CafeMagazineAfterhourClass-ExamLinksCamp-Excursion

 

กระดานเสวนาเรือนไทย หน้าต่างโลก ศิลปะวัฒนธรรม เรือนไทย Main ภาษาและวรรณคดี ประวัติศาสตร์ แต่งกลอน นิยายและเรื่องสั้น

 

ขนมที่ถูกลืม

เทาชมพู pinkandgrey@doramail.com

คุยกับคุณผู้อ่านเรื่องขนมไทยในกระทู้    นึกได้ว่ามีขนมไทยหลายอย่างไม่ค่อยจะเป็นที่รู้จักกันแล้ว  บางอย่างก็ถูกลืมเลือนไปเลยทีเดียว   ก็เลยขอเก็บมาเล่าสู่กันฟังในเรื่องนี้ค่ะ

สองอย่างที่จะกล่าวถึงในนี้คือ ขนมค้างคาว กับ ขนมจีบ

'ขนมค้างคาว'    เป็นขนมรสคาวไม่ใช่ขนมหวาน  ทำด้วยแป้งมีไส้ข้างใน  ตัวไส้คือกุ้งและมะพร้าวปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยแล้วผัดเข้าด้วยกัน  พอสุกก็ปั้นเป็นรูปสามเหลี่ยมหุ้มด้วยแป้งดูรูปร่างคล้ายๆค้างคาวกางปีก  จึงเรียกว่าขนมค้างคาว

ขนมค้างคาวที่อร่อยขึ้นชื่อจนกระทั่งชาววังเรียกขานกันว่า ' ขนมค้างคาวเจ้าครอกทองอยู่' คู่มากับ' ขนมไส้หมูเจ้าครอกวัดโพ '  เป็นขนมโด่งดังพอๆกันในสมัยรัชกาลที่ ๑

เจ้าตำรับขนมค้างคาวคือพระชายาเอกในกรมพระราชวังหลัง   พระนามของท่านเรียกกันว่า เจ้าครอกทองอยู่   (คำว่า ' เจ้าครอก ' เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการ ใช้เรียกเจ้านายสตรีผู้ใหญ่ซึ่งผู้คนนับถือ    มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์)     พระประวัติทราบเพียงสั้นๆตามที่ ส.พลายน้อยเล่าไว้ในหนังสือ กระยานิยาย ว่าเดิมเป็นนางข้าหลวงของเจ้าฟ้าหญิงจันทวดี พระราชธิดาพระเจ้าบรมโกศ ซึ่งทรงหนีรอดจากการเสียกรุงศรีอยุธยามาอยู่ที่กรุงธนบุรี    ท่านทองอยู่ต่อมาได้สมรสกับพระยาสุริยอภัย หลานชายเจ้าพระยาจักรี    ในรัชกาลที่ ๑ เมื่อพระยาสุริยอภัยเลื่อนขึ้นเป็นกรมพระราชวังหลัง  ผู้คนก็พากันเรียกพระชายาว่า ' เจ้าครอกทองอยู่ '   หรือ ' เจ้าครอกวังหลัง '    ในเมื่อท่านเคยเป็นกุลสตรีในสมัยอยุธยามาก่อน    ตลอดชีวิตท่านก็แต่งองค์อย่างหญิงผู้ดีอยุธยา คือไว้ผมยาวประบ่า นุ่งผ้าจีบ  ไม่ตัดผมสั้นและนุ่งโจงกระเบนอย่างสตรีอื่นๆ ที่ต้องเปลี่ยนการแต่งกายให้ทะมัดทะแมงคล้ายผู้ชายในยามศึกสงครามตั้งแต่ตอนเสียกรุงครั้งที่สอง

เจ้าครอกทองอยู่ศรัทธาในศาสนา และมีเมตตาต่อบริวารด้วยดี   ในจำนวนนั้นคือสุนทรภู่และบุตรชาย  ชื่อนายพัดกับนายตาบ    ถึงกับเขียนรำพันอาลัยไว้ใน นิราศวัดเจ้าฟ้า รำลึกถึงเมื่อครั้งเจ้าครอกทองอยู่สิ้นพระชนม์

ถึงวัดระฆังบังคมบรมธาตุ  
แทบพระบาทบุษบงองค์อัปสร
ไม่ทันลับกัปกัลป์พุทธันดร พระด่วนจรสู่สวรรคครรลัย
ละสมบัติขัตติยาทั้งข้าบาท โอ้อนาถนึกน่าน้ำตาไหล
เป็นสูญลับนับปีแต่นี้ไป เหลืออาลัยแล้วที่มีพระคุณ
ถึงจนยากบากมาเป็นข้าบาท ไม่ตัดขาดข้าวเกลือช่วยเกื้อหนุน
ทางศรัทธากล้าหาญในการบุญ โอ้พระคุณขาดยศทั้งงดงาม
แม้ตกยากพรากพลัดไปขัดข้อง พัดกับน้องหนูตาบจะหาบหาม
นี่จนใจไปป่าช้าพนาราม สุดจะตามเสด็จได้ดังใจจง

