CafeMagazineAfterhourClass-ExamLinksCamp-Excursion

 

กระดานเสวนาเรือนไทย หน้าต่างโลก ศิลปะวัฒนธรรม เรือนไทย Main ภาษาและวรรณคดี ประวัติศาสตร์ แต่งกลอน นิยายและเรื่องสั้น

 

พิภพมัจจุราชในวรรณคดี

เทาชมพู pinkandgrey@doramail.com

   ชื่อเรื่องตอนนี้คงทำให้ผู้อ่านหลายคนนึกย้อนไปถึงภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมหลายปีมาแล้ว และคงนึกออกว่าตัวเอกในเรื่องนั้นมีอยู่สามด้วยกัน พญามัจจุราช เลขานุการอีก ๒คนชื่อ สุวรรณเลขา มีหน้าที่จารึกความดีของมนุษย์แต่ละคนลงในแผ่นทอง และ สุวาณเลขา มีหน้าที่จารึกความชั่วของมนุษย์ลงในแผ่นหนังหมา (สุวาณ แปลว่า หมา) เมื่อมนุษย์ผู้ใดผู้หนึ่งสิ้นชีพ วิญญาณจะลงนรกไปให้พญามัจจุราชตัดสินบวกลบคูณหาร ความดีความชั่วตามบัญชี แล้วจึงจะถูกส่งไปสวรรค์หรือนรก แล้วแต่ผลลัพธ์ที่ออกมา

วรรณคดีเกี่ยวข้องกับศาสนา โดยบันทึกความเชื่อทางศาสนาลงเป็นตัวอักษร บาปบุญคุณโทษ หรือจินตนาการสวรรค์นรกนั้นแล้วแต่สะท้อนปรัชญา และความเชื่อของคน รวมไปทั้งความก้าวหน้าหรือล้าหลังทางวิทยาศาสตร์ของคนแต่ละสมัยนั้นด้วย แต่เมื่อสำรวจดูแล้ว วรรณคดีไม่ว่าชาติใดสมัยใดย่อมมีสิ่งหนึ่งตรงกับทางศาสนา คือเชื่อในความดีความชั่ว ความเชื่อนี้ปรากฏออกมาในรูปของสวรรค์และนรก แตกต่างกันไปตามภูมิศาสตร์ และความนิยมของแต่ละชาติ

นรกของกรีกและโรมันนั้นเชื่อกันว่าอยู่ที่บาดาล ใต้โลกลงไป มีทางติดต่อจากโลกได้โดยทางแม่น้ำแห่งความตาย ซึ่งชารอน ชายแจวเรือจ้างเป็นผู้แจวพาวิญญาณคนตายข้ามไปสู่ยมโลก ทางเข้าจะมีสุนัขสามหัวคอยตรวจตราเป็นยาม ยมโลกนั้นบางครั้งเหมือนดินแดน บางทีก็บรรยายว่าเป็นเกาะ มีลักษณะเยือกเย็น มืดมน ปกคลุมด้วยเงาของความตายอยู่ทั่วไป วิญญาณจะเข้าสู่ที่ดินแดนนี้ และไปเฝ้าพญายม กรีกเรียกว่า เฮเดส โรมันเรียก พลูโต เฮเดสทำหน้าที่ประธานตัดสินความดีความชั่วของมนุษย์โดยมีคณะลูกขุน ล้วนแต่เป็นเทพชั้นรองในนรก ทำหน้าที่พิจารณาคดี แล้วมนุษย์ผู้ทำความผิด ก็จะถูกส่งไปลงโทษตามควรต่อไป

เฮเดสนั้นตามตำนานเทพเจ้ากรีก บอกว่าเป็นอนุชาของ ซีอุส (จูปิเตอร์) ราชาแห่งทวยเทพ และ โปซีดอล (เนพจูน) ซึ่งเป็นเทพสมุทร ทั้งสามพี่น้องแบ่งกันครองอาณาจักรสวรรค์และโลก ซีอุสครองฟ้า โปซีดอนเป็นเทพแห่งมหาสมุทรทั้งหมด และเฮเดสได้ส่วนใต้บาดาลลงไป คือดินแดนแห่งความตาย ชายาของเฮเดส ชื่อ เปอซีโฟนี ธิดาของแม่พระธรณี และเป็นเทวีแห่งฤดูใบไม้ผลิ เธออยู่กับเฮเดสหกเดือนในนรก และขึ้นมาอยู่บนโลกหกเดือน นักวรรณคดีเชื่อว่า นิยายตอนนี้ คือปรากฏการณ์ของธรรมชาติเกี่ยวกับฤดูทั้งสี่

ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูร้อนที่ทุกอย่างในธรรมชาติปรากฏชีวิตชีวาคือเมื่อเปอซีโฟนีอยู่บนโลก ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ที่ต้นไม่ใบหญ้าแห้งตายหมดคือเมื่อเธอกลับไปบาดาล

เฮเดสแม้จะเป็นอนุชาคนเล็ก แต่ก็มีอำนาจอย่างที่เทพเจ้าทุกองค์คร้ามเกรง ไม่มีใครกล้าไปก้าวก่ายด้วย ผู้อ่านสงครามกรุงทรอย และเรื่องอื่นๆของเทพเจ้ากรีกและโรมัน คงเห็นว่าบรรดาเทพทั้งหลายนั้นลงมาวุ่นวายกับมนุษย์นอกเหนือไปจากวุ่นวายกันเอง แต่เฮเดสนั้นไม่ปรากฏว่าขึ้นมายุ่งเกี่ยวกับใคร คงครองอาณาจักรอยู่อย่างสงบ ภาพของเฮเดสมักทำเป็นชายรูปงามในชุดดำ ลักษณะสงบขรึม เย็นชา มีความเที่ยงตรงอย่างแน่วแน่ไม่ละเว้นลำเอียงกับผู้ใด สมเป็นสัญลักษณ์ของความตาย คือบันดาลความเสมอภาคในการมีชีวิตให้มนุษย์

ส่วนความเชื่อทางคริสต์ศาสนานั้น คือพิภพมัจจุราช อยู่ใต้โลกลงไปเช่นกัน เป็นสถานที่ที่เทวดาผู้คิดกบฏต่อพระผู้เป็นเจ้าร่วงลงมาเป็นแถวจากสวรรค์ ตำแหน่งแหล่งที่นั้นไม่ปรากฏไว้ชัดอย่างของกรีก เรารู้แต่จากวรรณคดีของมิลตันว่า นรกของคริสต์ศาสนามีลักษณะคล้ายหุบเหวใต้บาดาล สว่างสะท้อนแสงแวววับด้วยเปลวไฟนรก และลูซิเฟอร์พญามารผู้ในอดีตเป็นเทวดาชั้นผู้ใหญ่ทว่าคิดกบฏนั้น สร้างที่พำนักนั้นมาเป็นปราสาทราชวังโอฬารในนรก ในคัมภีร์ระบุแต่เพียงว่า นรกมีเปลวไฟเผาผลาญวิญญาณผู้ชั่วร้ายอยู่ชั่วนิรันดร เพราะฉะนั้นจึงพอวาดภาพได้ว่าคล้ายเตาหลอมขนาดใหญ่ มีเปลวไฟผุดแลบเลียทรมานทรกรรมผู้อยู่ในนรกตลอดกาล

พญามัจจุราชของคริสต์ศาสนา คือ ลูซิเฟอรรูปร่างแต่เดิมนั้นคือเทวดาผู้งดงามที่สุดในบรรดาเทวดาทั้งปวง มิลตันบรรยายไว้ใน Paradise Lost ว่าเมื่อตกจากสวรรค์ลงมาแล้วก็ยังงามอยู่เช่นเก่า มีลักษณะเช่นนักรบผู้พ่ายแพ้สงคราม ปรากฏรอยสายฟ้าฟาดเป็นแถบยาวบนดวงหน้า เป็นผลจากการรบ แต่ลูซิเฟอร์ยังทะนงเด็ดเดี่ยวอยู่กับความคิดอิสระของตน ไม่ยอมรับใช้พระเจ้า อิจฉาเคียดแค้นมนุษย์ที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาและเริ่มวางตนเป็นพญามัจจุราช แต่บัดนั้นลูซิเฟอร์เป็นเจ้าแห่งความตายก็จริง แต่มิได้ทำหน้าที่ตัดสินลงโทษมนุษย์ เป็นแต่คอยชักจูงให้มนุษย์ทำบาปและคร่าวิญญาณลงไปอยู่เป็นเพื่อนกันในนรก นรกของคริสต์ศาสนานั้นเมื่อเข้าไปอยู่แล้วต้องอยู่เป็นการถาวร ไม่มีการขึ้นสวรรค์ได้อีก ลูซิเฟอร์อยู่แล้วก็ต้องอยู่ตลอดไป จึงอิจฉาริษยามนุษย์ ไม่อยากให้ได้ขึ้นสวรรค์เกินหน้าตัว

