'... And In
The Beginning.'
สวัสดีครับ ก่อนอื่นก็เห็นจะต้องขอแนะนำคอลัมน์ใหม่อันนี้กันก่อน คุณผู้อ่านจะได้เข้าใจว่ากำลังอ่านอะไรอยู่
อยากจะให้รู้ตรงกันก่อนท่ีจะเริ่มนะครับ จะได้ไม่อ่านๆ ไปแล้วเกิดงงว่ากำลังอ่านนิยายน้ำเน่า
ไม่เข้าท่าอยู่
ก็ตามคำเรียกร้องละครับ ท่ีอยากจะให้มีคอลัมน์ท่ีค่อนข้างจะกระเดียด ไปทางศิลปะหน่อย
คอลัมน์น้ีก็จึงเกิดขึ้นมา อาจจะดูไม่ค่อยศิลปะเท่าไร แต่ก็ไม่วิทยาศาสตร์นะครับ
จริงๆ แล้ว เรื่องเกี่ยวกับตำนานเทพเจ้าชาวกรีกเนี่ยะ
จัดอยู่ในหมวดวิชา Humanities หรือจะให้ละเอียดหน่อยก็เป็น Classic ครับ
สำหรับเจ้าวิชา Classic เนี่ยะ (ตามท่ีมหาวิทยาลัย Cornell แห่งเมือง Ithaca,
New York ได้จัดสอนไว้) ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ตำนาน ภาษาท่ีเก่ามากๆ
เช่น Latin หรือ Sanskrit หรือเกี่ยวกับ วัฒนธรรมเก่าแก่ของชาวกรีกและโรมัน
แล้วก็เนื่องจากผมก็มีความรู้แค่เรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้าชาวกรีก ซึ่งเป็นสิ่งท่ีผมเคยเรียนด้วยความอยากรู้
ก็เลยเขียนได้แค่น้ี หากท่านผู้อ่านท่านใดอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับภาษา Latin
หรืออย่างอื่นละก็ เห็นจะต้องรอถามผู้รู้คนอื่นละนะครับ จริงๆ แล้วท่านผู้อ่านหลายๆ
ท่านอาจจะรู้จักเทพเจ้าเหล่าน้ีกันดีอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น Apollo (อพอลโล)
เทพเจ้าแห่งดนตรี ดวงอาทิตย์ ศาสนา และอีกหลายๆ อย่าง หรืออาจจะเป็น Aphrodite
(อัฟโรดิตี) เทพเจ้าแห่งความรักและกามารมณ์ ท่ีชาวโรมันจะรู้จักกันในนามของ
Venus (วีนัส) จะว่าไปแล้ว เรื่องนี้เนี้ยะ จัดอยู่ในประเภทตำนานนะครับ
แต่ท่านผู้อ่านจะคิดว่าอ่านนิยายก็ได้ เพราะจริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องท่ีแต่งขึ้นมาโดยนักประพันธ์ชาวกรีก
ทว่าเนื่องจากคนแต่งมีหลายคน และเราก็ไม่รู้แน่ว่าใครเป็นต้นฉบับ แถมแต่ละฉบับก็ดันแตกต่างกันนิดหน่อยเสียด้วย
เราก็เลยต้องตกลงกันก่อนด้วยนะครับ ว่าเราจะคุยกันถึงฉบับท่ีใครแต่ง หากอย่างไร
จะได้ยิบยกขึ้นมาอ้างได้ ในกรณีท่ีข้อความท่ีผมเขียน ขัดแย้งกับท่ีผู้อ่านบางคนทราบอยู่แล้ว
เอาเป็นว่าผมจะเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง ตามนักประพันธ์สามคนก็แล้วกันนะครับ
สามคนน้ีก็คือ Apollodorus, Hesiod, และ Homer จะปนๆ กันไปนะครับ แรกๆ
อาจจะสับสนหน่อย แต่รับรองว่า ถ้าท่านชอบเรื่องอย่างนี้ละก็ สนุกแน่ครับ
