CafeMagazineAfterhourClass-ExamLinksCamp-Excursion

 

กระดานเสวนาเรือนไทย หน้าต่างโลก ศิลปะวัฒนธรรม เรือนไทย Main ภาษาและวรรณคดี ประวัติศาสตร์ แต่งกลอน นิยายและเรื่องสั้น

 

แม่พลอย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์และสกุลบุนนาค

เทาชมพู pinkandgrey@doramail.com

    มีใครรู้บ้างไหมคะว่า แม่พลอย นางเอกเรื่องสี่แผ่นดิน มาจากสกุลอะไร?

ก็จริงละค่ะ แม่พลอยเกิดในรัชกาลที่ ๕ ก่อนจะมีพระราชบัญญัตินามสกุลให้คนไทยได้ใช้กัน แต่พลตรี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช บอกเชื้อสายสกุลของแม่พลอยไว้ตั้งแต่ตอนต้นของเรื่องแล้ว

จำได้ไหมคะ เรื่องเริ่มต้นด้วยการที่แม่แช่ม แม่ของพลอยเลิกกับพระยาพิพิธเจ้าคุณพ่อของพลอย แล้วพาลูกสาวไปถวายเป็นข้าหลวงเสด็จพระองค์หญิง ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อไปถึงตำหนัก มีเหตุการณ์เล็กๆแทรกเข้ามา ในบทสนทนาของแม่แช่ม กับคุณสายข้าหลวงของเสด็จ เล่าถึงคุณสายหยุดชาววังตกยาก ที่นำหีบหมากทองมาขายคุณสาย

แม่แช่มปรารภกับคุณสายถึงคุณสายหยุดว่า

"คิดๆดูก็น่าสงสารนะคะคุณ คุณสายหยุดเธอรุ่นใหญ่กว่าอิฉัน จำได้ เห็นเธอในวัง เธอเป็นสาวแล้ว อิฉันออกไปอยู่บ้านเจ้าคุณก็ไม่ได้ข่าว เพราะเจ้าคุณนั้นก๊กฟากขะโน้นบ้านบน คุณสายหยุดเธอบ้านล่าง ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน"

คนอ่านยุคปัจจุบันคงไม่ทราบว่า คำว่า "ก๊กฟากขะโน้น" หรือ " ฟากข้างโน้น" "บ้านบน" และ "บ้านล่าง" หมายถึงอะไร แต่ถ้าย้อนหลังไปสัก ๕๐ ปี สมัยที่นวนิยายลงพิมพ์เป็นตอนๆในสยามรัฐ ผู้อ่านหลายท่านเข้าใจดีถึงความหมายของคำนี้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็น " ก๊กฟากขะโน้น" ด้วยกัน

"ก๊กฟากขะโน้น" คือสกุลขุนนางที่รุ่งเรืองที่สุดในบรรดาขุนนางรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ จนถึงต้นรัชกาลที่ ๕ มีเชื้อสายวงศ์วานมากมาย ล้วนตั้งนิวาสสถานอยู่ทางฝั่งธนบุรี มาตั้งแต่สมัยเจ้าพระยาจักรี หรือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกยังประทับอยู่ฝั่งนั้น แม้ว่าต่อมา เมื่อสถาปนาเมืองหลวงขึ้นทางฝั่งตรงข้าม พวกนี้ก็ยังอยู่ฝั่งธนตามเดิม ไม่ได้ย้ายตามเสด็จมาด้วยทางฝั่งกรุงเทพฯ

เมื่อเมืองหลวงอยู่ฝั่งตะวันออก ฝั่งธนบุรีก็กลายเป็น " ฟากขะโน้น" สำหรับชาวกรุง และเมื่อเอ่ยถึง " ก๊กฟากขะโน้น" ก็เป็นที่รู้กันว่าหมายถึงพวกไหน แม้ว่ามีขุนนางหลายร้อยหลายพันบ้านอยู่ทางฝั่งธนก็ตาม ก็ไม่มีใครเรียกว่าเป็นพวก " ฟากข้างโน้น"

ใช่ค่ะ " ก๊กฟากขะโน้น" คือพวกบุนนาค ซึ่งหัวหน้าสกุลเป็นเจ้าพระยามาตั้งแต่รัชกาลที่ ๑

ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ขุนนางสกุลบุนนาคได้เป็นสมเด็จเจ้าพระยาถึง ๒ ท่านด้วยกัน คือสมเด็จเจ้าพระยามหาประยูรวงศ์ หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ และสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย

บ้านของสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่เรียกกันว่า " บ้านบน" ลูกหลานเชื้อสายทางท่านก็เรียกกันว่า " พวกบ้านบน" ส่วนบ้านของสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยเรียกว่า "บ้านล่าง" ลูกหลานท่านก็เรียกกันว่า " พวกบ้านล่าง" ทำนองเดียวกันค่ะ

พวก " บ้านบน" ที่สำคัญที่สุดในต้นรัชกาลที่ ๕ คือสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ บุตรชายคนโตของสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ ท่านได้ขึ้นตำแหน่งสูงสุด คือเป็นถึงผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน

พระยาพิพิธ เจ้าคุณพ่อของพลอยเป็นตัวละครสมมุติก็จริง แต่เมื่อผู้แต่งระบุว่า " เจ้าคุณเป็นก๊กฟากขะโน้นบ้านบน" ก็หมายความว่าม.ร.ว.คึกฤทธิ์ตั้งใจให้เจ้าคุณพิพิธ เป็นเชื้อสายทางฝ่ายสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ หรือไม่ก็เชื้อสายทางสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์

แม่พลอยก็เป็นหลานเหลนของสมเด็จเจ้าพระยาฯบ้านบน ด้วยความหมายนี้เอง

ส่วนคุณสายหยุดสาวชาววังคนนั้นเป็นพวก "บ้านล่าง" คือเป็นเชื้อสายทางฝ่าย สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ หรือสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อย

เท่านั้นยังไม่หมดนะคะ

สมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยมีบุตรชายหลายคน หนึ่งในจำนวนนี้คือพระยาศรีพิพัฒน์(แพ บุนนาค) ธิดาคนหนึ่งของท่านชื่อคุณแดง ต่อมาคือหม่อมแดง ปราโมช ชายาในพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าคำรบ ผู้เป็นท่านพ่อของม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช

เพราะเหตุนี้ละค่ะ ถ้านับเชื้อสายทางแม่ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมชก็เป็นเชื้อสายบุนนาค ก๊กฟากขะโน้นบ้านล่าง เป็นญาติของแม่พลอยนั่นเอง ไม่ใช่คนอื่นไกล

เมื่อ สี่แผ่นดิน ลงเป็นตอนๆในสยามรัฐ ท่านผู้แต่งเล่าไว้ในคำนำ สี่แผ่นดินฉบับพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงประเสริฐศุภกิจ (จำเริญ ไกรฤกษ์) ว่า

ผมยังจำได้ว่าเมื่อครั้งเรื่องสี่แผ่นดินยังเป็นเรื่องยาววันต่อวันในหนังสือพิมพ์สยามรัฐนั้น พอถึงตอนที่แม่พลอยแพ้ท้องและปรารภกับคุณเปรมผู้สามีว่าอยากรับประทานมะม่วงดิบ ก็มีท่านที่นับญาติกับแม่พลอยส่งมะม่วงดิบมาให้ถึงโรงพิมพ์สยามรัฐทันที ทั้งที่ขณะนั้นมิใช่หน้ามะม่วง ท่านที่ส่งมะม่วงดิบมาให้แม่พลอยนั้น คือ เจ้าจอมอาบในรัชกาลที่ ๕ เจ้าจอมอาบเป็นคนในสกุลบุนนาค

 



สนับสนุน
โดย สสวท.
หน้าหลัก   V คาเฟ่   V แมกกาซีน    บทเรียนข้อสอบ   บันเทิง   วิชาการไกด์
เรือนไทย   ข่าววิชาการ   ข่าวประชาสัมพันธ์   ปรับปรุงใหม่ๆ   ทีมงาน

email: vcharkarn@vcharkarn.com

Copyright 2001, Vcharkarn.com. All rights reserved.

พสวท. เพื่อ
วิทยาศาสตร์ไทย