|
"
ราชวงศ์ทิวดอร์ "
จากผู้เขียน ... คุยกันก่อน
การ "เรียน" ประวัติศาสตร์นั้น เป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะน่าเบื่อ
เพราะมีข้อมูลมากมายให้จดจำ จนบางครั้ง รู้สึกท้อใจ และทำให้เกิดความรู้สึกไม่อยากอ่านไม่อยากทราบเรื่องราวแต่หนหลัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องที่เกิดมาหลายร้อยปีแล้ว แต่หากเป็นการ
"เล่า" ประวัติศาสตร์แล้ว จะทำให้รู้สึกเหมือนกับการอ่านนิยายเรื่องๆ
หนึ่ง ซึ่งทำให้ผู้อ่านสามารถติดตามได้อย่างสนุก และจดจำได้นานกว่า
ดังนั้น ผู้เขียนจึงได้พยายามเขียนแบบ "เล่า" โดยละเว้นการใช้ราชาศัพท์
หรือข้อมูลที่ลงลึกเกินไป และใช้ภาษาง่ายๆ เพราะเพียงแต่อยากให้ผู้อ่านเพลิดเพลิน
สนุกไปกับช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์เท่านั้น
ตอนที่ 1 ราชวงศ์ทิวดอร์ -
พระเจ้าเฮนรี่ที่แปด
ถ้าจะอ่านประวัติศาสตร์สมัย Queen Elizabeth I ให้สนุก ก็จำเป็นจะต้องไล่
ย้อนหลังไปทราบถึงต้นตอสาเหตุของการแก่งแย่งชิงดีไล่ล่าฆ่าฟันกันระหว่างศาสนา
นิกายที่ต่างกัน ระหว่างพี่กับน้อง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน
พระราชบิดาของเจ้าหญิงแมรี่ และเจ้าหญิงเอลิซาเบทนั่นเอง พระเจ้าเฮนรี่ที่แปด
ย้อนหลังไปเมื่อปี
ค.ศ. 1491 เจ้าชายองค์เล็กๆ องค์หนึ่งได้ลืมตาดูโลก เพื่อที่จะมาเป็นกษัตริย์องค์ที่สอง
แห่งราชวงศ์ทิวดอร์ ครอบครองมงกุฎแห่งราชบัลลังค์อังกฤษ
และทำการปฏิรูปศาสนาประจำชาติในเวลาต่อมา เจ้าชายเฮนรี่ได้ขึ้นครองราชย์เมื่อมีอายุ
เพียงสิบแปดปี แต่เพียบพร้อมไปด้วยสมองที่ชาญฉลาด และได้รับการศึกษามาเป็นอย่างดี
และสิ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ พลังของพระองค์นั้นมีมากมาย ทั้งพลังสมองและพลังกาย
พูดในภาษาชาวบ้านก็คือ ช่างคิดช่างทำ เมื่อคิดแล้ว ก็ต้องทำให้สำเร็จ
เมื่อขึ้นครองราชย์ในระยะแรกเริ่ม พระองค์มีที่ปรึกษาราชการคือ
ทอมมัส วอลซีย์ ซึ่งเป็นผู้วางแผนการถ่วงอำนาจระหว่าง ฝรั่งเศส
และจักรวรรดิแฮปสเบิร์กอันยิ่งใหญ่ในยุโรป
มีการยกพลไปตอดเล็กตอดน้อยตีเมืองฝรั่งเศสเป็นครั้งคราว
ถึงแม้จะไม่ชนะอย่างเห็นกันจะๆ แต่ทำให้พระเจ้าเฮนรี่ที่แปดเริ่มวางแผน
ปรับปรุงเสริมสร้างกองทัพเรือของอังกฤษให้เข้มแข็ง
ตอนที่ 2
พระเจ้าเฮนรี่ที่แปดแต่งงานครั้งแรกกับ เจ้าหญิงแคทเธอรีนแห่งอารากอน
(Catherine of Aragon) ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กของพระนางเจ้าอิสเเบลลาแห่งสเปน
ซึ่งมีอำนาจมากเพราะสเปนมีกองทัพเรือที่เข้มแข็ง ราชวงศ์แห่งสเปน
มีญาติแยกกันไปเป็นใหญ่มีเส้นมีสายทั่วยุโรป และสเปนก็รวยมากอีกด้วย
แน่นอนว่าแคทเธอรีนแห่งอารากอน ต้องนับถือคริสต์นิกายคาทอลิกอยู่แล้ว