จะเริ่มแล้วครับ ขอตกลงอีกนิดเดียว เกี่ยวกับชื่อเทพเจ้าท้ังหลายนะครับ
ในการบอกชื่อเทพเจ้าแต่ละคน ผมจะขอใช้ภาษาอังกฤษนะครับ แต่หากว่าเป็นครั้งแรกในฉบับ
ผมก็จะใส่วงเล็บคำอ่านให้ด้วย ตกลงนะครับ (ดูตัวอย่างท่ี Apollo กับ Aphrodite) เริ่มแล้วครับ
ตาม Hesiod, เรื่องน้ีมันเริ่มตรงท่ีเทพเจ้าท่ีชื่อ Chaos (เคออส) ซึ่งแปลว่าความว่างเปล่า
ก็อย่างท่ีชื่อบอกนั้นแหละครับ ว่างเปล่าจริงๆ ทั้งจักรวาลไม่มีอะไรเลย
จากนั้นก็มี Gaia (กายยา) ซึ่งแปลว่าดิน, Tartarus (ทาทารัส) ซึ่งแปลว่านรก
และ Eros ซึ่งแปลว่าตัญหา เกิดขึ้นมา แล้ว Gaia ก็ให้กำเนิด Uranus (ยูเรนัส)
ซ฿ึ่งเป็นเทพแห่งท้องฟ้า โดยลำพัง แต่ตาม Apollodorus แล้ว เรื่องมันเริ่มตรงท่ี
Gaia เลย แตกต่างกันนิดหน่อย นะครับ ไม่มาก แล้ว Uranus ก็ได้เป็นผู้ปกครองเทพเจ้าทั้งหมดเป็นคนแรก
ต้องเข้าใจอีกนิดนะครับว่า เทพเจ้ากรีก ส่วนใหญ่จะเป็นตัวแทนของสิ่งต่าง
ๆ ทั้งรูปธรรม และ นามธรรม ตัวอย่างก็เช่น Uranus นั้นแหละครับ เวลาพูดถึง
Uranus ก็ให้คิดถึงท้องฟ้า ความกว้างใหญ่ท่ีแผ่ปกคลุมพื้นดิน หรือ Eros
ซึ่งเป็นความรู้สึก เป็นนามธรรม มีผลกับทุกสิ่งทั้งเทพเจ้าและมนุษย์ เวลาอ่าน
ก็ลองคิดตามไปด้วยนะครับ จะคิดว่า Tartarus เป็นเทพเจ้าแห่งนรก เป็นผู้สร้างนรก
หรือเป็นตัวนรกเองก็ได้ หรือจะคิดว่า Gaia เป็นเทพเจ้าแห่งพื้นดิน หรือ
เป็นพื้นดิน ก็ได้เช่นกัน
ต่อนะครับ จากนั้น Gaia และ Uranus ก็สมสู่กัน และให้กำเนิดลูก ๆ มากมาย
อย่าตกใจนะครับ ว่า เอ... ก็แม่ลูกกันไม่ใช่เหรอ ทำไม? มันเป็นเรื่องปกติครับสำหรับเทพเจ้าเหล่านี้
อ่านต่อไปเรื่อยๆ แล้วกันครับ ลูกๆ ของ Gaia และ Uranus ก็แบ่งได้เป็นส่ีกลุ่มครับ
กลุ่มแรกเป็นยักษ์ร้อยมือ ห้าสิบหัว มีสามคนด้วยกัน (ไม่รู้ว่าจะใช้ลักษณะนามอะไรดี
ใช้ คน หมดเลยแล้วกัน) ชื่อ Briareus (ไบอาริอุส) Gyes (กายเอ็ส) และ Cottus
(คอททัส) กลุ่มท่ีสองเรียกว่า Cyclopes หรือยักษ์ตาเดียว ชื่อ Arges (อาเกส)
Steropes (สเตอโรเปส) และ Brontes (บรอนเตส) ชื่อของสามคนน้ีแปลว่า แสงสว่างจากฟ้า
ฟ้าผ่า และ ฟ้าร้อง ตามลำดับ
ลูกทั้งหกคนนื้ ถูก Uranus จับโยนลงไปในนรกและขังไว้เพราะความเกลียดชัง
จากนั้น Uranus และ Gaia ก็มีลูกสองกลุ่มถัดมา เรียกว่า Titans (ไททาน)
ซึ่งเป็นชายหกคน และ Titanides (ไททานไนด์) ซึ่งเป็นหญิงเจ็ดคน แต่บางทีก็ถูกเรียกเป็น
