อะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนไปเมืองนอก?
หน้าที่ 1 - อะไรบ้างที่ควรรู้ก่อนไปเมืองนอก?
โดย บ.ก.แว่น
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของนิตยสาร การศึกษาอัพเกรด กับ วิชาการดอทคอม
ฉบับนี้ขอแนะนำเป็นการส่วนตัวในหลายๆเรื่องจากประสบการณ์ในการเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศที่สหรัฐอเมริกามา 8 ปีเต็ม จากประสบการณ์ตรง ส่วนใหญ่น้องๆมักมองว่าการไปเรียนต่อเมืองนอกนั้นสวยหรู และวาดฝันไปต่างๆนานาว่ากลับมาแล้วจะดูโก้และเรียนต่อเมืองนอกนั้นเท่ห์ดี ความป็นจริงนั้นทุกอย่างที่พูดมาข้างต้นเป็ฯเรื่องจริงหมด ถูกต้องส่วนหนึ่งนะคะ แต่เรื่องบางอย่างที่น้องๆหลายคนอาจจะไม่รู้และควรจะรู้ไว้ซึ่งไม่ต้องไปหาอ่านที่ไหนหรอก พี่แพทจะบอกให้เองในเล่มนี้ สิ่งที่น้องๆนักเรียนควรจะรู้มีอยู่ห้าอย่างหลักๆก็คือ Mind, Health, People Skill, Endure, You still have a home to come back! แปลสั้นๆเป็นภาษาไทยว่า เตรียมใจให้พร้อม เตรียมสุขภาพให้พร้อม เตรียมทักษะในการเข้าสังคมให้กับตัวเอง และทีขาดไม่ได้คือ Spirit ที่จะสู้อดทน ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอย่างไรก็ต้องรู้จักอดทนให้ทุกอย่างผ่านพ้นไป สุดท้ายก็คือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเรายังมีบ้านให้กลับเสมอฉะนั้นหากมีอะไรผิดพลาดก็ไม่ต้องโทษตัวเองยังกลับบ้านได้และมีคนทุกคนรอคอยอยู่ค่ะ หลังฝนตกย่อมมีฟ้าใสและสีรุ้งเสมอเนอะ

การเตรียมใจให้พร้อม (Mind) ในความหมายของพี่แพทก็คือ อย่างแรกเลยช่วงแรกๆน้องคงรู้สึกตื่นเต้นไปหมด อยากไปให้ถึงไวๆ ต้องร่ำลาผู้คนมากมาย แฟนเก่า แฟนใหม่ กิ๊ก เพื่อนพ้อง พี่ป้า น้า อา อาม่า อากง ...เอาเป็นว่าอยากจะทำอะไร ร่ำลาใครที่ค้างคาในใจก็จดและทำให้ครบจะได้ไม่ฟุ้งซ่านเวลาไปถึงที่นั่นแล้ว พี่ขอเตือนในเรื่องการใช้โทรศัพท์ ซึ่งถึงแม้ค่าโทรศักท์อาจจะดูเหมือนไม่แพงมากสำหรับสมัยนี้ซึ่งเทสโนโลยีมันทำให้ราคาค่าโทรทางไกลในต่างประเทศตกไปมากเสมือนโทรจากกรุงเทพเข้ามือถือเลยก็มี หากน้องๆไปอยู่ในประเทศออสเตรเลีย อเมริกา และยุโรป ซึ่งมักมีคนไทยอยู่มากจึงทำให้ค่าใช้จ่ายในการโทรกลับเมืองไทยเป็นเรื่องจิ๊บๆไป เอาเป็นว่าร่ำลาในเมืองไทยให้จบและติดต่อเอาทาง msn หรือ e-mail กันดีกว่านะคะ นานๆใช้โทรศัพท์ทีก็โอเคแต่หากต้องหมดเวลาและเสียเงินกับค่าโทรเป็นร้อยๆเหรียญก็ไม่ดีนะ เรามาเพื่ออะไร? เพื่อเรียนเนอะ ...