|
ศรีมาลาเป็นลูกสาวคุณพระพิจิตร เจ้าเมืองพิจิตร ส่วนคุณนายแม่ชื่อบุษบา
พ่อแม่ศรีมาลาเป็นคนโอบอ้อมอารี เคยช่วยเหลืออุปการะขุนแผนกับนางวันทองไว้เมื่อทั้งสองตกยาก
จึงเป็นที่เคารพนับถือของขุนแผนมาก เมื่อพลายงามลูกชายขุนแผนโตเป็นหนุ่ม
พ่อและลูกอาสาสมเด็จพระพันวษากษัตริย์อยุธยา เป็นแม่ทัพไปรบกับเชียงใหม่
พอยกทัพผ่านพิจิตร ก็เลยแวะเข้าไปเยี่ยมเยียนด้วยความเคารพนับถือกันมาแต่ก่อน
พลายงามเห็นศรีมาลาก่อนจะเจอตัวจริงกันเสียอีก เพราะก่อนเข้าเมืองคืนนั้นก็เกิดฝันเห็นสาวสวย
อย่างที่โบราณเรียกว่า เทพนิมิต
คือฝันเพราะเทวดามาดลใจให้รู้เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า
| ฝันว่านารีพึ่งรุ่นสาว |
ผิวขาวคมคายมิใช่ชั่ว |
| สองเต้าเต่งตั้งดังดอกบัว |
มายืนยิ้มยั่วแล้วเยื้องกราย |
| พอภิปรายทายทักชักสนิท |
นางเบือนบิดทำทีจะหนีหน่าย |
| ก็ลุกรีบตามติดเข้าชิดกาย |
คว้าเข้าเจ้าก็หายไปกับมือ |
พลายงามเข้าเมืองพิจิตรก็ตั้งหน้าตั้งตามองหานางในฝัน เดินเข้าตลาดดูตามถนนหนทางเท่าไรก็ไม่พบ
จนกระทั่งมาถึงจวนเจ้าเมือง พระพิจิตรกับนางบุษบาเห็นเพื่อนเก่ามาหาก็ดีใจ
เรียกลูกสาวออกมาให้ไหว้ขุนแผน พอพลายงามเห็นสาวน้อยเข้าก็ตกตะลึง
บทรักแรกพบของพลายงามบทนี้ไพเราะจับใจ เป็นตอนหนึ่งที่นิยมจดจำกันมากในขุนช้างขุนแผน
| คนนี้แลแน่แล้วที่เราฝัน
|
รูปโฉมโนมพรรณหาผิดไม่ |
| น้องเอ๋ยรูปร่างช่างกระไร |
ถึงนางในกรุงศรีไม่มีเทียม |
| ดังดวงจันทร์วันเพ็ญเมื่อผ่องผุด |
บริสุทธิ์โอภาสสะอาดเอี่ยม |
| สองแก้มแย้มเหมือนจะยั่วเรียม |
งามเสงี่ยมราศีผู้ดีจริง |
| ทั้งจริตกิริยามารยาท |
ก็ฉลาดไว้วางอย่างผู้หญิง |
| อ่อนฉะอ้อนเหมือนจะวอนให้ประวิง |
จะยิ้มพรายก็พริ้งยิ่งเพราตา |
| ดูไหนไม่ขัดแต่สักอย่าง |
นี่คู่สร้างของเรากระมังหนา |
| พอแลลอดตลอดรับจับนัยนา
|
ดังว่าเจ้าจะตัดเอาหัททัย |
| หญิงอื่นหมื่นแสนที่เคยเห็น |
ก็หาจับใจเป็นเช่นนี้ไม่ |
| ถ้าแม้นได้ร่วมรักสักอึดใจ |
จะตายไปก็ไม่คิดสักนิดเดียว |
ไม่ใช่พลายงามฝ่ายเดียวที่ถูกศรกามเทพปักอกนะคะ ศรีมาลาเองก็เกิดรักแรกพบเหมือนกัน
แต่ต้องเก็บกลั้นไว้ไม่ให้ใครเห็น เพราะกุลสตรีไทยถูกขนบธรรมเนียมประเพณีบังคับ
ไม่ให้แสดงออกว่าพอใจผู้ชายคนไหน จึงได้แต่นอนรำพึงอยู่คนเดียว
บทครวญของศรีมาลานับว่าตีแผ่อารมณ์ผู้หญิงออกมาจากส่วนลึกในหัวใจ
โดยเฉพาะตอนที่ว่า
| อกน้องยากนักด้วยเป็นหญิง |
ต้องซ่อนรักหนักนิ่งอยู่กับที่ |