แต่มีอายุแก่กว่าเฮนรี่ถึงห้าปี อีกทั้งเฮนรี่ก็อยากได้ลูกชายมาสืบราชสมบัติ
แต่ทำยังไง ก็ไม่สำเร็จ ได้ลูกสาวมาคนชื่อว่าแมรี่ ลองนึกดูว่าแคทเธอรีนก็แก่กว่า
ลูกชายก็ไม่ได้ แถมแวดล้อมไปด้วยสาวๆ นางกำนัลของแคทเธอรีนทั้งนั้น
แล้วจะไม่ได้เฮนรี่เริ่มมองหาสนใจสาวๆ ในราชสำนักได้หรือ
ว่าแล้วสายตา ของเฮนรี่ก็มาหยุดที่แม่นางแอน โบลิน
|
|
|
แคทเธอรีน และ พระเจ้าเฮนรี่ ในพิธีสวมมงกุฎ
(ภาพจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์)
|
ตอนที่ 3
แอน
โบลิน คือใคร? เธอเป็นลูกสาวของ Earl
of Wiltshire ทีเดียวแหละ ถูกส่งตัวมาอบรมกิริยามารยาทแบบผู้ดี้ผู้ดีในราชสำนัก
(ตามประเพณีนิยม ไม่งั้นคงเชย) เลยได้เลื่อนขั้นมา เป็นนางกำนัลของแคทเธอรีนแห่งอารากอน
ว่ากันว่าเธอนั้นนอกจากจะมีรูปสวยแล้ว ยังมีปัญญาอีกด้วย
และเฮนรี่ลุ่มหลงในตัวเธอ ก็เพราะสติปัญญาของเธอเอง แต่เป้าหมายของเธอนั้น
ไม่ได้หยุดอยู่แต่เพียงการเป็น นางสนมของเฮนรี่ เธอต้องการสวมมงกุฏราชินีแทนแคทเธอรีนด้วย
เพราะเธอยื่นคำขาด กับเฮนรี่ว่า ถ้าเธอไม่ได้เป็นราชินี
ก็อย่าหวังว่าจะได้ตัวเธอไปร่วมเรียงเคียงเขนย เมื่อหูหนวกตาบอดเพราะความรักแล้ว
มีหรือเฮนรี่จะไม่ยอมทำ แต่ในขณะนั้นพระองค์ ยังนับถือคริสต์นิกายคาทอลิกอยู่
จะหย่าขาดจากแคทเธอรีน ก็ต้องได้รับอนุญาต จากพระสันตะปาปาเสียก่อน
แต่โชคร้ายจริงๆ เพราะพระสันตะปาปาเคลเมนท์ที่เจ็ด (ในเวลานั้น)
ไม่ยอมด้วยเหตุว่าในนิกายคาทอลิกนั้น แต่งแล้วแต่งเลย หย่ามิได้เป็นอันขาด
อีกทั้งยังมีความเกรงใจอย่างใหญ่หลวง (ความจริงคือว่าเกรงกลัวมากกว่า)
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ห้า แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
(The Holy Roman Empire) เพราะนอกจากเป็นหลานของแคทเธอรีนแห่งอารากอนแล้ว
ยังทรงมีพระราชอำนาจ มากที่สุดในยุโรป
ว่าแล้วเฮนรี่ก็ทรงอัดอั้นตันใจต่อมาอีกหกปี
จนในที่สุดพระองค์ก็เรียกประชุมสภาเพื่อการปฏิรูปในปี 1533
และได้เสนอเรื่องขอหย่า ต่อสภา ซึ่งสภาก็อนุมัติในปีต่อมา
พร้อมกับได้ออก พรบ. ว่าด้วยการเป็นประมุข (Act of Supremacy)
ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินมีสิทธิ์มีเสียง ในการดูแลคณะนักบวช และแต่งตั้งพระราชาคณะ
พร้อมทั้งแยกตัว ออกมาจากอำนาจของสันตะปาปา ณ กรุงโรม (เห็นได้ว่าจากการออก
พรบ. ว่าด้วยการเป็นประมุขนั้น จุดมุ่งหมายของการแยกตัว
เป็นอิสระจากกรุงโรม น่าจะมีเหตุผลอื่นอยู่ด้วย เพราะเฮนรี่อยากจะควบคุมศาสนาเอง
ไม่ต้องการอยู่ใต้อำนาจใต้คำสั่งของกรุงโรม พระองค์ไม่เห็นว่าทำไมต้องทำตามสันตะปาปา
และยังต้องส่งภาษีไปให้แก่กรุงโรมอีกด้วย) ดังนั้น นิกาย
Anglicanism จึงได้อุบัติขึ้นเป็นศาสนาประจำชาติ เป็น Church
