CafeMagazineAfterhourClass-ExamLinksCamp-Excursion

 

กระดานเสวนาเรือนไทย หน้าต่างโลก ศิลปะวัฒนธรรม เรือนไทย Main ภาษาและวรรณคดี ประวัติศาสตร์ แต่งกลอน นิยายและเรื่องสั้น

 

นักเรียนนอกยุคแรก

เทาชมพู pinkandgrey@doramail.com

   เรามักจะเข้าใจว่านักเรียนไทยเริ่มไปเรียนเมืองนอกกันในตอนปลายรัชกาลที่ ๕  เห็นได้จากพระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ที่เสด็จไปศึกษาต่อในยุโรปในยุคนั้น    แต่ในความเป็นจริง   ยุคนักเรียนไทยไปเรียนเมืองนอก ถอยหลังย้อนกลับไปเก่ากว่านั้นมาก  คือตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔

ทั้งนี้เพราะอิทธิพลของมหาอำนาจฝ่ายตะวันตกแผ่เข้ามาคุกคามไทยตั้งแต่รัชกาลที่ ๓ และเห็นได้ชัดขึ้นในรัชกาลที่ ๔  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นความจำเป็น ที่จะให้คนไทยเรียนรู้วัฒนธรรมของฝรั่ง จะได้รู้เท่าทันพวกเขา เพื่อแก้ไขปัญหาการรุกราน รักษาเอกราชไว้ได้  จึงทรงสนับสนุนให้มีการเรียนรู้ภาษาและวิชาการตะวันตกอย่างมาก  จนสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ตรัสเป็นข้อคิดไว้ว่า 

- เมื่อรัชกาลที่ 1 ใครรบทัพจับศึกได้แข็งแกร่งก็โปรด   
- ในรัชกาลที่ 2 ใครเป็นกวีก็เป็นคนโปรด  
- ในรัชกาลที่ 3 ใครมีศรัทธาสร้างวัดวาก็เป็นคนโปรด 
- ในรัชกาลที่ 4 ใครรู้ภาษาฝรั่งก็เป็นคนโปรด         

การเรียนภาษาอังกฤษเริ่มมาจากในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งโรงเรียนขึ้น จ้างครูสตรีชาวอังกฤษชื่อแอนนา เลียวโนเวนส์มาถวายพระอักษรพระเจ้าลูกยาเธอและพระเจ้าลูกเธอที่ทรงพระเยาว์  นอกจากนี้ก็โปรดฯให้เจ้าจอมหม่อมห้ามได้เรียนด้วย  คนหนึ่งที่เรียนจนพูดภาษาอังกฤษได้คือเจ้าจอมมารดากลิ่นในกรมพระนเรศวรฤทธิ์ (ต้นสกุล กฤดากร)

  ล่วงมาถึงปลายรัชกาล คนไทยรุ่นแรกที่รู้ภาษาอังกฤษมากพอจะนำมาใช้ในราชการงานเมืองได้มีอยู่ 5 คน คือ      

-    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  แต่ครั้งทรงดำรงพระยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์   ทรงศึกษากับครูสตรีและมิชชันนารีอื่นๆตั้งแต่ทรงพระเยาว์  ต่อมาทรงศึกษาด้วยพระองค์เอง จนทรงแปลเรื่อง  The Sleeper and the Waker ของเซอร์ริชาร์ด เบอร์ตันเป็นไทยได้  ชื่อว่า " นิทราชาคริต"    

-    กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ (พระองค์เจ้ายอดยิ่งยศ  หรือพระนามเมื่อครั้งประสูติว่าพระองค์เจ้ายอร์ช วอชิงตัน) พระโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงทราบภาษาอังกฤษบ้างพอตรัสได้ และทรงถนัดเรื่องวิชาช่างเช่นเดียวกับพระชนกนาถ

-    พระยาอรรคราชวราทร(หวาด บุนนาค)บุตรพระยาอภัยสงคราม    สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ฝากนายเรือรบอเมริกันไปเรียนวิชาทหารเรือ  เรียนรู้ทางภาษากลับมารับราชการในกรมท่าและได้เป็นพระยาเมื่อชรา

-   พระยาอรรคราชวราทร (เนตร) บุตรพระยาสมุทบุรานุรักษ์  ไปเรียนภาษาอังกฤษที่เมืองสิงคโปร์จนใช้ได้ดี  กลับมารับราชการได้เป็นขุนศรีสยามกิจ ผู้ช่วยกงสุลสยามที่เมืองสิงคโปร์ และหลวงศรีสยามกิจ ไวส์กงสุลสยามในเมืองสิงคโปร์ในรัชกาลที่ 4  ต่อมา ในรัชกาลที่ 5 ได้เป็นพระยาสมุทบุรานุรักษ์ตามอย่างบิดาและพระยาอรรคราชวราทรคนแรก