| แม้นเป็นชายพ่อพลายเป็นสตรี |
ค่ำวันนี้เป็นตายจะหมายไป |
ก็เป็นอันว่าใจตรงกันกับฝ่ายชาย พอถึงคืนนั้นพลายงามก็ลอบเข้ามาหาถึงในห้อง
ตามแบบชายไทยรุ่นเก่าที่นอกจากไม่จำเป็นต้องซ่อนรัก ยังทำอะไรตามอารมณ์หนุ่มได้ตามใจชอบ
ไม่มีขอบเขตจำกัดอีกด้วย
ความในใจของลูกสาวเจ้าเมืองพิจิตรบอกให้รู้ว่าผู้หญิงเป็นฝ่ายมีอารมณ์ปรารถนาได้ไม่แพ้ผู้ชายเหมือนกัน
กวีนิรนามผู้แต่งตอนนี้เป็นใครก็ตามบรรยายใจของผู้หญิงได้เก่งน่าติดตามต่อ
น่าเสียดายว่าสำนวนแต่งของท่านจบลงแค่นี้เอง พอถึงกรรมการหอพระสมุดช่วยกันแต่งตอนพลายงามเข้าห้องนางศรีมาลา
ก็เป็นกรรมการอีกชุดหนึ่ง จึงแต่งให้ศรีมาลาลืมตาขึ้นเห็นหน้าพลายงามเข้าไปหาถึงเตียงนอนก็ตกใจร้องว้ายแล้วสลบไปแบบผู้หญิงขวัญอ่อน
ถ้าแต่งให้ตรงกับนิสัยในบทรำพึงรำพัน ศรีมาลาอาจจะมีปฏิกิริยาอีกแบบที่น่าทึ่งสำหรับหนุ่มสาวยุคสองพันก็ได้ค่ะ
อย่างไรก็ตาม บทรำพึงของศรีมาลาเป็นที่ติดอกติดใจของคนอ่านสืบต่อกันมา
จึงมีผู้นำไปแต่งเป็นเนื้อร้องในทำนองเพลงไทยเดิมชื่อ "สุรินทราหู"
มีเนื้อตอนหนึ่งว่า
| น้องเป็นหญิงยากจริงจริงจะให้เห็น |
พ่อก็เป็นชายเลิศประเสริฐศรี |
| ถ้าตัวน้องเป็นชาย |
ตัวพ่อพลายเป็นสตรี |
ค่ำค่ำนี้จะไปแนบให้หนำใจ |
เนื้อร้องอันแสนรัญจวนใจนี้เองทำให้กวีรัตนโกสินทร์ เนาวรัตน์
พงษ์ไพบูลย์เมื่อครั้งวัยหนุ่มได้แรงบันดาลใจ ร่ายกลอนอารมณ์หวานหวามขึ้นมาชิ้นหนึ่ง
เป็นความในใจของหญิงสาวขณะเล่นซอสามสายเพลงนี้ ชื่อบทว่า
"สุรินทราหู" ตามชื่อเพลง
| " น้องเป็นหญิงยากจริงจริงจะให้เห็น |
พ่อก็เป็นชายเลิศประเสริฐศรี |
| ถ้าตัวน้องเป็นชาย
|
ตัวพ่อพลายเป็นสตรี
|
ค่ำค่ำนี้จะไปแนบให้หนำใจ
" |
| ทอดเสียงแนบแทบว่าหลับตาเห็น |
จะเคลิ้มเป็นเช่นนั้นยิ่งฝันใฝ่ |
| เข้าอิงแอบแนบชิดสนิทใน |
หอมสไบปนกลิ่นเนื้อเหมือนเจือจันทน์ |
| เคียงพะนอคลอเคล้าเฝ้าไล้ลูบ |
จะเวียนจูบเจิมประทับให้หลับฝัน |
| ตาหนอตามาตื่นจนตื้นตัน |
ไม่มีวันว่าจะเห็นให้เป็นจริง |
| โอ้อกชายหมายแนบอกแอบอก |
ให้สะทกสะท้านห้ามความเป็นหญิง |
| หวานสะอื้นเอื้อนอ่อนฉะอ้อนอิง |
เหมือนมนต์สิงเสน่หามาบางเบา |
| แล้วลงนิ้วเน้นพะนอซอสายสอง |
ผันทำนองสายหนึ่งว่าซึ้งเศร้า |
| โอ้สุรินทราหูรู้ใจเรา |
ขอใจเขาเข้าใจในพาที |
| ค่อยค่อยเอื้อนเหมือนสั่งทั้งสามสาย |
ว่าคล้ายคล้ายเพลงซอคลอคันสี |
| " ถ้าตัวน้องเป็นชาย |
ตัวพ่อพลายเป็นสตรี
|
ค่ำค่ำนี้จะไปแนบให้หนำใจ" |
|