ลูซิเฟอร์นี้ มีรูปร่างเป็นงูก็ได้ ตามที่ปรากฏในไบเบิลว่าแปลงตัวเป็นงูไปหลอกลวงอีฟ จึงถูกพระเจ้าสาปให้คงสภาพนั้น อย่างไรก็ดีในยุคกลางของยุโรป นักวรรณคดีและจิตรกรเปลี่ยนรูปพญามารเป็นคนครึ่งสัตว์ประหลาดกายเป็นคน แต่มีตีนเหมือนตีนแพะ มีหางยาวปลายเป็นรูปลูกศร และมีเขาคล้ายเขาวัวหรือแพะ ซึ่งลักษณะนี้กลับไปคล้ายเทพชั้นรองของกรีกและโรมันชื่อ แพน ผู้มีร่างกายครึ่งคนครึ่งแพะ เป็นเทพประจำป่าเขาลำเนาไพร รูปร่างน่าเกลียด น่ากลัวนี้ได้ลบสภาพความงามดั้งเดิมของพญามารเสียสิ้น ถ้าผู้อ่านเรื่องนี้เคยชมภาพยนตร์เรื่อง Rosemarys baby คงจะนึกออกว่า มารน่าเกลียดน่ากลัวในความฝันของนางเอกนั้น ก็คือสภาพแปรมาจากมารครึ่งคนครึ่งสัตว์นี้เอง เป็นตัวเดียวกับลูซิเฟอร์

ในอเมริกา มีผู้นิยมลัทธิ Satanism คือบูชาพญามารเป็นพระเจ้า กระทำพิธีกันอย่างวิปริตต่างๆด้วย เชื่อว่าเป็นที่โปรดปราน ภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวกับลัทธินี้เอง คือนางเอกถูกสามีขายให้พวกบูชาลัทธินี้ เพื่อแลกกับความสำเร็จทางการงานของตน นางเอกได้รับเลือกเป็นผู้ถูกสมสู่กับมาร ให้กำเนิดบุตรของพญามาร ผู้ที่จะมาทำหน้าที่ศาสดาของลัทธิในอนาคต ผู้บูชาลัทธินี้จะได้รับสิทธิพิเศษ มีฤทธิ์ต่างๆหรือได้รับพรให้ประสบความสำเร็จตามต้องการ ลัทธินี้สืบเนื่องมาจากสมัยโบราณตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๑ คือการขายวิญญาณให้พญามาร โดยทำสัญญาว่าจะได้ทุกสิ่งที่ต้องการเป็นเวลาระยะหนึ่งกี่ปีก็แล้วแต่ เมื่อครบเวลาก็จะถูกมารมารอท่าพาลงนรกไป วรรณคดีที่มีชื่อเสียงที่สุดสองเรื่องของอังกฤษ และเยอรมัน คือ Dr. Faustus ของ คริสโตเฟอร์ มาร์โลว์ กวีสมัยศตวรรษที่ ๑๖ และ Faust ของ เกอเต้ กวีเยอรมันสมัยศตวรรษที่ ๑๘ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการขายวิญญาณให้พญามารโดยตรง เชื่อกันว่าเขียนขึ้นจากพื้นฐานความจริงในเยอรมันสมัยศตวรรษที่ ๑๓ เป็นนิทานพื้นเมืองเล่าถึงนักปราชญ์เยอรมันที่ขายวิญญาณให้มารจริงๆ

ชื่ออื่นๆของพญามัจจุราชในคริสต์ศาสนาคือ Satan , the Devil , the Demon , Prince of Darkness , Baalzebub เป็นต้น

ส่วนพิภพมัจจุราชของอินเดียนั้น เป็นที่ทรมานผู้ทำความชั่ว ต้องทนทุกข์ทรมานใช้กรรมได้หมดจึงพ้นจากนรก ดังนั้นจึงเป็นแต่เพียงที่อยู่ชั่วคราว ไม่ใช่ถาวรอย่างกรีกหรือคริสต์ศาสนา ผู้ที่ตกนรกนับได้ว่ายังมีความหวังอยู่ ส่วนสถานที่ของนรกนั้นคล้ายกับศาสนาอื่น คืออยู่ใต้พื้นพิภพลงไปมีอยู่ถึงยี่สิบเอ็ดชั้นด้วยกัน แบ่งสำหรับโทษชนิดต่างๆและระดับหนักเบาต่างกัน