of England แต่เพียงศาสนาเดียว และเฮนรี่ก็ให้ Arcbishop
of Canterbury เป็นผู้กระทำพิธีหย่าขาด จากแคทเธอรีนแห่งอารากอน
พร้อมกับส่งตัวเธอและลูกสาวแมรี่ ไปอยู่นอกลอนดอน แต่ภายใต้การดูแลของพระองค์
ทั้งแคทเธอรีนและแมรี่ยังคงปฏิบัติตนเป็นคาทอลิกอย่างเคร่งครัดต่อไป
พอแยกตัวเป็นอิสระจากกรุงโรม เฮนรี่ก็ริบทรัพย์สมบัติที่ดินของวัดคาทอลิก
ซึ่งรวยมาก และแจกจ่ายทรัพย์สินที่ดินเหล่านั้นให้แก่ขุนนางและชนชั้นกลาง
เพื่อเป็นการเรียกแรงสนับสนุน จากประชาชนอังกฤษ (เรียกว่าเป็นการซื้อเสียงในสมัยนี้
ก็คงได้) และเฮนรี่ยังได้สมรักสมหวัง ได้เข้าพิธีแต่งงานกับแม่หวานใจแอน
โบลีน และเริ่มสร้างฐานอำนาจให้แก่อังกฤษ เพราะเฮนรี่หวัง
ที่จะเป็นกษัตริย์แห่งเกาะบริติชแต่เพียงผู้เดียว ในปี 1536
พระองค์ก็รวบแคว้นเวลส์เข้ามาอยู่ กับอังกฤษ ในปี 1541 ยกพระองค์เป็นกษัตริย์แห่งไอร์แลนด์ด้วย
ยกทัพไปตีกับพวกสก๊อต ซึ่งก็พ่ายแพ้ไป ยังไม่พอใจ พระองค์ยังข้ามน้ำข้ามทะเลไปตีกับฝรั่งเศส
เพราะฝรั่งเศสยกพล มาเปิดศึกกับอังกฤษบนเกาะอังกฤษก่อนเสียด้วย
(ประเภทเหมือนทีมไก่ตามมาจิกสิงโตคำรามถึงในถ้ำ?) ซึ่งถ้าไม่ไปทำศึกสู้รับกลับคงเสียหน้าเป็นแน่
แต่พระองค์ก็สามารถยึดเมือง Boulogne ไว้ได้
ตอนที่ 4
ยามรักน้ำต้มผักก็ยังว่าหวาน แต่พอยามหน่าย น้ำต้มน้ำตาลกรวดเติมน้ำผึ้งยังว่าขม
เพราะทำยังไง ก็ไม่ได้ลูกชายเสียที แถมยังได้ลูกสาวเพิ่มมาอีกหนึ่งคือ
เจ้าหญิงเอลิซาเบท แต่อาจเพราะตัวแอน โบลีนเองด้วยเพราะนางเป็นคนฉลาดแต่ไม่เฉลียว
นึกไปว่าความงามและสติปัญญาของนาง จะพันธนาการเฮนรี่ได้ตลอดไป
อีกทั้ง โดยอุปนิสัยส่วนตัว นางเป็นคนแข็ง ยิ่งเมื่อได้เป็นราชินีด้วยแล้ว
ขอเดาๆ ว่า เฮนรี่ก็คงเบื่อกับการที่แอนไม่ยอมลง ให้พระองค์ด้วย
จึงเริ่มสอดส่ายสายตาไปยังมวลเหล่าดอกไม้ใกล้มือ นางกำนัลทั้งหลาย
กรรมนั้นมีจริง กงกรรมกงเกวียนแหละ เพราะเฮนรี่เกิดไปชอบใจแม่นางกำนัล
เจน
ซีมัวร์ เข้า ถึงขนาดให้คนไปสืบเสาะถึง "สายพันธ์" ของนาง
ผลปรากฎว่า ญาติโกโหติกาของนางนั้น ล้วนแต่ให้กำเนิดบุตรชายที่แข็งแรงยิ่ง
แต่แม่นางเจนก็ใช้เหตุผลเดียวกันกับแอน คือขอเป็นแต่ราชินี
แค่นางสนมไม่สน เอาละซิ... คราวนี้เฮนรี่ก็กุมขมับ เพราะแอนยังไม่เคยทำอะไรเลวร้าย
ถึงขั้นพระองค์จะขอหย่าได้โดยยังเป็นฝ่ายถูก แต่มีหรือ เป็นถึงองค์กษัตริย์จะทิ้งภรรยาอีกคนไม่สำเร็จ
อีกไม่นาน ก็ปรากฎข่าวว่า แอนคบชู้ แต่หลักฐานฟังไม่ค่อยจะขึ้นสักเท่าไร
(จนบัดนี้ นักประวัติศาสตร์ ก็ยัง "สงสัย" ว่า แอนถูกใส่ร้ายหรือเปล่า)
โดนสั่งให้ตัดศรีษะใน Tower
of London ส่วนลูกสาว เจ้าหญิงเอลิซาเบท ก็ถูกส่งตัวไปเลี้ยงที่บ้านนอก
แต่อยู่ในความดูแลของพระองค์อีกเช่นกัน

...
มีต่อหน้าสองค่ะ
|