CafeMagazineAfterhourClass-ExamLinksCamp-Excursion

 

 

ชวนคุย ชวนคิด

สวัสดีครับ เช่นเคยครับ พบกับผมอีกครั้ง เป็นครั้งที่สอง จะขอเขียนต่อจากฉบับที่แล้วนะครับ ยังจำกันได้หรือเป่าเอ่ย ฉบับแรกๆนี้ผมมีเป้าหมายคนอ่านที่ไม่ใช่นักเรียนโดยตรง แต่เป็นครู(คณิตศาสตร์) ผู้ปกครอง นักการศึกษา นักวิชาการ คนเขียนหลักสูตร ฯลฯ เทือกนี้ ส่วนนักเรียนจะเข้ามาอ่านด้วย ก็ไม่เสียหายแต่ประการใด รู้ไว้ใช่ว่าใสบ่าแบกหาม

จากฉบับที่แล้วผมทิ้งปัญหาไว้ให้คิด ถามไว้ว่าส่วนที่แรเงาดำที่ถูกเจาะออกไปคิดเป็นกี่ลูกบาศก์หน่วย ผมเล่าไว้ว่าเด็กเก่งทางคณิตศาสตร์ระดับประถมปลายและมัธยมหนึ่งส่วนใหญ่คิดไม่ออก คงไม่ใช่เพราะคำถามไม่ชัดเจน ผมเขียนไว้แจ่มแจ้งและยาวกว่านี้ กระดาษคิดคำตอบของนักเรียนผมก็เก็บกลับคืนมาทั้งหมด ผมนำมาตรวจสอบวินิจฉัยแล้วด่วนสรุป+เดาด้วยประสบการณ์อันน้อยนิดและความคิดเห็นส่วนตัวว่า เด็กไทยของเราในระบบการศึกษาไทยขาด ทักษะการแก้ปัญหา หรือภาษาฝรั่งที่ว่า problem solving skill เด็กไทยเก่งแต่โจทย์ปัญหาสไตล์เอ็นสะท้าน และข้อสอบแข่งขันต่างๆ เพราะได้เหมาหนังสือคู่มือมาอ่านทำกันเป็นร้อยเป็นพันข้อแล้ว แต่พอมาเจอะอะไรแบบนี้ แบบว่าไม่เคยเห็นมาก่อน เกิดอาการผิดปกติในสมองที่เรียกกว่า คิดไม่เป็น/ทำไม่เป็น ขึ้นมาอย่างฉับพลันกระทันหัน ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี ครูไม่เคยสอนนี่หวา แล้วตูจะทำได้ยังไง (เด็กบ่น)

แล้วเรา (ครู(คณิตศาสตร์) ผู้ปกครอง นักการศึกษา นักวิชาการ คนเขียนหลักสูตร ฯลฯ เทือกนี้) จะเดือดเนื้อร้อนใจไปไย นักเรียนทำไม่ได้ก็ช่างมัน ปัญหาประเภทนี้ไม่เห็นจะเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ตรงไหน จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว ไม่ขอตอบ แต่มันมีเอี่ยวและมีความสำคัญแน่นอน ลองมาดูปัญหาต่อไปนี้ครับ

ปัญหาเหล่านี้นำมาจาก Third International Mathematics and Science Study (TIMSS) ซึ่งเป็นแบบทดสอบวัดความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเด็กในประเทศต่างๆ ประเทศไทยก็ร่วมทดสอบกับเขาด้วย คงจะไม่ต้องบอกนะครับว่าเด็กไทยของเราทำได้ดีแค่ไหน น่าจะพอเดากันได้บ้างจากกระแสข่าวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของบ้านเราในช่วงปี 2000 นี้

ทั้งสามข้อที่ยกมาให้ดูเป็นตัวอย่าง มันบอกอะไรเราบ้าง น่าคิด ชวนคิดครับ มันมาอยู่ในคณิตศาสตร์ได้ยังไง เราต้องสอนเรื่องพวกนี้ในวิชาคณิตศาสตร์ด้วยหรือ ถ้าไม่สอนในวิชาคณิตศาสตร์ แล้วจะเอาไปลงไว้ตรงไหน หรือว่าไม่ต้องสอนกันเลย เรื่องแบบนี้ แบบว่าให้เรียนกันเอง

ถึงแม้ผมจะไม่ใช่เอ็กสะเปิดในเรื่องของสมอง แต่ผมมีความเชื่อส่วนตัวครับว่าเรื่องแบบนี้ควรที่จะต้องให้เด็กได้พบเห็น ได้พบเจอ ได้สัมผัสกัดกินบ้าง อะไรก็ไม่รู้แหละที่มันอยู่ในสมองจะได้ลืมตาอ้าปากและพัฒนาตัวเองแตกหน่อกอเหง้าได้ ทำให้เจ้าของหัวสมองนั้นเป็นคนที่เก่งขึ้นมาในที่สุดครับ

ผมอยากจะเห็นเด็กไทยมี spatial sense (ความรู้สึกเชิงมิติ/ความสามารถทางมิติสัมพันธ์) อยู่ในตัว ใครรู้จักบ้างว่า spatial sense คืออะไร มันคือ

ผมเมื่อยแล้วครับ ขอกลับมาชวนคุย ชวนคิดเรื่อง spatial sense กันต่อฉบับหน้า แสดงความคิดเห็นของท่านเข้ามาถึงผมได้เลย/แล้วครับ

เอกสารอ้างอิง

http://enc.org/topics/timss/

 

   

สนับสนุน
โดย สสวท.
หน้าหลัก   V คาเฟ่   V แมกกาซีน    บทเรียนข้อสอบ   บันเทิง   วิชาการไกด์
เรือนไทย   ข่าววิชาการ   ข่าวประชาสัมพันธ์   ปรับปรุงใหม่ๆ   ทีมงาน

email: vcharkarn@vcharkarn.com


สมัครสมาชิก วิชาการ.คอม ใส่ email ในช่องนี้ค่ะ :

Copyright 2000, Vcharkarn.com. All rights reserved.

พสวท. เพื่อ
วิทยาศาสตร์ไทย