     -    เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค)  เป็นลูกหลานสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์  ทางบ้านส่งไปเรียนที่อังกฤษอยู่ 3 ปี  ต่อมาเดินทางกลับพร้อมกับเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ เมื่อครั้งเป็นราชทูตไปฝรั่งเศส ได้เป็นล่าม   กลับมารับราชการเป็นนายราชาณัตยานุหาร หุ้มแพรวิเศษ ในกรมอาลักษณ์  พนักงานเชิญรับสั่งไปต่างประเทศ และเป็นราชเลขานุการภาษาอังกฤษตลอดรัชกาล

สามัญชนที่เรียนวิชาความรู้จากฝรั่งคือนายจิตร อยู่กุฎีจีน  เรียนวิชาถ่ายรูปกับบาทหลวงหลุยส์ ลานอดี ชาวฝรั่งเศส และนายทอมสันช่างถ่ายรูปชาวอังกฤษ  จนตั้งห้างถ่ายรูปได้  ได้เป็นขุนฉายาทิศลักษณะ และหลวงอัคนีนฤมิตร เจ้ากรมแกสหลวง

ในปลายรัชกาลนี้เอง  ราชการได้เริ่มส่งนักเรียนไทยชุดแรกไปเรียนต่อที่ยุโรป 3 คน  สองคนที่ไปเรียนในอังกฤษคือนายโต บุตรเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ กลับมารับราชการในบั้นปลายได้เป็นเจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์  และนายสุดใจ บุตรเจ้าพระยาภาณุวง์มหาโกษาธิบดี(ท้วม) กลับมารับราชการได้เป็นพระยาราชานุประพันธ์  ส่วนคนที่สามคือนายบิน บุตรเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์  ไปเรียนที่ฝรั่งเศส กลับมาได้เป็นหลวงดำรงสุรินทฤทธิ์

 ส่วนในสยาม มีผู้เรียนภาษาอังกฤษกับมิชชันนารีแล้วเข้ารับราชการอีก 6 คน  บางคนไปเรียนต่อต่างประเทศ  บางคนก็เข้ารับราชการโดยตรง  ส่วนใหญ่จะเจริญรุ่งเรืองในราชการอย่างดี

เมื่อมาถึงรัชกาลที่ 5   โปรดเกล้าฯให้จัดตั้งชั้นเรียนภาษาอังกฤษขึ้นที่โรงทหารมหาดเล็ก  จัดครูฝรั่งมาถวายพระอักษรบรรดาพระเจ้าน้องยาเธอ     เจ้านายที่ได้รับราชการเป็นเสนาบดีในรัชกาลที่ 5 อย่างสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงเล่าเรียนภาษาและวัฒนธรรมอังกฤษแทบทุกพระองค์   จึงทรงเป็นกำลังสำคัญอย่างมากในการพัฒนาบ้านเมือง

      ต่อมา  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯยังโปรดเกล้าฯให้คัดเลือกลูกผู้ดีไทยรวมทั้งเชื้อพระวงศ์ประมาณ 20 คน  ส่งไปเรียนภาษาอังกฤษที่สิงคโปร์อีกชุดหนึ่ง    สามคนในจำนวนนี้ได้ไปเรียนที่อังกฤษอีกด้วย  คือ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์,  หม่อมเจ้าเจ๊ก  นพวงศ์ ในกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส และพระยาไชยสุรินทร์ (ม.ร.ว. เทวหนึ่ง ศิริวงศ์)  เป็นต้น       คนไทยจำนวนน้อยนิดในรัชกาลที่ 3 และ 4 ที่รู้ภาษาตะวันตกเหล่านี้  เป็นผู้วางรากฐานความสำคัญของภาษาและวิทยาการตะวันตกให้เพิ่มพูนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5  จนกลายเป็นความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ขุนนางข้าราชการในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่จะส่งบุตรหลานของตนไปศึกษาต่อ ณ ทวีปยุโรป 

     การเรียนรู้วิทยาการในประเทศตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 6 และ 7 ในหมู่นักเรียนไทยนี้เองมีส่วนกระตุ้นให้เกิดความคิดอ่านที่จะมีส่วนในการปกครองประเทศ ตามระบอบประชาธิปไตยที่นักเรียนไทยเหล่านั้นไปเห็นมาในหลายประเทศในยุโรป   จนกระทั่งนำไปสู่เสรีภาพทางหนังสือพิมพ์  การเรียกร้องสิทธิ์ในการมีส่วนปกครองประเทศ  และจบลงด้วยการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475  



สนับสนุน
โดย สสวท.
หน้าหลัก   V คาเฟ่   V แมกกาซีน    บทเรียนข้อสอบ   บันเทิง   วิชาการไกด์
เรือนไทย   ข่าววิชาการ   ข่าวประชาสัมพันธ์   ปรับปรุงใหม่ๆ   ทีมงาน

email: vcharkarn@vcharkarn.com

Copyright 2001, Vcharkarn.com. All rights reserved.

พสวท. เพื่อ
วิทยาศาสตร์ไทย