พระยมของอินเดียมีรูปร่างแปลกกว่าเพื่อน กล่าวคือมีสามขา (แต่ในภาพรุ่นหลังเปลี่ยนขาให้กลายเป็นไม้เท้าไป) พาหนะที่ทรงคือกระบือ พระยมนับเป็นเทพองค์หนึ่งมีหน้าที่ปกครองนรกและตัดสินความดีความชั่วของมนุษย์

มัจจุราชที่ปรากฏในโทรทัศน์นั้น ท่าที่ว่าเป็นมัจจุราชของไทย ตามที่ปรากฏในไตรภูมิพระร่วง มีหน้าที่ปกครองพิภพมัจจุราชและตัดสินความดีความชั่วของมนุษย์ มัจจุราชของไทยนั้นไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์บนโลกยกเว้นเวลาตาย แต่ในโทรทัศน์นั้นขึ้นมาบนโลกบ่อยพอใช้ นรกที่มีในพุทธศาสนานั้นไม่ได้ปรากฏในโทรทัศน์ คนไทยคงจะเคยได้ยินกันบ่อย เช่น ต้นงิ้ว หรือ กระทะทองแดง และอีกาปากเหล็ก อันเป็นเครื่องมือทรมาน พิเศษไปจากนรกของชาติอื่น แต่เหมือนกับอินเดียตรงที่การตกนรกนั้นเป็นเพียงชั่วคราว ทำนองเดียวกับการติดคุกในเมืองไทย เมื่อใช้หนี้กรรมหมดก็พ้นจากนรกไปเกิดเป็นสัตว์โลกต่อไป

จักรวาลในพุทธศาสนาแบ่งเป็น ๓ระดับใหญ่ แต่ละชนิดมีระดับย่อยลงไปอีก คือกามาพจร สำหรับสัตว์นรกที่ยังคงรูปเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในกิเลส รูปพจร มีรูปแต่พ้นจากสัมผัส กลิ่นและรส สำหรับผู้ตัดกิเลสไปได้ เข้าถึงญาณบางขั้น เช่น โสดาบัน และอรูปพจร คือพ้นรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสเหลือแต่วิญญาณ เช่นผู้สำเร็จถึงพรหมดลกกับนรกอยู่ในระดับแรก คือ กามาพจร คือยังหลงวนเวียนอยู่ในกาม (ความต้องการ) นรกของพุทธศาสนามีอยู่ ๑๖อย่าง ร้อนแปดและเย็นอีกแปด แต่ละชนิดมีเครื่องทรมานเหมาะสมกับความผิดของมนุษย์ แจกแจงได้อย่างละเอียดตามโทษแต่ละชนิด

ลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือ มีพระอรหันต์มาโปรดสัตว์นรกเป็นครั้งคราว ที่คนไทยได้ยินบ่อยคือ พระมาลัย ผู้บรรลุถึงขั้นนิพพานแล้วแต่ด้วยความเมตตาสัตว์โลกจึงไม่ล่วงเข้าสู่นิพพาน หากแต่ยังโปรดสัตว์นรกให้พ้นความทุกข์ทรมาน เมื่อพระมาลัยเสด็จมาไฟนรกที่หมดร้อน น้ำในกระทะทองแดงก็เย็น สัตว์นรกก็ได้สงบสุขฟังคำเทศนาวาระหนึ่ง