Titans เหมือนกันหมด ผมยังไม่อยากจะบอกชื่อของ Titans ทุกคนพร้อมกันเลย
เพราะกลัวว่ามันจะน่าเบื่อ แต่จริงๆ แล้ว Titans ทุกคนสำคัญนะครับ เอาเป็นว่า
ผมค่อยๆ เล่าไปบอกชื่อไปแล้วกัน เนื่องจาก Uranus หรือท้องฟ้าเนี่ยะ มีความกลัวว่าลูกของตนจะมาแย่งชิงอำนาจ
และตำแหน่งเทพแห่งเทพไป เมื่อ Gaia เกิด Titans ออกมา Uranus ก็เอาไปขังไว้ใต้ดินทีละคน
ทุกๆ คน ตรงนี้ต้องคิดนิดหนึ่งนะครับ ไอ้ใต้ดินเนี่ยะ มันท่ีไหน ก็ในเมื่อ
Gaia คือพื้นดิน ใต้ดินก็น่าจะเป็นในตัว Gaia เอง ครับ พวก Titans ถูก
Uranus ขังไว้ในท้อง Gaia เมื่อมากๆ เข้า Gaia ก็เจ็บปวดและทนไม่ไหว จึงวางแผนท่ีจะให้ล฿ูกๆ
ในท้องทำร้ายพ่อ และหนีออกมา นางจ฿ึงสร้างมีดโค้งขึ้นมาหนึ่งอัน จากวัสดุท่ีเรียกว่า
Adamant ซึ่งเชื่อว่าแข็งแรงท่ีสุด และนำไปให้ลูกๆ ในท้อง พร้อมกับบอกแผนการไป
แต่เนื่องจากลูกทุกคนก็กลัวพ่อ จึงไม่มีใครกล้าทำตามแผนของ Gaia ยกเว้น
Cronus (โครนัส) ซึ่งยอมท่ีจะช่วยแม่ เอาละครับ ตามแผนของ Gaia Cronus
จะต้องรอจนกว่า Uranus จะมาสมสู่กับ Gaia เมื่อ Uranus มา Cronus ซึ่งอยู่ในท้อง
(คาดว่าหมายถึงมดลูกนะครับ) ก็จะต้องใช้มีดตัดอวัยวะเพศของ Uranus แล้วพาพ่ีน้องหนีกันออกมา
แน่นอนครับ ว่าสำเร็จตามแผน เมื่อออกมาแล้ว Cronus ก็นำอวัยวะของพ่อไปทิ้งทะเล
เมื่อตกโดนทะเล ก็มีฟองเกิดขึ้นมากมาย และในท่ามกลางฟองนั้นก็มีเทพเจ้าอีกคนถือกำเนิดขึ้นมา
คือ Aphrodite นั้นเอง (จริงๆ แล้ว ในภาษากรีก คำว่า Aprhodite แปลว่า
เกิดจากฟอง) และด้วยเหตุนี้ Aphrodite จึงเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก และ ตัญหา
(ฝ่ายหญิง จำได้นะครับ ว่า Eros เป็นแบบเดียวกัน แต่เป็นผู้ชาย) นี่ก็เป็นท่ีมาของภาพวาดชื่อดัง
Birth of Venus ของ ศิลปิน Sando Botticelli
และคำภาษาอังกฤษ aphrodisiac ท่ีแปลว่า ยาปลุกอารมณ์ทางเพศ แต่ทว่า มีข้อขัดแย้งนิดหน่อยครับ
ตรงนี้ ท่ีกล่าวมาเกี่ยวกับการเกิดของ Aphrodite น่ีเป็นไปตามท่ี Hesiod
เขียนนะครับ ของ Apollodorus นั้น Aphrodite เป็นลูกของ Zeus เกิดเรียบง่ายกว่าเยอะ
ไม่หวือหว่าเท่า ไว้เล่าถึง Zeus แล้วจะค่อยบอกต่อนะครับ เอาละครับ Cronus
ก็พาพี่น้องออกกันมาได้สำเร็จ และกลายเป็นเทพแห่งเทพหลังจากแย่งชิงบัลลัังค์จากพ่อได้
ดังท่ี Uranus กลัว เล่าต่อไม่ไหวแล้วแหละครับ ง่วงนอนเหลือเกิน ขอหยุดตรงนี้นะครับ
ไว้คราวหน้า จะมาเล่าต่อ อ่านแล้วคิดอย่างไร ก็เขียนมาคุยกันนะครับ ไปนอนละครับ