|
ตำนานพระนางจามเทวี คือตำนานกำเนิดเมืองหริภุญไชย
มีเหตุจากนางกวางมากินอะไรก็ชักจำไม่ค่อยได้แล้ว ซึ่งขึ้นอยู่บริเวณที่พระฤาษีวาสุเทพใช้เป็นสุขา
จนเกิดลูกเป็นมนุษย์จำนวนมากในคราวเดียวกัน พระฤาษีผู้เป็นพ่อโดยไม่ตั้งใจ
ต้องเนรมิตรบ้านเมืองให้อยู่ แต่หาผู้ปกครองที่เหมาะสมไม่ได้
เล็งไปเล็งมา เห็นแต่พระนางจามเทวีธิดากษัตริย์เมืองละโว้มีบุญบารมีมาก
จึงไปทูลเชิญ ประจวบกับพระนางทำผิดประเพณีจนตั้งครรภ์ จึงเป็นทางออกให้พระบิดาเนรเทศแทนการประหาร
พระนางเดินทางผ่านเขตซึ่งปัจจุบันคือ อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
เกิดเหตุอัศจรรย์เงาสะท้อนของพระนางในน้ำปิงปรากฎเป็นสามเงาด้วยพระบารมี
จึงเป็นตำนานคำเรียกขานบริเวณดังกล่าวว่าสามเงาตั้งแต่นั้น
ส่วนขุนหลวงวิลังคะเป็นกษัตริย์ชาวลั้วะผู้รุกราน ต้องการครอบครองทั้งเมืองหริภุญไชยและตัวพระนาง
มีแสนยานุภาพที่กองทัพเมืองหริภุญไชยไม่อาจต้านทานได้ พระนางจึงออกอุบายประลองวิชา
หากขุนหลวงวิลังคะมีบารมี และความสามารถจริง ก็ให้พุ่งหอกลงมาปักใจกลางเมืองหริภุญไชยจากยอดดอยสุเทพ
3 ครั้ง จะยอมยกเมืองให้ครอง ทั้งยอมเป็นมเหสี
หลังจากขุนหลวงวิลังคะพุ่งหอกได้สำเร็จ 2 ครั้งแล้ว พระนางก็ใช้มารยาหญิงทำเป็นมีใจให้กับขุนหลวง
ส่งผ้าโพกศีรษะมาถวาย มีคำอ้อนกำกับว่าเกรงจะร้อนแดด ฝ่ายขุนหลวงหลงกลรับผ้ามาโพกอย่างชื่นอกชื่นใจ
โดยไม่รู้ว่า แท้จริงถูกตัดเย็บมาจากผ้านุ่งของพระนาง วิชาอาคมเสื่อมไม่สามารถพุ่งหอกที่สามได้ไกล
จึงทรงพระแห้วรับประทาน
ส่วนในทางโบราณคดี พบคำจารึกเป็นอักษรมอญ และสถาปัตยกรรมการสร้างเจดีย์แบบมอญ
จึงมีนักวิชาการตีความว่าพระนางเป็นมอญ ทฤษฎีที่ว่าเมืองหริภุญไชยเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมมอญโบราณจึงได้รับการยอมรับมาได้ระยะหนึ่ง
บางท่านตั้งข้อสังเกตุความคล้ายของพระพุทธรูปของหริภุญไชยกับลพบุรีในยุคนั้น
จึงเชื่อในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างหริภุญไชยกับละโว้ ดังนัยยะที่ปรากฎในตำนาน
เติมอีกนิดว่าสำนวนของเรื่องพระนางจามเทวีอาจแตกต่างกันไปบ้าง
ส่วนสำนวนข้างต้นมาจากกาพย์เจี๊ยะของท่านอาจารย์ไกรศรี นิมมานเหมินทร์
ยังมีเกร็ดแถมอีกหน่อยว่าพระเครื่องลำพูน เช่น พระรอด พระลือ
พระคง เป็นต้น อันเป็นพระเครื่องที่เชื่อว่ามีความเก่าแก่โบราณที่สุดที่ค้นพบในประเทศ
มีตำนานว่าสร้างไว้โดยพระฤาษี เช่นพระฤาษีวาสุเทพ เช่นกัน โดยเดิมเชื่อจากหลักฐานชั้นหลัง
เช่น คัมภีร์ทางศาสนาที่คัดลอกสืบกันมา ว่ามีอายุเก่าแก่ถึงประมาณ
1,300 ปี ซึ่งก็เชื่อว่าคือ อายุของเมืองหริภุญไชย หากปัจจุบันนักโบราณคดีประเมินว่าไม่เก่าแก่ถึงเพียงนั้น
ถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนจะเป็นประมาณ 800 ปี
|