ฉะนั้นเก็บไว้กลับถึงบ้านตอนเรียนจบค่อยคุยกันให้หน่ำใจก็ได้ ไม่ก็ว่างๆจริงๆค่อยติดต่อทาง msn คุยฟรีได้ไม่ก็ใช้ program skype ซึ่งก็โทรข้ามประเทศได้ฟรี ที่พี่แพทไม่แนะนำให้ใช้โทรศัพท์มากเพราะเดี๋ยวจะมัวแต่ Homesick และไม่มีเวลากับคนรอบข้างเพื่อที่จะเรียนรู้สังคม ประเทศ และหาประสบการณ์ชีวิตนอกกะลาซึ่งเป็นที่มาของการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่รึ? สรุปเตรียมใจให้สงบและมีสติก่อนไปนะคะ คว้าหนังสือธรรมะ หรือเข็มทิศชีวิตไปก้วยก็ยิ่งดี บางทีเวลาอ่านหนังสือที่ดีต่อจิตใจสักเล่มในช่วงเวลาเหงาก็ช่วยให้เราคิดอะไรดีๆกับตัวเองได้เยอะนะคะ

เตรียมสุขภาพให้พร้อม (Health) สำหรับเรื่องนี้พี่ว่าสำคัญที่สุด หากสุขภาพไม่ดีอาจจะไม่ได้เรียนต่อ หรือต้องกลับมาเมืองไทยเพื่อรักษาตัวกระทันหัน ดังนั้นน้องๆที่รู้ตัวเองว่าไม่ค่อยแข็งแรงก็ควรดูแลตัวเองดีๆ หมั่นออกกำลังกายอิทตย์ละสามครั้งวันละชั่วโมงก็ได้ อันนี้จำเป็นอย่างมากเพราะมีเพื่อนพี่บางคนอุตส่าห์ได้มาเรียนถึงอเมริกา พอมาได้ห้าหกเดือนสุขภาพไม่แข็งแรงทั้งกายและใจก็ต้องมีอันถูกมหาวิทยาลัยส่งกลับไปเมืองไทยเพื่อรักษาตัวเพราะที่เมืองนอกค่าใช้จ่ายเยอะมาก และคงไม่คุ้มที่จะเสี่ยงหากเป็นอะไรไปทางครอบครัวอาจจะต้องลำบากมากกว่านี้ ดังนั้นก่อนเดินทางไปเมืองนอกควรตรวจสุขภาพ และฝึกตัวเองใหม่ให้เป็นคนรักการออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะช่วยให้จิดใจสดชื่นและเราจะได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆและสังคมใหม่ๆจากการออกกำลังกายด้วยนะคะ แอบเน้นนิดนึงคือในต่างประเทศโดบเฉพาะสหรัฐอเมริกาการออกกำลังกายจะเป็นเรื่องสำคัญมากและเป็นการเข้าสังคมอีกทางหนึ่งค่ะ
People Skill อันนี้พี่ว่าสำคัญกว่ามี I.Q. อีกนะ เรื่องนี้เหมือนการฝึกให้มี E.Q. เพิ่มอ่ะค่ะ ไม่ว่าจะฉลาดให้ตายแต่หากเข้าสังคมไม่เป็นไม่รู้จักทำตัวให้เป็ฯมิตรและเอาแต่สร้างศัตรู ...เหอๆๆ... ชีวิตอับเฉาแน่ๆค่ะน้อง พี่แนะนำให้ลองเริ่มจากฝึกยิ้มและทักทายผู้อื่น สิ่งที่พี่ได้เรียนรู้ก็คือต้องรู้จักพูดคำว่า สวัสดี Hi! ขอบคุณ Thank you และ ขอโทษ I’m sorry ...