ข้าพเจ้าเคยอ่านนวนิยายภาษาไทยสามเล่มที่มีพญามัจจุราชเป็นตัวเอก มีชื่อและรายละเอียดต่างออกไป แต่เค้าใจความอันเดียวกัน คือ "ก่อนอุษาสาง" ของ พนมเทียน "เงา" ของ โรสลาเลน และเรื่อง "ขุนคลัง" แปลจาก "The sorrow of satan" ของแมรี่ คอเรลลี โดยอมราวดี และเคยได้ยินว่าเรื่องของคอเรลลีนี้ นักเขียนอาวุโสผู้ล่วงลับไปแล้วคือ คุณมาลัย ชูพินิจได้แปลไว้ในชื่อ "ค่าของคน" แต่หาต้นเรื่องมาอ่านไม่ได้จึงได้แต่เพียงสันนิษฐานไว้ ส่วนเรื่องแรกนั้นเหมือนเรื่องที่สามเกือบทุกตัวอักษร เพียงแต่เปลี่ยนฉากและชื่อจากอังกฤษเป็นไทยเท่านั้น เรื่องที่สองนั้นไม่เหมือน แต่มีเค้า ท่านชายวสวัต ใน "เงา" เป็นชายรูปงาม มีชีวิตปะปนในสังคมมนุษย์ แต่เป็นพญามัจจุราช ทำหน้าที่ตัดสินความดีชั่วของมนุษย์ โดยไม่มีเลขาอย่างโทรทัศน์ มีประวัติเลวๆในเรื่องว่า เป็นเทพกึ่งสัตว์นรก เพราะมีบาปบุญอย่างละครึ่งพอดี แต่ชื่อกลับไปคล้ายพญามารวสวดีในพุทธศาสนาที่ตามผจญพระพุทธเจ้า ซึ่งพญามารนี้เป็นคนละคนกับพญายม เป็นเจ้าแห่งกิเลส ไม่ใช่ความตาย ท่านชายวสวัตนี้มีความหวังว่าวันหนึ่งจะได้พ้นทรมานขึ้นไปอยู่สวรรค์ ส่วนลักษณะหน้าตา การมาอยู่อย่างคนธรรมดา และความหวังนี้ตรงกับพญามารใน "ขุนคลัง" ซึ่งเป็นตัวลูซิเฟอร์หรือซาตานนั่นเอง แมรี่ คอเรลลีใช้จินตนาการของเธออย่างเห็นอกเห็นใจพญามาร ผู้ซึ่งถูกลงโทษให้เป็นมาร จนกระทั่งมนุษย์หลบลี้หนีกิเลสที่ตนถูกสาปให้ล่อลวงไปได้หมด จึงจะพ้นโทษกลับสู่สวรรค์ได้ ทุกครั้งที่พระเอกของ “ขุนคลัง”หรือใช้ชื่อว่า เจ้าชายลูชิโอ วิมาเนซ เห็นคนทำดีไม่ยอมถูกล่อลวงขายวิญญาณตัวเองก็ได้ก้าวขึ้นสู่เบื้องบนอีกก้าวหนึ่ง แต่ถ้าเห็นคนยอมให้ล่อลวงตกสู่หายนะ ก็จะตกลงมาอีกก้าวหนึ่ง เจ้าชายพญามารจึงมีสภาพคล้ายถูกชักคะเย่ออยู่ระหว่างความดีความชั่วไม่ได้ขึ้นสวรรค์กับเขาสักที มีสภาพเป็นเจ้าชายรูปงามจากแคว้นสมมุติในยุโรป ทำหน้าที่ชักจูงล่อลวงคนด้วยความจำใจ จนกระทั่งถึงวันที่มนุษย์ทำดีกันหมดจึงจะพ้นกรรม

พูดในแง่หนึ่งพิภพมัจจุราชในวรรณคดีช่วยสะท้อนความคิดของคนในศาสนานั้นๆของคริสต์ศาสนาเฉียบขาด ไม่มีการลดหย่อนถ้าตกนรกก็ตกตลอดกาล ไม่มีการแก้ตัวใดๆ ถ้าขึ้นสวรรค์ก็ขึ้นตลอดไป ไม่มีการเกิดใหม่ มนุษย์ดูเหมือนจะต้องระวังแต่เฉพาะตอนตัดสินโทษเท่านั้นว่าจะรอดไปข้างไหน เปรียบเหมือนการสอบชนิดมีแต่ได้กับตก ไม่มีการแก้ตัวหรือทำคะแนนเพิ่ม ส่วนพุทธศาสนา แม้จะทรมานน่าสยดสยองกว่า แต่ก็มีความหวังว่าจะต้องได้พ้นทุกข์ มีความเมตตาจากพระอรหันต์มาโปรด สามารถได้รับส่วนบุญจากญาติพี่น้องส่งไปให้ได้ มีลักษณะแฝงความหวัง ความเมตตา และการให้อภัย อันเป็นลักษณะสำคัญของพุทธศาสนิกชน



สนับสนุน
โดย สสวท.
หน้าหลัก   V คาเฟ่   V แมกกาซีน    บทเรียนข้อสอบ   บันเทิง   วิชาการไกด์
เรือนไทย   ข่าววิชาการ   ข่าวประชาสัมพันธ์   ปรับปรุงใหม่ๆ   ทีมงาน

email: vcharkarn@vcharkarn.com

Copyright 2001, Vcharkarn.com. All rights reserved.

พสวท. เพื่อ
วิทยาศาสตร์ไทย