ค่ายคณิตศาสตร์ใส ๆ ในธรรมชาติ ครั้งที่ 2
หน้าที่ 1 - เรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวทางของ สสวท.
กิจกรรมคณิตศาสตร์ใส ๆ ในธรรมชาติ ครั้งที่ 2

เฮ้!!! ..... บรรยากาศก่อนกลับ ความสดชื่นและ แรงไม่ตกกันเลยนะค่ะเนี้ย
ไว้เจอกันใหม่ในกิจกรรมครั้งหน้านะค่ะ
วิชาการดอทคอม เป็นเว็บไซต์ที่มุ่งสร้างและถ่ายทอดความรู้ให้แก่สังคมไทย โดยไม่หวังสิ่งใดอบแทน และมุ่งเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมวิทยาศาสตร์ ได้เล็งเห็นว่าทุกสิ่งรอบตัว ใกล้ตัวของทุกคนล้วนแต่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ได้ โดยทุกคนสามารถเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จากสิ่งใกล้ตัว วิชาการดอทคอม สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และทเคโนโลยี (สสวท.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จึงได้จัดกิจกรรมคณิตศาสตร์ใสๆในธรรมชาติขึ้น เพื่อให้เยาวชนได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมคณิตศาสตร์ซึ่งแฝงอยู่ในธรรมชาติอันสวยงาม และ มหัศจรรย์และเกิดเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์มากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการร่วมกิจกรรมhttp://www.vcharkarn.com/varticle/389/1
ซึ่งเพื่อนๆสามารถติดตามกิจกรรมสร้างสรรค์สัมคม และสร้างความสนุกสนานในยามว่างให้กับเพื่อนๆได้ที่ http://www.vcharkarn.com/vcamp/วัตถุประสงค์ในการทำกิจกรรม คือ
1. เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ และส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาของเยาวชน
2. เพื่อสร้างความตระหนักว่าคณิตศาสตร์เป็นสิ่งใกล้ตัว และเชื่อมโยงเรียนรู้ได้ในชีวิตจริงทุกหนแห่ง
3. เพื่อสร้างค่านิยมการคิดแบบวิทยาศาสตร์
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับช่วงชั้นที่ 2 ( ป. 4 - ป.6 ) ที่สามารถขับขี่จักรยานเองได้
วิทยากร
วิทยากรจาก สสวท. และ วิชาการดอทคอม
นายสมเกียรติ เพ็ญทอง
กิจกรรมที่จัด
มีเป็นฐานหลายฐานเลย ดูได้ที่หน้าถัดไปนะจ๊ะผลที่คาดว่าจะได้รับ
เยาวชนมองสิ่งรอบตัวให้โยงใยกับคณิตศาสตร์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเห็นประโยชน์ของคณิตศาสตร์ต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น รวมทั้งเกิดเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งพอถึงวันงานผลที่ได้รับเกินคาดค่ะ ทั้งรอยยิ้มและบรรยากาศคึกคักของผู้ปกครองและเด็กๆ
เรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวทางของ สสวท.
คณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่หลายคนคิดว่ายาก ซับซ้อนและไกลตัว แต่จริงๆแล้วคณิตศ่าสตร์เป็นความรู้ที่จำเป็นสำหรับทุกคนที่จะต้องติดตัวไว้บ้าง เพราะอย่างน้อยก็ต้องใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์ในกระบวนการบวกลบคูณหารในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญคณิตศษสตร์จะช่วยให้เรารู้จักคิดไตร่ตรอง มีเหตุผลมากขึ้น นอกจากนั้นยังหล่อหลอมให้เรามีความสามารถในการแก้ปัญหา
คณิตศาสตร์นั้นเรียนยากไหม?
มีคนบอกว่าจริงๆแล้วคณิตศาสตร์น่ะ เรียนไม่ยากหรอก ถ้าเรียนแล้วสนุกและถูกวิธีเพราะการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์นั้นมีหลายระดับ หากต้องการเรียนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงได้นั้น เพียงแค่เรียนรู้ในระดับพื้นฐานก็พอ ซึ่งไม่ยากเลย แต่ถ้าเรียนเพื่อเป็นนักคณิตศษสตร์ หรือเพื่อเรียนต่อสูงขึ้น ความยากหรือความซํบซ็อนก็จะเพิ่มขึ้น
อ. ดนัย ยังคง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษของสถาบันส่งเสริงการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เคยกล่าวไว้ว่า "การเรียนการสอนคณิตศาสตร์ทั้งสนุกและได้ความรู้นั้น จะต้องแน้น"ท้กษะ"และ "กระบวนการ" ทางคณิตศาสตร์"
คำว่า "ทักษะ" ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง ความชำนาญ คือ สอนเพื่อเน้นให้เด็กๆเกิดความชำนาญ ส่วนคำว่า " กระบวนการ" หมายถึง การเปลี่ยนแปลงอย่างมีระบบระเบียบ ต่อเนื่อง คือสอนให้เด็กๆคิดและทำอย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอนนั่นเอง
อ. ดนัย เล่าว่า "การจัดการเรียนการสอนที่เน้นทักษะและกระบวนการเป็นเรื่องของการนำกิจกรรมไปช่วยฝึกนักเรียนในด้านการแก้ปัญหา การสื่อสาร การนำเสนอการให้เหตุผลส่งเสริม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และเชิ่อมโยงคณิตศาสตร์กับวิชาอื่น นี่คือสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน แต่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อจัดกิจกรรมใหนักเรียนปฎิบัต , ไม่เกิดจากครูสอนหรือตามคำบอกเล่าของ ครู แต่เกิดจากนักเรียนได้ลงมือ , ปฎิบัติ และคิดด้วยตัวเอง"
การจูงใจให้เด็กๆ สนุกกับการเรียนคณิตศาสตร์กลเม็ดหนึ่งค้อมให้เด็กได้ "เรียนรู้" และ "พบ สิ่งที่ท้าทาย" ไปพร้อมกัน โดยจัดกิจกรรมและเกมตางๆ ที่ช่วยฝึกทักษะคณิตศาสตร์ให้เด็กได้ร่วม สนุกพร้อมสอดแทรกเนื้อหาความรู้เข้าไป นอกเหนือจากการเรียนการสอนคณิตศษสตร์ในชั้นเรียนแล้ว ครูควรจัด "มุมคณิตศาสตร์" เพื่อให้เด็กมีส่วนได้เล่นเกม ปัญหาท้าทาย ชวนคิด ปริศนา หรือจัดกิจกรรมเสริมทักษาและกระบวนการ ทางคณิตศาสตร์ เช่นการแก้ปัญหา การให้เหตุผลและการพิสูจน์ การสื่อความหมาย การเชื่อมโยง การนำเสนอ คลอดจนความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ถ้าจัดทำมุมคณิตศาสตร์ได้หลายมุม อาจจะรวมจัด แสดงไว้เป็นห้องกิจกรรมคณิตศาสตร์หรือห้องปฎิบัติการคณิตศาสตร์ของโรงเรียน เด็กก็จะ"ศึกษา" และ "หาข้อสรุป"
สสวท. ได้จัดทำเอกสารและสื่อ คู่มือครูและเอกสารเสริมความรู้สำหรับครูให้นำไปสอนได้จริงรวมทั้งได้เผยแพร่ออกไปให้ครูคณิตศาสตร์ได้รับทราบทั้งในการประชุมวิชาการ และทางโทรทัศน์ โดยสรุป สสวท. เน้นทักษะ การบวนการคิด ให้เด็กๆ ฝึกคิดอย่างหลากหลาย อาจจะคิดด้วยวิธีการแตกต่างกัน แต่ได้คำตอบอย่างเดียวกัน ซึ่งมีประโยชน์กับเด็ฏๆมาก และครูจะได้ไม่จำกัดความคิดของเด็กด้วย ไม่ว่าจะสอนที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ที่โรงเรียนหรือแม้แต่ที่บ้าน อย่าลืมว่า ควรกระตุ้น และเปิดโอกาสให้เด็กๆได้คิด วิเคราะห์แก้ปัญหาด้วยตัวเอง เน้น"กระบวนการ" มากกว่าหา "คำตอบ" แต่เพียงอย่างเดียว เมื่อคิดเป็นแล้ว ความคิดก็จะแตกยอดไปเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลนั้นแล้ว เด็กๆอาจคิดสร้างสรรค์ผลงานอื่นๆ ได้มากมายอย่างที่ผู้ใหญ๋เองอาจคิดไม่ถึงก็ได้ค่ะ

