CafeMagazineAfterhourClass-ExamLinksCamp-Excursion

 

Microalgae ในเชิงอุตสาหกรรม

Microalgae หรือสาหร่ายขนาดจิ๋ว คือสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่ส่วนมากจะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำทั่วๆไป ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มสิ่งมีชีวิตพวกนี้ สามารถสร้างอาหารเองได้เช่นเดียวกับพืชที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี บางคนเรียกมันเป็นพืชขนาดจิ๋ว microalgae นี้สามารถจำแนกได้หลายประเภท ในคอลัมน์นี้ ผมขอแนะนำคร่าวๆเฉพาะพวกที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรมเท่านั้น

ประโยชน์ของ microalgae

- Microalgae เป็นแหล่งของสารอาหาร่ต่างๆที่มีคุณค่าต่อร่างกายมนุษย์ ตัวอย่างเช่น โปรตีน, กรดไขมัน, คาร์โบไฮเดรต, ไวตามิน, และเกลือแร่ต่างๆ เหมือนกับผักผลไม้ที่เราทานกันเป็นประจำ อีกทั้งยังเป็นแหล่งของสารประเภท antioxidants ที่มีส่วนช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยให้ผิวหน้า ดูอ่อนเยาว์

- Pigment บางอย่างที่สกัดจาก microalgae ยังสามารถนำมาเป็นสีผสมอาหารในการบริโภค ทั้งของคนและสัตว์

- สาร antioxidant บางตัวจาก microalgae เช่น Lutein, Zeaxanthin ยังถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

- ในอนาคตอาจจะมีการศึกษาค้นคว้าเพื่อผลิตยาต่างๆ และ enzyme จาก microalgae อีกด้วย

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จาก microalgae ของบริษัท Martek Biosciences Corp.

การเพาะเลี้ยง microalgae

โดยทั่วๆไป การเลี้ยง microalgae เพื่อการอุตสาหกรรมนั้นจะทำการเลี้ยงในบ่อขนาดใหญ่ ที่มีการออกแบบเป็นอย่างดี microalgae นี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่เจริญเติบโตได้รวดเร็ว โดยอาศัยเพียงแค่วัตถุดิบที่มีอยู่มากมายในธรรมชาติ เช่น แสงแดด น้ำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และแร่ธาตุต่างๆ ดังนั้นการเลี้ยงจึงไม่จำเป็นต้องดูแลอย่างใกล้ชิดมากเหมือนพืชหรือสัตว์อื่นๆ บ่อที่เลี้ยงนี้จะมีส่วนที่เชื่อมต่อกับส่วนจัดเก็บซึ่งจะทำการกรองและแยกเอา microalgae เหล่านี้ออกจากน้ำที่มันอาศัยอยู่ จากนั้นก็เข้าสู่ขบวนการต่างๆที่เกี่ยวข้องต่อไป เช่นการทำสาหร่ายอัดเม็ด การสกัดสารต่างๆ เป็นต้น บางโรงงานที่มีงบประมาณสูงอาจจะทำการเลี้ยง microalgae เหล่านี้ในระบบปิด ที่เรียกว่า photobioreactor ซึ่งจะสามารถควบคุมการเจริญเติบโตของสาหร่ายได้แม่นยำกว่า

ตัวอย่างบ่อที่ใช้เลี้ยงสาหร่ายต่างๆ

microalgae ที่เป็นที่นิยมในภาคอุตสาหกรรม

Dunaliella (โดยเฉพาะ Dunaliella salina) เป็นสาหร่ายสีเขียว (green alga) ที่จะสะสมสารประเภท carotenoids ไว้ในเซลล์เมื่ออยู่ในที่แสงจ้าๆ ดั้งนั้นมันจึงมีสีออกส้มมากกว่าที่จะเป็นสีเขียว สาหร่ายประเภทนี้เป็นที่นิยมเลี้ยงเพื่อนำมาสกัดเอาสาร b-carotene ซึ่งเป็นตัว antioxidant ที่ดีตัวนึง นอกจากนี้ b-carotene ยังเป็นเป็นแหล่งกำเนิดของไวตามิน A อีกด้วย b-carotene จาก Dunaliella นั้นมีอยู่ถึง 90% ของ carotenoids ที่สาหร่ายประเภทนี้สร้างขึ้นมา

Haematococcus เป็นสาหร่ายสีเขียวเช่นเดียวกับ Dunaliella เมื่ออยู่ในที่แสงจัดมันจะมีสีแดงของสาร astaxanthin ซึ่งเป็นแหล่ง antioxidants ที่มีประสิทธิภาพสูงตัวหนึ่ง astaxanthin ได้รับการพิสูจน์ว่า มีส่วนช่วยในการบรรเทา หรือป้องกันโรคต่างๆ ในสัตว์เช่น มะเร็ง, Alzheimer's and Parkinson's Disease, หรือโรคที่เกี่ยวกับ cholesterol เป็นต้น

Chlorella เป็นสาหร่ายสีเขียวอีกตัวที่เป็นที่นิยมเลี้ยงในเชิงอุตสาหกรรม มันเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ปริมาณโปรตีนที่ได้นั้นมากกว่าเนื้อสัตว์เสียอีกถ้าบริโภคในปริมาณที่เท่ากัน

Spirulina เป็นสาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว (Cyanobacteria) ซึ่งแตกต่างจากสาหร่ายที่กล่าวมาข้างต้น อย่างไรก็ตาม Spirulina เป็นแหล่งโปรตีนที่วิเศษอย่างมากเช่นเดียวกับ Chlorella มันมีปริมาณโปรตีนอยู่ถึง 60% ของน้ำหนักเซลล์ นอกจากโปรตีนแล้ว Spirulina ยังมีแร่ธาตุอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นเดียวกับพืชสีเขียวทั่วๆไป แต่มีในปริมาณที่มากกว่า Spirulina เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหลายๆ ประเทศ มีหลายบริษัทผลิตอาหารเสริม ในรูปของสาหร่ายอัดเม็ด หรือทำในรูปแบบคล้ายๆน้ำผลไม้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเครื่องดื่มยี่ห้อ Odwalla

Reference

รายละเอียดเกี่ยวกับ technology ของ microalgae และผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้นสามารถหาเพิ่มเติมได้จาก web site ของบริษัทเหล่านี้ (ไม่ได้เป็นการโฆษณาให้กับบริษัทเหล่านี้ แต่หวังจะว่าเป็นแหล่งข้อมูลให้ผู้ที่สนใจ ศึกษาเพิ่มเติมได้เรียนรู้มากขึ้นครับ)

Aquasearch Inc. http://www.aquasearch.com

Cyanotech Corp. http://www.cyanotech.com

Martek Biosciences Corp. http://www.martekbio.com

Taiwan Chlorella Manufacturing Co. Ltd. http://www.taiwanchlorella.com

 



What'sNew SiteMap Search Home Guide Afterhour Webboard Exambank Magazine


Warning: readfile(/home/httpd/vhosts/vcharkarn.com/httpdocs/snippets/vmag/bottomband_issue001.txt) [function.readfile]: failed to open stream: No such file or directory in /opt/vcharkarn/httpdocs/magazine/issue2/issue002_akebio.php on line 133
Next Back V Magazine