CafeMagazineAfterhourClass-ExamLinksCamp-Excursion

 

กระดานเสวนาเรือนไทย หน้าต่างโลก ศิลปะวัฒนธรรม เรือนไทย Main ภาษาและวรรณคดี ประวัติศาสตร์ แต่งกลอน นิยายและเรื่องสั้น

 

มองมนุษย์: ภาษิตอิศริญาณ

เทาชมพู pinkandgrey@doramail.com

ปัจจุบันต่างจากอดีตตรงที่มีเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์สูงมากกว่าเมื่อก่อน ทำให้ลักษณะบ้านเมืองเปลี่ยน  ความเป็นอยู่เปลี่ยน  แม้แต่ลักษณะทางกายภาพของมนุษย์ก็เปลี่ยน เช่นสูงขึ้นแข็งแรงอายุยืนขึ้น      ความรอบรู้ทางวิทยาการต่างๆมีมากขึ้น    แต่อย่างเดียวที่ไม่เปลี่ยน  คือพฤติกรรมมนุษย์ที่ยังมีกิเลสตัณหา  โง่และฉลาด  ดีและชั่วไม่ต่างจากอดีต

กวีบางคนเล็งเห็นความจริงข้อนี้มานับร้อยปีแล้ว  จึงนำข้อสังเกตเกี่ยวกับมนุษย์มาร้อยกรองเข้าเป็นบทกวี     สั่งสอนเตือนใจเพื่อให้เข้าใจผู้อื่น และตัวเองมากขึ้นไปด้วยพร้อมๆกัน หนึ่งในจำนวนผลงานเหล่านี้  ไม่มีเรื่องใดจะสรรค์ขึ้นด้วยถ้อยคำคมคายเจือปนด้วยการเสียดสีอย่างแนบเนียน  เกินหน้าไปกว่างานเล็กๆชิ้นหนึ่ง  ชื่อ "เพลงยาวอิศริญาณ"    เรื่องนี้ไม่ใช่หนังสือสอนศีลธรรมให้ทำดีหนีชั่ว  แต่เป็นข้อคิดในการอยู่ร่วมกันในสังคม  หลายข้อก็ยังเป็นเรื่องไม่ล้าสมัย ตราบใดธรรมชาติของมนุษย์ยังไม่เปลี่ยนแปลง

ตามประวัติกล่าวไว้เพียงสั้นๆว่าผู้แต่งชื่อหม่อมเจ้าอิศริญาณ เป็นโอรสพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงมหิศวรินทรามเรศ   อยู่ในเพศบรรพชิต ผนวชอยู่ ณ วัดบวรนิเวศในสมัยรัชกาลที่ ๔    ชาวบ้านว่าพระจริตท่านไม่ค่อยปกตินัก    เดาว่าถ้าเป็นสมัยนี้คงจะเห็นว่าท่านเพี้ยนๆไม่ใช่เสียสติ    ครั้งหนึ่งทรงทำอะไรวิปริตไป พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตรัสประภาษว่า "บ้า" คนอื่นๆก็พลอยเห็นตามนั้นไปด้วย    หม่อมเจ้าอิศริญาณน้อยพระทัยจึงทรงแต่งเรื่องนี้ขึ้นเป็นภาษิต     ในตอนหนึ่งมีทำนองเปรียบเปรยกระทบเรื่องนี้ว่า

เจ้าว่างามก็ต้องงามไปตามเจ้า ก็ใครเล่าจะไม่งามตามเสด็จ

การคล้อยตามคนใหญ่คนโต  ไม่ว่านายจะทำอะไรลูกน้องก็เห็นดีเห็นงามตามไปหมด เป็นเรื่องที่เห็นได้ทุกยุคทุกสมัย  ไม่ว่าประเทศไหนหรือระบอบการปกครองแบบไหน

ถ้าใครกำลังทะเลาะอยู่กับใคร   ลองอ่านตอนนี้ดูบ้างอาจจะใจเย็นลงได้   เป็นบทที่ว่าด้วยการรักษาน้ำใจกันในฐานะเพื่อนร่วมสังคมเดียวกัน

ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาศัย
เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ

บทนี้ว่าด้วยการรู้เท่าทันตัวเองและรู้ทันผู้อื่น   จะใช้ใครทำงานก็ต้องขอไหว้วานอย่างสุภาพเขาจึงจะยินดีร่วมมือด้วย

