|
การรวมแรงพื้นฐาน
การพยายามค้นหาอนุภาคฮิกส์ก็เพื่อพิสูจน์ว่ากลไกฮิกส์มีอยู่จริง
ความสําคัญของมันนั้นคือการยืนยันทฤษฎีการรวมแรงพื้นฐาน (fundamental
forces) สองในสี่แรงเข้าด้วยกัน คือการรวมแรงแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic
force) เข้ากับแรงนิวเคลียร์อย่างอ่อน (Weak force คือแรงที่ทําให้เกิดการแผ่รังสีของสารกัมมันตรังสี
เช่น ทําให้เกิดการแผ่รังสีของสารโคบอลต์-60) เราเรียกทฤษฎีนี้ว่า
Electroweak Unification Theory ซึ่งกล่าวไว้ว่า แรงแม่เหล็กไฟฟ้าและแรงนิวเคลียร์อย่างอ่อนความจริงแล้วเป็นแรงเดียวกัน
แต่แยกออกเป็นสองแรงในระยะเริ่มต้นของการเกิดจักรวาล แต่เนื่องจากเรารู้ว่าแรงแม่เหล็กไฟฟ้านั้นสื่อโดยอนุภาคโฟตอน
ซึ่งไม่มีมวล แต่แรงนิวเคลียร์อย่างอ่อนสื่อโดยอนุภาค สามชนิด
ที่ชื่อว่า W+ W- และ Z0 ซึ่งเป็นอนุภาคที่มีมวลมาก ปัญหาก็คือ
หาก Electroweak Unification Theory ถูกต้อง อนุภาคทั้งสี่ คือ
โฟตอน W+ W- และ Z0 ต้องเป็นอนุภาคชนิดเดียวกัน แล้วเหตุใดมวลจึงแตกต่างกันมหาศาล
กลไกฮิกส์ก็คือคําตอบของปัญหานี้ นั่นคือเมื่อเริ่มต้นนั้นอนุภาคเหล่านั้นล้วนไม่มีมวลเหมือนกัน
(ใช่แล้ว มันมีซิมเมตทรี) แต่อนุภาคเหล่านั้นทําอันตรกิริยากับสนามฮิกส์ต่างกัน
เกิดมวลที่ต่างกัน นั่นคือการทําลายซิมเมตทรีโดยกลไกฮิกส์ และนั่นก็คือกระบวนการที่นักฟิสิกส์เรียกว่า
สปอนเทเนียส ซิมเมตทรี เบรกกิง (Sponteneous Symmetry Breaking)
และจากนั้นมาแรงทั้งสองก็แยกออกจากกัน
ขณะนี้กําลังมีการก่อสร้างเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่มาก
ที่มีชื่อเรียกว่า Large Hadron Collider (LHC) ที่ศูนย์วิจัยทางฟิสิกส์อนุภาคของยุโรป
(CERN) ชานกรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งจะใช้ในการเร่งอนุภาคให้มีพลังงานสูงมากๆ
แล้วนํามาชนกัน เพื่อสร้างสภาวะที่อุณหภูมิและความหนาแน่นพลังงานสูงมากๆ
จุดมุ่งหวังก็เพื่อจําลองเหตุการณ์ช่วงต้นๆ ของจักรวาลในขณะที่แรงแม่เหล็กไฟฟ้าและแรงนิวเคลียร์อย่างอ่อนเพิ่งเริ่มแยกตัวออกจากกัน
ในห้วงขณะนั้น อนุภาค W+ W- และ Z0 เริ่มมีมวลโดยการดูดกลืนอนุภาคฮิกส์
แต่อนุภาคโฟตอนยังคงไม่มีมวล นั่นคือควรจะมีอนุภาคฮิกส์ที่ไม่ถูกดูดกลืนเหลืออยู่
(กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ อนุภาคโฟตอนทําให้เกิดเพียง ข่าวลือ
เหมือนในรูปที่ 4 ข้างบน) นักฟิสิกส์จึงคาดหวังว่าจะมีอนุภาคฮิกส์อิสระปรากฎให้เห็น
ข้ามไปอ่านหน้า [1]
[2]
[3]
[4]
[5] [6]
|