ต่อไปเราไปดูบรรยากาศในกิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์ใสๆ กันดีกว่าค่ะ
หน้าที่ 2 - กิจกรรมฐานต่างๆ
บรรยากาศเช้านี้ปลอดโปร่งค่ะ ท้องฟ้าเปิด ไร้กลุ่มก้อนเมฆที่จะก่อตัวเป็นเม็ดฝน และ ไร้วี่แวของสายลมด้วย ( ฮ่าๆ ตั้งแต่เกิดสภาวะโลกร้อน สายลมของเราหายไปไหนกันหมดนะเนี้ย ) เช้าวันอาทิตย์เหมาะแก่การนอนตื่นสายมากๆ หลังจากทำงานมา 5 วัน แต่วันนี้เรามาออกกำลังกายร่วมกับเด็กๆที่ สวนรถไฟ กันดีกว่า
ประวัติความเป็นมา
ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาสภาพแวดล้อมใน รูปการเพิ่มพื้นที่สีเขียวใน เมือง เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิต ของชาวกรุงเทพฯ ให้ทัดเทียมมหานครใหญ่ในภูมิภาค จึงเป็นที่มาของ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2534 และวันที่ 29 มกราคม 2534 สมัยที่พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้จัดสร้างสวนสาธารณะบนพื้นที่ "สนามกอลฟ์รถไฟ" ที่ดินของการ รถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ส่วนแรก 140 ไร่ให้สร้าง เป็นสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ส่วนที่เหลือ 375 ไร่ กรุงเทพมหานครรับมอบที่ดินจากกระทรวงคมนาคม เมื่อ 5 พฤศจิกายน 2541 และจ่ายค่าชดเชยให้การรถไฟ ฯ จำนวน 555 ล้านบาท และเริ่มเข้า
ปรับปรุงพื้นที่สนามกอลฟ์เดิมเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2542 ต่อมา เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในวโรกาสที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระชนมายุครบ 50 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2545 กรุงเทพมหานครได้ขอพระราชทานชื่อให้กับสวนรถไฟ ซึ่งได้ทรงพระราชทานนามใหม่ให้ว่า "สวนวชิรเบญจทัศ"

