|
ครานั้นจึงโฉมเจ้าพลายแก้ว
|
ครั้นถึงกำหนดแล้วจึงนัดหมาย |
| บอกแขกปลูกเรือนเพื่อนผู้ชาย |
มายังบ้านท่านยายศรีประจัน |
| ให้ขุดหลุมระดับชักปักเสาหอ |
เอาเครื่องเรือนมารอไว้ที่นั่น |
| ตีสิบเอ็ดใกล้รุ่งฤกษ์สำคัญ |
ก็ทำขวัญเสาเสร็จเจ็ดนาที |
| แล้วให้ลั่นฆ้องหึ่งโห่กระหน่ำ |
ยกเสาใส่ซ้ำประจำที่ |
| สับขื่อพรึงติดสนิทดี |
ตะปูตียกเสาดั้งตั้งขึ้นไว้ |
| ใส่เต้าจึงเข้าแปลานพลัน |
เอาจันทันเข้าไปรับกับอกไก่ |
| พาดกลอนผ่อนมุงกันยุ่งไป |
จั่วใส่เข้าฝาเช็ดหน้าอึง |
| บ้างเจาะถากถุ้งเถียงเสียงเอะอะ |
เกะกะกบไสไชเหล็กจึ้ง |
| บ้างผ่าฟันสนั่นอึงคะนึง |
วันหนึ่งแล้วเสร็จสำเร็จการ |
| |
(จากพระราชนิพนธ์ ขุนช้างขุนแผน)
|
เห็นภาพการปลูกเรือนไทยภาคกลางสมัยก่อนไหมคะ เสร็จกันภายในวันเดียว
แรงงานก็อาศัยเพื่อนๆเจ้าบ่าวช่วยกัน ไม่มีช่างรับเหมาก่อสร้างมืออาชีพมาทำให้อย่างสมัยนี้
ในการปลูกเรือนไทย ช่างจะทำไม้ส่วนประกอบส่วนต่างๆของเรือน
เรียกว่า ' เครื่องเรือน ' (ไม่ได้แปลว่า Furniture) เตรียมไว้พร้อมเพื่อขาย
ใครจะซื้อก็ไปสั่งซื้อ ขนมาตามลำน้ำแล้วยกขึ้นบก นำพรึง หรือไม้กระดานแผ่นหนายาว
๔ แผ่นมาประกอบเป็นกรอบสี่เหลี่ยม ล้อมรอบตัวเรือน เพื่อกำกับแนวเสาเรือนและรองรับตีนฝาแต่ละด้าน
แล้วจึงหาตำแหน่งขุดหลุมเสา เอาไม้ซีกปักลงไปเป็นเครื่องหมาย
เรียกว่า ปักฉมบ
ขุดหลุมลึกประมาณ ๑ ศอกเศษ กระทุ้งดินให้แน่น วางแระ(หรือระแนะ)ซึ่งเป็นเครื่องรองตีนเสากันทรุดไว้ก้นหลุม
ยกเสาเอกตั้งลงในหลุมตามฤกษ์ที่ต้องดูกันเอาไว้ก่อนเพราะถือเป็นฤกษ์สำคัญ
ตามมาด้วยเสาโทและเสาตรีจนครบ ๘ หลุม ยึดเสาให้ตรงทุกต้น ใส่รอดร้อยเข้าที่เสาทุกต้น
สอดเต้าซึ่งเป็นไม้แบนยาวหน้าสี่เหลี่ยมผืนผ้าใกล้กับปลายของแต่ละต้น
แล้วส่งขื่อขึ้นไปวางพาดบนหัวเสาแต่ละคู่ ให้ปลายสวมลงบนหัวเทียนทั้งสองด้าน
เมื่อยกเสาตั้งเข้าที่ สอดให้ใบตั้งเลยขึ้นไป ยกโคนเสาตั้งนั่งคร่อมบนหลังรอด
แล้วส่งแปหัวเสาทั้งคู่วางคร่อมสับลงบนปลายขื่อซึ่งบากเตรียมไว้ไว้ให้เข้าที่
ติดพรึง ตอกตะปูจีนประดับระดับให้เข้าที่ ปูพื้นเรือนเป็นอันดับต่อไป
ตะปูจีนหน้าตาคนละแบบกับตะปูที่รู้จักกันตอนนี้ เป็นอุปกรณ์แท่งสี่เหลี่ยมปลายเรียวแหลมงอหักขึ้นเป็นข้อศอก
มักทำด้วยเหล็ก ยาวตั้งแต่ ๑-๔ นิ้วฟุต ใช้ยึดหัวไม้
ยกแผงจั่วติดกับบ่าแปบนหัวเสาทั้ง ๓ แผง ติดตั้งแขวนและจันทันห้อง
เข้าไม้อกไก่ทับหัวจั่ว ยกแผงฝาเข้าที่ปิดข้างเรือนแต่ละด้าน
ติดปั้นลม เรียบร้อยแล้วกลบหลุมโคนเสาให้เรียบร้อย สับกลอนเพื่อมุงหลังคาด้วยเครื่องมุง
นอกจากนี้ยังมีเรือนเครื่องผูก ซึ่งเป็นเรือน หรือโรงคุมกันขึ้นเป็นหลังด้วยวิธีผูกรัดตัวไม้เครื่องเรือนเข้าด้วยกันด้วยหวาย
คล้า หรือเถาหญ้านาง กับเรือนเครื่องสับ เป็นเรือนไม้ คุมกันเป็นหลังด้วยวิธีเข้าปากไม้
หรือสับปากไม้
เสร็จการปลูกเรือนอย่างเรือนหอพลายแก้วแล้ว ถ้าหากว่ามีระเบียง
ชาน และเรือนครัวก็ต่อเติมไปเป็นลำดับ รวมทั้งซุ้มประตูและบันไดขึ้นบ้าน
เพราะเรือนไทยภาคกลางปลูกสูงเหนือพื้นดินเพื่อให้พ้นหน้าน้ำหลาก
ถ้ามีหลายเรือนรวมกันก็ปูนอกชานไว้ตรงกลางเพื่อเชื่อมต่อเรือนแต่ละเรือนให้เดินถึงกันตลอด
นอกชานใช้สารพัดประโยชน์ทั้งนั่งเล่น ตากของแห้ง ทำงานต่างๆของแม่บ้าน
นอกจากนี้มีสวนดอกไม้เล็กๆ ยกกระถางทั้งไม้ผลและไม้ดอกขึ้นมาตั้งชมกันบนนอกชาน
เหลือแต่เพียงไม้ใหญ่ๆทนทานต่อน้ำท่วมได้เท่านั้นที่ปลูกไว้บนพื้นดินนอกตัวบ้าน
เรือนขุนช้างเป็นตัวอย่างของเรือนคหบดีไทยภาคกลางที่สวยมาก เด่นในเรื่องการประดับประดานอกชานด้วยไม้กระถางและเลี้ยงสัตว์อย่างปลาเงินปลาทองและนกขุนทอง
|