CafeMagazineAfterhourClass-ExamLinksCamp-Excursion

 


๒ ช่วงที่แกนก่อไฟให้เกิดพลังงานอีกครั้งหนึ่ง

ถ้าแกนของดาวยักษ์แดงยังคงหดตัวต่อไปเรื่อยๆ มันก็คงจะหดยุบยวบ ทลายตัวลงจนไม่เหลืออะไร ในขณะที่เปลือกนอกยังคงขยายตัวออกไปเรื่อยๆ จนค่อยๆเลือนหายไปในอวกาศ แต่ในความเป็นจริงแล้ว จะไม่เป็นไปดังนั้น เพราะเมื่อแกนกลางหดตัวจนความหนาแน่นขึ้นถึง ๑๐๐ ล้านกิโลกรัม ต่อลูกบาศก์เมตรแล้ว อุณหภูมิก็จะขึ้นถึง ๑๐๐ ล้านองศาไปด้วย ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ในอุณหภูมิที่สูงเช่นนี้ จะเกิดพลังงานมากพอที่จะก่อให้ ฮีเลียม หลอมตัวรวมกันเป็นปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นขึ้นมาอีก คือ นิวเคลียสของฮีเลียม (ซึ่งถูกเรียกว่า อนุภาคอัลฟ่า ในสมัยก่อน) สามตัว มารวมกัน จนเกิดเป็น คาร์บอน และพลังงานคือ รังสีแกมม่าร์ ขึ้นมา ดังภาพข้างล่าง จึงเรียกปฏิกิริยานี้ว่า กระบวนการสามอัลฟ่า (Triple-alpha Process)

(ภาพที่ ๔๖) กระบวนการสามอัลฟ่า ซึ่งเกิดขึ้นในภาวะอุณหภูมิ 100 ล้านองศา ที่หลอม ฮีเลียมสามตัวให้เป็น คาร์บอน เกิดพลังงานในรูปโฟตอน คือรังสีแกมม่า ภาพโดย Prof. James Schombert

ช่วงชีวิตนี้ ก็เรียกว่า เป็นช่วงเผาฮีเลียมที่แกนใน (Core helium burning)

(ภาพที่ ๔๗) ปฏิกิริยานิวเคลียร์ภายในของ ดาวยักษ์แดง ช่วงเผาฮีเลียมในแกน ปฏิกิริยานิวเคลียร์จะมีสองชั้น คือ ในแกนกลางเป็นการเผาฮีเลียมให้เป็นคาร์บอน ส่วนเปลือกแกนยังคงเผา ไฮโดรเจนให้เป็นฮีเลียมอยู่ ภาพโดย NASA's Observatorium

เมื่อดาวกลายเป็นดาวยักษ์แดง จะมีความสว่างมากขึ้น แม้ว่าอุณหภูมิพื้นผิวจะลดลง (แต่อุณหภูมิในแกนจะสูงขึ้น) เพราะ โฟตอน ทะลุทะลวงผ่านเนื้อดาวที่เบาบางลง ออกมาได้มากขึ้น ความสุกสว่างก็มีมากขึ้น แต่เพราะพื้นที่ผิวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากดาวขยายตัวออก ทำให้พลังงานต้องเฉลี่ยตัวกระจายออกไปมาก จึงทำให้อุณหภูมิพื้นผิวลดลง สีจึงออกแดงขึ้น เหมือนไฟที่ลดกำลังเริ่มราตัวลง ก็เปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีแดงขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง หากเอาไปพล็อตใส่ในผังเฮิร์ตสปรัง-รัสเซิ่ล จะเห็นว่า ดวงดาวผละออกจากแนววิถีหลัก แล้วไต่ขึ้นด้านบนขวาของผัง โปรดสังเกตค่าอุณหภูมิบนแกนนอน ที่ค่าต่ำจะอยู่ด้านขวา ค่าสูงจะอยู่ด้านซ้าย ส่วนแกนยืนจะเป็นค่าความสว่างสัมบูรณ์ ที่มีหน่วยเป็นแมกนิจูด (absolute magnitude) และโปรดสังเกตเช่นกันว่า ดาวที่สว่างมากๆ จะมีค่าลบมากๆ ที่สว่างน้อย จะเป็นค่าบวกมากๆ ซึ่งกลับกับความเคยชินโดยทั่วไป ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะตัวเลขค่าความสว่างนี้ กำหนดมาตั้งแต่สมัยชาวกรีกรุ่งเรืองด้านดาราศาสตร์ จึงเปลี่ยนกันไม่ได้ มาภายหลัง เมื่อรวมดาวบางดวงที่สว่างมากกว่าระบบเดิม ก็จำต้องกำหนดเลขไปทางลบ

(ภาพที่ ๔๘) เมื่อดาวขนาดดวงอาทิตย์พัฒนามากลายเป็น ดาวยักษ์แดง ก็จะออกจากวิถีหลักไป กิ่งที่แยกตัวออกจากผังนี้ แรกเริ่มจะเรียกว่า กิ่งยักษ์น้อย (Subgiant branch) แล้วค่อยๆขยายตัวขึ้นไปสู่การกลายเป็น ดาวยักษ์แดง(Red giant) เรื่อยๆ ภาพโดย Professors Ted Snow and Kenneth Brownsberger สงวนลิขสิทธิ์

ข้ามไปอ่านหน้า [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11]

   

What'sNew SiteMap Search Home Guide Afterhour Webboard Exambank Magazine


สนับสนุน
โดย สสวท.
หน้าหลัก   V คาเฟ่   V แมกกาซีน    บทเรียนข้อสอบ   บันเทิง   วิชาการไกด์
เรือนไทย   ข่าววิชาการ   ข่าวประชาสัมพันธ์   ปรับปรุงใหม่ๆ   ทีมงาน

email: vcharkarn@vcharkarn.com


สมัครสมาชิก วิชาการ.คอม ใส่ email ในช่องนี้ค่ะ :

Copyright 2000, Vcharkarn.com. All rights reserved.

พสวท. เพื่อ
วิทยาศาสตร์ไทย
Next Back V Magazine