ในครั้งนี้เราจะแบ่งน้องๆ ออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผีเสื้อหนอนคูน ( เสื้อยืดสีเหลืองดอกคูณ ) 11 คน กลุ่มผีเสื้อหางติ่ง ( เสื้อยืดสีเขียวใบไม้ ) 10 คน กลุ่มผีเสื้อถุงทอง ( เสื้อยืดสีฟ้า ) 11 คน กลุ่มผีเสื้อหนอนกระทกรก ( เสื้อยืดสีส้มตามปีกผีเสื้อ ) 11 คน โดยแต่ละกลุ่มจะมี พี่เลี้ยงดูแลกลุ่มละ 2 คน เพื่อความสะดวกในการดูแล และให้ความรู้ ทำให้น้องๆได้รับความรู้และ ความสนุกสนานอย่างเด็มที่จริงๆค่ะ
เมื่อถึงเวลาน้องทยอยกันมาแต่เช้า ก่อนเริ่มกิจกรรม เราจะให้น้องๆได้ไปเลือกจักรยาน คันที่ตัวเองชอบที่ร้านเช่าจักรยาน ถ้ายังไม่ถูกใจก็สามารถวิ่งเข้าไปเปลี่ยนได้ จนกว่าจะพอใจเลยค่ะ ผู้ปกครองตามมาดูที่ร้านเช่าจักรยาน พอน้องๆได้จักรยานก็วาดลวดลาย นักซิ่งออกไปเลย ( พี่ๆต้องวิ่งไปตามมา บอกให้จดเลขที่จักรยานก่อนจ้า เดี๋ยวตอนคืนจะคืนกันไม่ถูกน้า )

สำหรับน้องๆที่พลาดโอกาสในการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่ต้องเสียใจนะค่ะ เพราะ พี่ได้เก็บภาพบรรยากาศมาฝาก แบบเหมือนได้ไปอยู่ในบรรยากาศจริงๆกันไปเลย
เริ่มที่ฐานแรก นั่นคือ ฐานโบยบินไปกับผีเสื้อ ฐานนี้จะอยู่ทางประตูหลังของสวนรถไฟ จัดในอุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ เมื่อเข้าไปข้างในจะเป็นส่วนของการบรรยาย จากเจ้าหน้าที่ประจำอุทยาน อากาศเย็นสบาย เนื่องจากติดแอร์ค่ะ เมื่อเดินผ่านเข้าไปอีกสักนิดจะเป็นโดมของผีเสื้อโบยไปบินมา ในหมู่ต้นไม้มากมาย

