|
ในบทความ
"ชานพระศรี" ได้เล่าถึงเจ้าพระยามหินทรศักดิธำรง
(เพ็ง เพ็ญกุล)มาแล้ว คงจะเห็นว่าฝีมือทางด้านการกวีของท่านมีไม่น้อยเลย
เพียงแต่ท่านอาจจะไม่ได้จับงานด้านนี้เป็นล่ำเป็นสันเท่านั้น
ใจรักทางศิลปะของท่านไปออกทางด้านศิลปะการแสดง
โรงละครของเจ้าพระยามหินทรฯในสมัยรัชกาลที่
๔ จนถึงต้นรัชกาลที่ ๕ ขึ้นชื่อลือชาว่า
" เครื่องแต่งตัวสวย และแต่งตัวสมจริง"
เพราะท่านลงทุนมาก ถ้าเล่นเรื่องมอญตัวละครก็แต่งมอญ
เล่นจีนก็แต่งจีน เล่นเรื่องลาวก็แต่งลาว
สิ้นเปลืองเท่าไรก็ไม่ว่า เป็นที่นิยมของคนดูมาก
นอกจากนี้ท่านยังมีวงมโหรีปี่พาทย์ส่วนตัวอีกด้วย
เช่นเดียวกับขุนนางผู้ใหญ่ในสมัยนั้นที่นิยมนำบุตรีขึ้นถวายตัวรับราชการฝ่ายใน
ธิดาของเจ้าพระยามหินทรฯ ต่อมาคือเจ้าจอมมารดามรกฏในรัชกาลที่
๕ มีพระเจ้าลูกยาเธอและพระเจ้าลูกเธอ ๒
พระองค์ คือพระองค์เจ้าจุฑารัตนราชกุมารี
และพระองค์เจ้าชายเพ็ญพัฒนพงศ์ ทรงกรมเป็นกรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม
พระองค์เจ้าชายเพ็ญพัฒนพงศ์เสด็จไปศึกษาที่อังกฤษ
เช่นเดียวกับพระเจ้าลูกยาเธออีกหลายพระองค์
เมื่อกลับมาสยาม ก็ทรงรับราชการได้เป็นผู้ช่วยปลัดทูลฉลองกระทรวงเกษตราธิการ
กรมหมื่นพิไชมหินทโรดมน่าจะทรงได้รับสายเลือดศิลปินจากเจ้าพระยามหินทรฯ
ขรัวตาของท่านอยู่ไม่มากก็น้อย จึงได้นิพนธ์เพลงขึ้นมาเพลงหนึ่ง
ชื่อ ลาวดำเนินเกวียนระหว่างเสด็จไปราชการตามหัวเมือง
สมัยนั้นก็ค่อนข้างลำบาก เพราะทางรถไฟยังไปไม่ทั่วถึง
มีแต่ทางเกวียนเป็นส่วนใหญ่
เพลงนี้
เนื้อร้องเดิมของแท้มีอยู่ว่า
| โอ้ละหนอ |
ดวงเดือนเอย |
| ข้อยพี่มาเว้า |
รักเจ้าสาวคำดวง |
| โอ้ดึกแล้วหนอ |
ข้อยขอลาล่วง
|
| โอ๊ะพี่เป็นห่วง |
รักเจ้าดวงเดือนเอย
|
ได้ยินแค่นี้ก็คงรู้กันได้ว่าหมายถึง
"ลาวดวงเดือน" ที่ถือกันว่าเป็นเพลงแพร่หลายมากที่สุดเพลงหนึ่งในบรรดาเพลงไทยเดิม
ฟังเนื้อต่อนะคะ
| ขอลาแล้ว
|
เจ้าแก้วโกสุม
|
| ข้อยนี้รักเจ้าหนอ |
ขวัญตาเรียม
|
| จะหาไหนมาเทียม |
เจ้าดวงเดือนเอย
|
| หอมกลิ่นเกสร |
เกสรดอกไม้
|
| หอมกลิ่นคล้าย |
คล้ายเจ้าสูเรียมเอย
|
| หอมกลิ่นกรุ่นครัน |
หอมนั้นยังบ่เลย
|
| เนื้อหอมทรามเชย |
เราละเหนอ
|
| โอ้ละหนอ |
นวลตาเอย
|
| ข้อยนี้รัก |
แสนรักดังดวงใจ
|
| โอ้เป็นกรรม |
ต้องจำจากไป
|
| โอ๊ะพี่อาลัย |
เจ้าดวงเดือนเอย
|
| เห็นเดือนแรม |
เริศร้างเวหา
|
| ข้อยเบิ่งดูฟ้า(ละหนอ) |
เห็นมืดมน |
| พี่จะทนทุกข์ทน |
เจ้าดวงเดือนเอย
|
| เสียงไก่ขันขาน |
มันหวานเจื้อยแจ้ว
|
| ช่างหวานสุดแล้ว |
หวานแจ้วเจื้อยเอย
|
| ถึงจะหวานเสนาะ |
หวานเพราะกระไรเลย
|
| บ่เหมือนทรามเชย |
เราจะเหนอ |
เนื่องจากบทร้องพระนิพนธ์ขึ้นต้นว่า
" โอ้ละหนอดวงเดือนเอย" และตอนที่จบท่อนก็มักจะมีคำว่า
"ดวงเดือน" ก็เลยเป็นที่จดจำกันถึงคำนี้มากกว่าชื่อแท้จริงของเพลง
และยังฟังไพเราะเหมาะสมกับทำนองและเนื้อร้องมากกว่า
ก็เลยกลายเป็น ลาวดวงเดือน อย่างที่รู้จักกันทุกวันนี้
มีเบื้องหลังเล่าว่ากรมหมื่นพิไชยฯนิพนธ์เพลงนี้ด้วยพระทัยผูกพันในตัวเจ้าหญิงองค์หนึ่ง
ในราชสำนักเชียงใหม่ที่เคยเสด็จไปเยือน
ในฐานะพระราชอาคันตุกะจากเมืองหลวง ถึงขั้นใคร่จะขออภิเษกด้วย
แต่ก็ทรงไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระเจ้าอยู่หัว
จึงทรงผิดหวังกับความรักครั้งนี้มาก แต่ต่อมาก็ได้อภิเษกไปกับกุลสตรีอื่น
ทรงเป็นต้นราชสกุล " เพ็ญพัฒน์"
กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดมสิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุเพียง
๒๘ พรรษา มีพระนิพนธ์เพลง ลาวดวงเดือน
ทิ้งไว้เป็นสมบัติยั่งยืนของวัฒนธรรมไทย
|