
ผลิตภัณฑ์รวมตัวกันกลับไปเป็นสารตั้งต้นมากขึ้น
ความเข้มข้นของสารตั้งต้นลดลง
อุณหภูมิของของผสมจะลดลงเนื่องจากพลังงานถูกใช้ไป
ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นทำหน้าที่เป็นตัวขัดขวางปฏิกิริยา