กิจกรรมแรกในฐานนี้คือ
1 butterfly life cycle ภาค 1
ให้น้องๆระบายสีผีเสื้อแลวงจรชีวิตทั้ง 4 ระยะ เสร็จแล้วให้ตัดวงจรชีวิตทั้ง 4 ภาพ ติดบนหมายเลขบนปีกผีเสื้อให้ถูกต้อง โดยน้องๆทุกคนจะได้รับคู่มือเล่มเขียว ซึ่งจะมีแบบฝึกหัด เอ้ย แบบฟอร์มการทำกิจกรรม ให้น้องๆได้กรอกในทุกฐานว่าได้เรียนรู้อะไรไปบ้าง และ รายละเอียดกิจกรรมทุกฐาน หลักการ โครงการ วัตถุประสงค์ แผนผังบริเวณสวนรถไฟ ฯลฯ
2 butterfly life cycle ภาค 2 (wod puzzle)
( ว้าว ได้ฝึกภาษาอังกฤษ ด้วยหรอเนี้ยยยย )
3 ปีกผีเสื้อมีพื้นที่กี่ตารางหน่วย
อย่างที่เห็นในภาพเลยค่ะ น้องจะได้นั่งใช้ความคิด และ ช่วยกันหาพื้นที่ตรงหน้าเลยว่ามีพื้นที่กี่ตารางหน่วย
4 ช่วยด้วยหายไปไหนครึ่งหนึ่ง
วาดลวยลายลงบนกระดาษ ต่อเติมผีเสื้อที่หายไปครึ่งนึงให้เต็มตัว
5 ผีเสื้อแสนสวย
น้องๆ ช่วยกันออกแบบลวดลายผีเสื้อและระบายสีให้สวยงาม เราจะมีการประกวดความสวยงามของแต่ละกลุ่ม และ แจกรางวัลก่อนกลับบ้านด้วยค่ะ
6 เขาวงกตบนปีกผีเสื้อ
ผู้เชี่ยวชาญด้านแมลงอยากเข้าไปสำรวจปีกผีเสื้อตัวข้างล่างนี้ น้องๆช่วยนำทางให้หน่อยจ้า
7 ปริศนาการ์ดรูปผีเสื้อ
น้องๆช่วยกันใช้ความคิดแบ่งการ์ดกัน โดยน้องที่ได้จะต้องได้ใบที่ไม่ตรงกับความต้องการของเพื่อนอีกคน
กิจกรรที่ 2 ฐานนั่นดอกไม้อะไรสวยจัง
1 สำรวจดอกไม้
ให้น้องๆออกไปสำรวจรอบๆบริเวณฐาน ว่าพบดอกไม้ชนิดใดบ้าง แล้วบันทึกข้อมูลลงในตาราง
2 ลำดับฟิโบนักชี ( Fibonacci )
สังเกตุจำนวนกลีบของดอกไม้แต่ละชนิดที่เก็บมาได้ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร
3 ตามหาฟิโบนักชี ( Fibonacci ) ในธรรมชาติและ ที่อยู่รอบๆตัว
ให้น้องๆตอบคำถามในปริศนา แล้วไปสำรวจดูว่าปริศนาเหล่านี้เกี่ยวข้องกับฟิโบนักชี
4 ตัวอะไรเอ่ย
ให้น้องๆใช้ตารางหน่วยที่ได้รับแจก ปฎิบัติกิจกรรมต่อไปนี้ตามลำดับ
5 มาหาคำตอบของ 1 หาร 89 โดยใช้ Fibonacci กันเถอะ

กิจกรรมที่ 3 ฐานใบ้ไม้เกี่ยวข้องอย่างไรกับคณิตศาสตร์
1 ใบไม้ที่น้องๆเคยพบมีลักษณะ รูปร่างอย่างไรบ้าง
2 ทำไมใบไม้จากต้นไม้แต่ละชนิดจึงมีรูปร่างและลักษณะอย่างที่เป็นอยู่
3 หาใบไม้ที่ร่วงจากต้น (ห้ามเด็ดจากต้น ) เลือกเก็บใบที่มีพื้นที่ 16 ตารางเซนติเมตร


กิจกรรมที่ 4 ฐานโอ้โห ! ต้นไม้สูงจัง
1 แชมป์ต้นใหม่สูงกี่คืบ แชมป์เก่าสูงกี่เซนติเมตร
2 ต้นไม้สูงขนาดนั้นอายุสักกี่ปี
3 ผู้ที่ค้นพบแชมป์ต้นใหม่ชื่ออะไร และเขาหรือเธอวัดความสูงของต้นไม้ได้ด้วยวิธีไหน ทำไมจึงคิดแบบนั้นละ



