|
วิพากษ์
- วิจารณ์ (1)
มนุษย์เราแต่ละคนมักจะมีความเห็นต่างๆกันไปในแต่ละเรื่องและมักจะอดไม่ได้ที่จะถ่ายทอดความเห็น
ของตนสู่ผู้อื่น --- ซึ่งบ่อยครั้งมักจะชนกับคนต่างเผ่าในด้านความคิด
และจบด้วยการทะเลาะวิวาท (อย่างน้อยก็ในประสบการณ์ผมเอง) แต่การฟังคนต่างเผ่าบ้างนี่ดีนะครับ
การที่เรามองอะไรได้หลายๆด้านนี่ทำให้เราปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ๆได้ง่าย
--- โดยเฉพาะคน
ผมคงจะพูดอะไรกว้างไปหน่อย แต่ในบทความนี้ (และอีกหลายที่จะตามมา)
ผมอยากจะแนะนำ ทฦษฎีที่ใช้ในการวิจารณ์ศิลปะ (art criticism)
ในหลายๆ style และ สาขา --- ผู้อ่าน บางท่านอาจจะมีประสบการณ์อันขมขื่นจากวิชาดังกล่าว
(หรือวิชา "art อัปรีย์" [art appreciation] อันเป็นญาติกัน)
--- เรามักจะวิจารณ์ศิลปะกันอยู่บ่อยๆ เช่น "John Woo กำกับอะไร(แ-่ง)มีแต่
slow motion" "ชั้นชอบ romantic comedy" "หนังที่ Tom Hanks
เล่นนี่ดีนะเธอ" แต่ทว่าเราอาจจะไม่เคยมานั่งนึกว่า มี criteria
ใดบ้างที่เราใช้ๆกัน และ criteria เหล่านี้เห็นพ้องหรือขัดแย้งกันอย่างไร
ขอบอกกันก่อนนะครับว่า (1) ทฦษฏีเหล่านี้ไม่ใช่ทฦษฏีทางวิทยาศาสตร์
นักเขียนหลายๆท่านอาจ จะใช้คำเดียวกัน ศึกษาอะไรคล้ายๆกัน แต่ตีความต่างกัน
(2) ไม่มีทฦษฏีไหนที่ถูกต้องเต็มร้อย และสามารถอธิบายงานทางศิลปะได้ทุกชิ้น
หนักกว่านั้นอีกนะครับ งานบางชิ้นที่ได้รับการยกย่อง จากทฦษฏีหนึ่ง
อาจจะถูกวิพากษ์แบบไม่ได้ผุดได้เกิดจากอีกทฦษฏีอื่นก็ได้ (3)
ทฦษฏีเหล่านี้วาง รากฐานไว้กับทฦษฏีในสาขาอื่น ไม่ว่าจะเป็นในเชิงปรัญญา
รัฐศาสตร์ หรือ จิตวิเคราะห์ คุยกันไปก็ต้อง อ้างทฦษฎีของท่านอื่นๆไปด้วย
ไม่ว่าจะเป็นคุณ Freud, คุณ Marx, คุณ Plato แม้เขาจะไม่เกี่ยวโดยตรง
แต่ผมคงไม่โยงใยบ่อยนักเพราะ (1) ทฦษฎีเหล่านี้ต้องอธิบายกันนาน
ครับ แต่สำคัญกว่าที่ว่า (2) ผมเองไม่ใด้รู้ลึกและละเอียดมาก
แล้วจะอ่านไปทำไมเนี่ย - คุณคงสงสัย - ท่าทางไม่ง่ายเลย ผมก็สงสัยครับ
แต่ที่แน่ๆคือผมได้ รับความเพลิดเพลิน และเข้าใจงานศิลปะมากขึ้น
ทฦษฏีเหล่านี้เป็นดั่งแสงที่ส่องมาจากหลายๆทาง ซึ่งทำให้มองเห็นวัตถุชิ้นหนึ่งได้ชัดขึ้น
และจากหลายแง่มุม เราจะเริ่มกันก่อนที่จุดเริ่มต้นครับ Poetics
of Aristotle.
********************
Aristotle (384-322 BC) เป็นหนึ่งในนักปรัชญากรีกผู้ซึ่งจัดได้ว่าเป็นบิดาแห่งปรัชญาตะวันตก
(เคียงคู่กับ Plato ผู้เป็นอาจารย์โดยตรงของท่าน) งานของ Aristotle
ครอบคลุม Logic, Ethics, Metaphysics, Physics, Politics, Poetics,
Zoology และ Rhetoric (ผมขอไม่แปลนะครับ) ความคิดของท่านยังได้รับการศึกษาและยกย่องมาตลอด
ไม่ว่าจะเป็นในสมัย Roman, ในยุคกลาง จนกระทั่งยุค Renaissance
แม้ว่างานในด้านวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ของท่านจะหมดสมัยไปแล้ว (จำได้ไหมครับว่าทำไม
Galileo ถึงปล่อยหินลงจากหอเอน Pisa) แต่งานหลายชิ้นยังมีอิทธิพลอยู่
--- โดยเฉพาะชิ้นที่เราจะพูดถึงนี้
Poetics เป็นงานเขียนที่เกี่ยวข้องกับศิลปะแขนงหนึ่งโดยตรง
นั่นก็คือ กวีนิพนธ์ --- Aristotle วิเคราะห์ อิทธิพลที่กวีนิพนธ์มีต่อผู้รับ,
หลักการสร้างเค้าโครงเรื่อง, และหลักการโดยทั่วไปของบทกวีแต่ละประเภท
--- ผมขอเกริ่นก่อนนะครับว่าในสมัยกรีกนั้น บทละคร จัดได้ว่าเป็นบทกวีประเภทหนึ่ง
(จนกระทั่งถึงสมัยของ Shakespeare ก็ยังเป็นอยู่) บทละครเหล่านี้มีสองประเภทหลักๆ
ได้แก่ โศกนาทกรรม (Tragedy) และ (Comedy) กวีนิพนธ์อีกประเภทที่
Aristotle กล่าวถึงก็คือ (Epics) และเนื้อเพลง แต่ในความเห็นของ
Aristotle นั้น งานประเภทโศกนาทกรรมนั้นเหนือกว่างานประเภทอื่นๆ
เนื้อหาส่วนใหญ่ของ Poetics จึงพูดถึงโศกนาทกรรมเสียเป็นส่วนใหญ่
(อย่างน้อยก็ส่วนที่เหลือถึงมือเรา)
ถ้าจะว่าตาม Aristotle แล้ว, กวีนิพนธ์ไม่ว่าจะชนิดใดก็ล้วนเป็นสิ่งลอกเลียน
(Imitation) ทั้งสิ้น ความแตกต่างของประเภทนั้นขึ้นอยู่กับว่า
ลอกใครหรืออะไร (Object) ใช้สื่อใดเสนอสิ่งที่ลอกมา (Means)
และ ลักษณะนิสัย (Manner) ของสิ่งที่ถูกลอกมา [I.I] ในที่นี้ผมขอไม่กล่าวถึง
Means นะครับเพราะว่ามันออกจะจำเพาะกับภาษาไปเสียหน่อย --ในภาษาของเราบทกวีมักจะเน้นที่คำพ้อง
ฯลฯ ในขณะที่ในภาษากรีก (และภาษาอังกฤษ) บทกวีมักจะเน้นที่เสียงหนักเบาและจังหวะ
... มีต่อหน้าสองครับ
|