CafeMagazineAfterhourClass-ExamLinksCamp-Excursion

 

กระดานเสวนาเรือนไทย หน้าต่างโลก ศิลปะวัฒนธรรม เรือนไทย Main ภาษาและวรรณคดี ประวัติศาสตร์ แต่งกลอน นิยายและเรื่องสั้น

 

ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง... คงจะต้องบังคับขับไส :
วิกฤติการณ์ ร.ศ. ๑๑๒

เทาชมพู pinkandgrey@doramail.com


ย้อนหลังไปเมื่อ ๑๐๗ ปีก่อน

บรรยากาศในพระนครเมื่อวันที่  ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ (รัตนโกสินทรศก ๑๑๒ ) เต็มไปด้วยความตึงเครียดใกล้ถึงจุดระเบิด   ในพระบรมมหาราชวัง เจ้านายและขุนนางผู้มีหน้าที่รับผิดชอบบ้านเมือง ต่างรอฟังข่าวด้วยใจระทึก   เรือรบของไทยที่มีเพียง ๒-๓ ลำ จอดทอดเรียงกันเป็นระยะ ทำหน้าที่รักษาปากแม่น้ำมิให้เรือต่างชาติบุกรุกเข้ามา

ฝรั่งเศสนำเรือรบ ๒ ลำ ชื่อ Comet กับ Constanceและเรือสินค้าอีก ๑ ลำ แล่นล่วงล้ำเข้ามาอย่างดื้อๆ ไม่แยแสคำห้ามของไทยก่อนหน้านี้ว่ายังไม่เหมาะที่จะเข้ามา เพราะฝรั่งเศสกับไทย มีปัญหาขัดแย้งกันมาก่อนเพิ่งจะสงบ   เมื่อมาเจอเหตุการณ์ขนาดนำเรือรบมาถึงเมืองหลวง ย่อมไม่น่าไว้วางใจ

 ไม่ว่าฝรั่งเศสอ้างอะไรในการเข้ามาก็ตามที  แต่เหตุผลแท้ๆก็คือต้องการยึดดินแดนระหว่างอินเดียกับจีน ไว้เป็นอาณานิคมของตน เพื่อเพิ่มพูนอำนาจและความมั่งคั่งแข่งกับอังกฤษที่ได้จีนและอินเดียไปก่อนหน้านี้แล้ว  ถึงกับตั้งชื่อรวมของพม่า มอญ มลายู ไทย เขมร ญวน และลาว ไว้เป็นภาษาฝรั่งเศสว่า " อินโดจีน " (Indo-Chine)   คือถ้ามีโอกาสเมื่อใดก็จะรวบไว้ให้หมด   แต่ก็ไม่ทันอังกฤษซึ่งได้พม่า(รวมมอญ)และมลายูไปก่อน      ฝรั่งเศสจึงได้แค่ญวน ต่อมาก็เขมรและลาว  เหลือไทยประเทศสุดท้ายที่ยังรอดเป็นเอกราชอยู่

 เมื่อบอกดีๆแล้วไม่ฟัง ยังขืนล่วงล้ำเข้ามาในเขตพระราชอาณาจักร ไทยก็ยิงถูกท้ายเรือสินค้าเสียหาย  ลูกเรือตายไป ๒-๓ คน  ส่วนเรือรบเข้ามาได้จนถึงหน้าสถานทูต  เสียงปืนทำให้โกลาหลไปทั่วพระนคร   ต่อจากนั้น ราชทูตฝรั่งเศสชื่อเมอสิเออร์ปาวี ก็มายื่นคำขาดกับไทยให้ชดใช้ค่าเสียหายและเรื่องต่างๆอีกไม่ต่ำกว่า ๑๐ ข้อ  คิดดูนะคะ    ว่าใครเป็นฝ่ายเสียหายกันแน่

 ฝ่ายอังกฤษดูออกว่าฝรั่งเศสจะฮุบไทยทั้งหมดแน่  ก็เลยยื่นมือเข้ามาแทรกแซงเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองไว้  เจรจากับฝรั่งเศส จนกระทั่งฝรั่งเศสยอมให้แลกเอกราชของไทยด้วยการเฉือนเอาดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงไปครอบครอง  คือทางเมืองหลวงพระบางและจำปาศักดิ์ ซึ่งอยู่ในการครอบครองของไทย
 เท่านั้นยังไม่หนำใจ  ฝรั่งเศสให้ไทยชดใช้ค่าเสียหายอีก ๓ ล้านบาท  ถอนทหารให้พ้นเขต ยอมเรื่องเก็บภาษี ปลดอาวุธ ปล่อยเชลย  โดยยึดจันทบุรี ตราดและเกาะเล็กเกาะน้อยตามชายแดนไว้เป็นการค้ำประกัน   เพื่อจะดึงเรื่องยืดเยื้อไม่ให้จบง่ายๆ   ถ้าหากว่าไทยไม่ยอมก็จะถือข้อนี้เป็นข้ออ้างในการยึดเอาเสียทั้งประเทศ  

ไทยจำต้องยอมด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจเหลือพรรณนา   เงินทอง ๓ ล้านเป็นจำนวนมหาศาล ฝรั่งเศสเรียกขนาดนี้เพราะเชื่อว่าไทยไม่มีเงินมากพอจะให้  และก็จริง ขนาดขนเงินออกมาหมดท้องพระคลังแล้วยังมีไม่ถึง ๓ ล้านจริงๆ    

บุญเก่าของไทยยังมีอยู่    จึงได้อาศัย ' เงินถุงแดง ' ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้ารัชกาลที่ ๓ ทรงมอบเป็นมรดกไว้ให้บ้านเมืองมาผสมเข้าไป บวกกับเงินสมทบมากบ้างน้อยบ้างจากขุนนางประชาชน ร่วมแรงร่วมใจกันถวายพระเจ้าอยู่หัว เพื่อรักษาแผ่นดินไว้   รวบรวมส่งให้จนครบจำนวน ทำให้ฝรั่งเศสไม่มีข้ออ้างอีกต่อไป  ผลจากความเสียพระราชหฤทัย  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงกับทรงพระประชวรหนัก  ถึงกับมีพระราชปรารภว่าจะสวรรคตเสียดีกว่าจะอยู่ดูบ้านเมืองตกเป็นของต่างชาติ อานิสงส์จากบรรพบุรุษและน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทย    วิกฤติการณ์ครั้งนั้นจึงผ่านพ้นไปได้ในสภาพบอบช้ำแบบ 'ยอมสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต '  

ความเข็ดขยาดที่จะต้องตกในอำนาจของต่างชาติยังเป็นความรู้สึกต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ไม่มีใครลืมได้    พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีพระราชนิพนธ์เตือนใจไว้ว่า

ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง คงจะต้องบังคับขับไส
เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำกรำไป ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย
เขาจะเห็นแก่หน้าค่าชื่อ จะนับถือพงศ์พันธุ์นั้นอย่าหมาย
ไหนจะต้องเหนื่อยยากลำบากกาย ไหนจะอายทั่วทั้งโลกา



สนับสนุน
โดย สสวท.
หน้าหลัก   V คาเฟ่   V แมกกาซีน    บทเรียนข้อสอบ   บันเทิง   วิชาการไกด์
เรือนไทย   ข่าววิชาการ   ข่าวประชาสัมพันธ์   ปรับปรุงใหม่ๆ   ทีมงาน

email: vcharkarn@vcharkarn.com

Copyright 2001, Vcharkarn.com. All rights reserved.

พสวท. เพื่อ
วิทยาศาสตร์ไทย