ฐานนี้ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นค่ะ
ซึ่งคงทำให้น้องไอซ์ของเรา ประทับใจไปอีกนานเลย
เนื่องจากน้องไอซ์ได้ขึ้นไปปีนต้นไม้เพื่อวัดความสูง
แต่แล้วเจ้าของต้นกลับออกมาต้อนรับแบบไม่ดีเอาซะเลย
ทำให้โดน แตน ประจำต้นต่อย
ซึ่งพี่ก็ไม่รอช้า แม้จะอยู่หน้าสวนรถไฟ ซิ่งรถ (จักรยาน ) คู่ใจ
ปั่นไปซื้อยาแดง ยาหม่อง ยาพาราเซตามอน และ
พลาสเตอร์ปิดแผล มาให้ และแล้วน้องก็กลับมาสดใสได้อีกครั้ง
( ถึงแม้ว่าต้องใช้เวลานิดนึง พี่ๆทุกคนเป็นห่วงน้องนะค่ะ )
ภาพแห่งความสนุก ยังไม่หมดแค่นี้นะค่ะ
หน้าที่ 3 - แจกรางวัล
พอเที่ยงปุ๊บก็ได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว มีทั้งอาหารคาว-หวาน เค็ก ขมมปัง ขนมขบเคี้ยว ไอศครีม ฯลฯ กินกันให้อิ่มไปเลยค่ะ

ทีมงาน พี่สมเกียรติ พี่ว่าน พี่บุ๋ม พี่เนตร และ พี่หญิง ยิ้มหน่อยค้า แชะ...


หลังจากรับประทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแล้ว ก็แยกย้ายกันไปร่วมกิจกรรมตามฐานต่างๆ จนเวลาประมาณ 15.00 น. เป็นเวลาที่พวกเราไม่อยากให้ถึงเลย ( หรือป่าวน้า ) ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ โบกี้รถไฟเพื่อประกาศรางวัล และ สรุปกิจกรรมในวันนี้กัน ผู้ปกครองแต่ละท่านก็เตรียมรับลูกหลานกัน ณ จุดนี้
เมื่อจบกิจกรรมต่างๆ พี่สมเกีรยติ ก็สรุปกิจกรรมที่ทำมาทั้งวัน และกล่าวถึงการนำคณิตศาสตร์ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายๆคนคิดเลยคะ และแล้วก็ถึงเวลามอบรางวัล ให้กับกลุ่มที่ทำผีเสื้อให้สวยถูกใจเพื่อนๆทั้งหมด มากที่สุดค่ะ
|
We are the Champion.....
|
++++++++++++++++++++++++++++++
|
น้องไอซ์เล่าถึง เหตุการณ์ |
ให้น้องๆได้เล่าถึงความประทับใจ จะพูดอะไรก็ได้ |

พอเวลาประมาณ 16.00 น. ก็ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลืกร่วมกันอีกซักรูป แล้วปล่อยให้น้องๆที่ยังมีแรง ไปขี่จักรยานชมธรรมชาติในสวนรถไฟกันต่อ ซึ่งส่วนใหญ่ ขี่จักรยานต่อค่ะ ..... ( แรงดีไม่มีตกจริงๆค่ะ)
สุดท้ายแล้ว ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่มีการเลิกรานะค่ะ ไว้เจอกันในกิจกรรมดีๆ ที่ทางเว็บไซด์วิชาการดอทคอมจัดให้ต่อไปนะค่ะ ซึ่งจะมีมาเรื่อยๆอย่างแน่นอน ส่วนน้องๆที่สนใจอยากจะมาเที่ยว พักผ่อน ที่สวนรถไฟ แต่มาไม่ถูกหรือไม่เคยมา พี่มีข้อมูลมาแนะนำค่ะ
ที่ตั้ง : ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.
ขนาดพื้นที่ : 375.795 ไร่
เวลาทำการ : 05.00 -21.00 น. ทุกวัน
ประเภทของสวน : สวนสาธารณะขนาดกลาง
หน่วยงานรับผิดชอบ : สำนักงานสวนสาธารณะ
รถประจำทาง: ผ่านบริเวณใกล้เคียง (สวนจตุจักรด้าน ถนนพหลโยธิน)
สาย 3 8 26 27 28 34 38
39 44 63 90 96 104 112 134 138
ปอ.2 3 9 10 12 13 และรถไฟลอยฟ้า...

จากเสียงโหวตของเพื่อนๆ ทำให้กลุ่มผีเสื้อถุงทองได้รับรางวัลชนะเลิศไปค่ะ