เกิดเป็นคนเชิงดูให้รู้เท่า   ใจของเราไม่สอนใจใครจะสอน
อยากใช้เขาเราต้องก้มประณมกร ใครเลยห่อนจะว่าตัวเป็นวัวมอ

บางบทก็สอนให้หนักแน่นอย่าหูเบา

อันเสาหินแปดศอกตอกเป็นหลัก ไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว
จงฟังหูไว้หูคอยดูไป เชื่อน้ำใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ

หม่อมเจ้าอิศริญาณคงเคยเห็นคนชอบคุยอวดภูมิรู้มามากแล้ว จึงปรามเอาไว้ในเชิงว่า…อย่าโอ้อวดข่มคนอื่น  เพราะจะไม่มีใครชอบ

ถ้ารู้จริงนิ่งไว้อย่าไขรู้  เต็มที่ครู่เดียวเท่านั้นเขาสรรเสริญ
ไม่ควรก้ำเกินหน้าก็อย่าเกิน อย่าเพลิดเพลินคนชังนักคนรักน้อย

แต่ถ้าหากเชื่อมั่นว่าตัวเองเก่งคิดจะลองดีใครให้ถึงที่สุด    เพราะเชื่อมือว่าเอาชนะได้    หม่อมเจ้าอิศริญาณทรงเรียกว่าล้องูเห่าเล่น  ก็สอนวิธีเอาไว้ว่า

ล้องูเห่าเล่นก็ได้ใจกล้ากล้า แต่ว่าอย่ายักเยื้องเข้าเบื้องหาง
ต้องว่องไวในทำนองคล่องท่าทาง ตบหัวผางเดียวม้วนจึงควรล้อ

คือต้องรู้จุดอ่อนของคนเก่งที่เราไปลองดีเขา  ว่าจะปราบให้ลงได้ด้วยวิธีใด    ถ้าไม่รู้แต่ไปลองดี อาจจะถูกตีกลับมาตายได้ง่ายๆเหมือนกัน และก็ทรงเหน็บแนมมนุษย์ด้วยกันไว้ว่า

ผีมันหลอกช่างผีตามทีมัน คนเหมือนกันหลอกกันเองกลัวเกรงนัก

ดูจากสำนวนภาษาและสติปัญญาของหม่อมเจ้าอิศริญาณที่แฝงมากับถ้อยคำ ท่านเป็นคนฉลาดที่ค่อนข้างจะมองโลกในแง่ร้าย  แต่ก็ไม่ได้มองด้วยความชิงชังรังเกียจ    ทรงสอนรู้เท่าทันความเขลาและความบกพร่องของมนุษย์  เพื่อจะได้ฝ่าฟันอุปสรรคให้ลุล่วงไปได้  แต่ในเวลาเดียวกันก็ให้เราเรียนรู้ที่จะประนีประนอมอยู่ร่วมกับคนเหล่านั้นอย่างไม่เดือดร้อนจนเกินไป

เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กัด ไปพูดขัดเขาทำไมขัดใจเขา
ใครทำตึงแล้วก็หย่อนผ่อนลงเอา  นักเลงเก่าเขาไม่หาญราญนักเลง

และที่ดีที่สุดคือท่านเตือนให้เราไม่ลืมที่จะย้อนกลับมาทบทวนพิจารณาตัวเองด้วยความรอบคอบ   ไม่ใช่แต่จะคอยเพ่งมองแต่ความดีหรือไม่ดีของคนอื่นฝ่ายเดียว

อย่าดูถูกบุญกรรมว่าทำน้อย น้ำตาลย้อยมากเมื่อไรได้หนักหนา
อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งแล้วจึงนอน



สนับสนุน
โดย สสวท.
หน้าหลัก   V คาเฟ่   V แมกกาซีน    บทเรียนข้อสอบ   บันเทิง   วิชาการไกด์
เรือนไทย   ข่าววิชาการ   ข่าวประชาสัมพันธ์   ปรับปรุงใหม่ๆ   ทีมงาน

email: vcharkarn@vcharkarn.com

Copyright 2001, Vcharkarn.com. All rights reserved.

พสวท. เพื่อ
วิทยาศาสตร์ไทย