ส่วนเจ้านายสตรีเจ้าตำรับขนมไส้หมู ชาวบ้านเรียกว่าเจ้าครอกวัดโพ  มีพระนามเต็มว่ากรมหลวงนรินทรเทวี เป็นพระน้องนางหรือขนิษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ   ทรงมีวังอยู่ใกล้วัดพระเชตุพน ชาวบ้านจึงขนานนามกันอย่างนี้   ทรงขึ้นชื่อด้านทำขนมไส้หมู คือขนมจีบแบบไทย

ขนมจีบไทยเป็นคนละอย่างกับขนมจีบซาละเปาที่เรากินกันในภัตตาคาร       วิธีปั้นขนมจีบ น่าดูมาก คือใช้ก้อนแป้งสดแล้วนำมาวางลงบนฝ่ามือ ใช้นิ้วโป้งอีกมือหนึ่งคลึงจนกระทั่งแผ่ออกเป็นแผ่นกลมบาง แล้วหมุนทั้งฝ่ามือและนิ้วที่คลึงแป้งต่อไปเร็วๆ  แป้งจะห่อตัวขึ้นเป็นรูปหม้อปากแคบสูงก้นบาน  ใครเคยเห็นวิธีปั้นหม้อดินเผาคงนึกออกนะคะ     ส่วนไส้ก็ใช้หมูบดละเอียดผัดให้สุก  พอปั้นเป็นรูปหม้อใส่ไส้แล้วจับจีบตรงปากหม้อ    จีบให้เป็นกลีบสวยได้ระเบียบแล้วพับเป็นริ้วลงมาตามตัวขนมมองดูคล้ายห่อผ้าพลีต    นำไปนึ่งจนสุก   ขนมไส้หมูของเจ้าครอกวัดโพ กล่าวกันว่าปั้นประณีตมากจนแป้งบางเฉียบมองเห็นไส้ข้างในแต่ก็ไม่แตกปริหรือขาด   นำขึ้นถวายเป็นของเสวย จัดอยู่ในประเภทของหวานทั้งที่มีรสคาว   ในกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวานในรัชกาลที่ ๒  บรรยายไว้ว่า

ขนมจีบเจ้าจีบห่อ งามสมส่อประพิมประพาย
นึกน้องนุ่งจีบถวาย ชายพกจีบกลีบแนบเนียน

ขนมจีบเป็นหนึ่งในงานโชว์ฝีมือ ๔ อย่างของกุลสตรีไทยถือว่าทำยากนักยากหนาจะให้ออกมาสวย  ใครทำได้ถือว่าได้มีวิชาดี  โดยมากก็จะเป็นชาววังหรือลูกสาวชาววังถึงจะทำได้  อีก ๓ อย่างคือจีบพลูยาว(เอาไว้กินกับหมาก ต้องจีบหางให้ยาวและสวย)  ปอกมะปรางริ้ว (ทำยากมากเพราะมะปรางเป็นผลไม้ผิวบางที่สุดชนิดหนึ่ง) ปอกเปลือกเสร็จแล้วใช้มีดทองเหลืองคมบางเซาะเป็นริ้วลวดลายบนผิวมะปรางไม่ให้ช้ำหรือลายขาด ต้องเบามือมาก  และท้ายสุดคือละเลงขนมเบื้องไทย  ต้องละเลงให้แผ่นบางเกือบเท่ากระดาษ   กรอบกำลังดีแต่ไม่ให้ไหม้ติดกระทะ    แต่ละอย่างต้องทำด้วยความประณีต ฝึกฝนกันอย่างอดทน    สาวยุคมิลเลนเนียมถ้าต้องสอบวิชาทั้ง ๔ อย่างตอนม. ๖  คงสอบตกกันหมด



สนับสนุน
โดย สสวท.
หน้าหลัก   V คาเฟ่   V แมกกาซีน    บทเรียนข้อสอบ   บันเทิง   วิชาการไกด์
เรือนไทย   ข่าววิชาการ   ข่าวประชาสัมพันธ์   ปรับปรุงใหม่ๆ   ทีมงาน

email: vcharkarn@vcharkarn.com

Copyright 2001, Vcharkarn.com. All rights reserved.

พสวท. เพื่อ
วิทยาศาสตร์ไทย