สามคำนี้จำให้แม่นๆนะคะ ใช้บ่อยๆได้ยิ่งดีเพราะเป็นคำที่ควรค่าแก่การพูดมากๆ การทักทายผู้อื่น และรู้จักขอบคุณให้มิตรไมตรีหรือสิ่งดีๆที่เค้าทำให้เป็นเรื่องที่ดี และหากเราทำอะไรผิดพลาดไปไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่ก็ควรที่จะรู้จักยอมรับผิดและขออภัยทุกคนที่เราทำให้เค้าเสียงานการ เสียความรู้สึก คือเรื่องเล็กจะได้ไม่บานปลาย เมื่อไปเรียนต่างประเทศน้องๆควรจะรู้จักเข้าสังคมไม่ใช่เอาแต่เรียนอย่างเดียวนะคะ หากว่างจากการเรียนก็ควรไปโรงยิมออกกำลังกาย เข้าชมรมบ้าง อาจจะเป็น ชมรมขี่ม้า ชมรมอนุรักษ์ ชมรมต่างๆนี้จะเป็นประตูเปิดทางสู่สังคมใหม่ๆและเพื่อนใหม่ๆเองโดยที่น้องไม่ต้องไปเดินหาที่ไหนเลย การพูดคุยกับคนและสร้างมิตรภาพจะเป็นการฝึกทักษะให้น้องในการวางตัวกับผู้อื่น เราไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นรักเรากันทุกคนแต่เราสามารถให้ความรักกับคนอื่นๆได้ไม่ยากเลยแค่รู้จักให้มากกว่ารับและเราจะมีแต่มิตรนะคะ อีกอย่างคือมีความสุขลึกๆในใจด้วย รับรองว่าทำตามพี่แล้วจะได้เพื่อนดีๆมาอีกมากโข

เตรียมความอดทน Endure คนเราไม่ใช่พระอิฐพระปูนนี่เนอะ! อารมณ์โกรธ อารมณ์น้อยใจ ความขุ่นเคืองข้างในมันมีได้เสมอ ...อย่าลืมว่าทุกอย่างมีเกิดขึ้นและจะดับไปของมันเอง...ช้าหรือเร็วเท่านั้น ดังนั้นก่อนน้องๆจะทำอะไรลงไปต้องมีสติคิดให้รอบคอบและพยายามอดทนเข้าไว้ให้นานที่สุด ไม่ว่าจะเรื่องเรียน หากเจออาจาร์ยแล้วสื่อสารไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ท้อแท้เรื่องเรียนก็อย่าไปกลุ้มใจ ต้องอดทนค่ะ ท่องไว้อดทนๆๆๆ เข้าหาอาจารย์อย่าหยุดๆๆ เดินไปหาเพื่อน หากอาจารย์ หาคนปรึกษา บางทีสิ่งที่เราคิดว่ายาก คนอื่นก็เคยทำมาแล้วและเค้าก็ร็ว่ายากแต่รอให้เราเดินมาหาเค้าเพื่อขอความช่วยเหลือ การเรียนเป็นเสมือนบททดสอบที่อาจารย์สร้างขึ้นเพื่อดูความตั้งใจ ดูความอดทนและสร้างพัฒนาการของนักเรียนนะคะ อาจารย์คงไม่ใจร้ายกับศิษญ์มากขนาดจะฆ่าแกงกันหรอกนะ การเข้าหาอาจารย์นั่นเป็นทางออก! อย่าลืมว่าอาจารย์ทุกคนก็เคยเป็ฯนักเยนมาก่อนเหมือนเราๆนี่แหละและยิ่งอาจารย์ในต่างประเทศด้วยแล้วนั้นส่วนใหญ่จะชอบมากๆเวลามีลูกศิษย์เดินเข้าหามาถามเรื่องการเรียน นอกจากเรื่องเรียนสิ่งที่น้องๆอาจจะต้องอดทนก็คืออดทนต่อการทำงานพิเศษ หรืออดทนกับผู้คนในเรื่องต่างๆนานา ส่วนใหญ่คนเราไม่พ้นเรื่องครหานินทา อันนี้ห้ามกันไม่ได้และเราละที่จะไม่รับรู้ได้ค่ะ ท่องไว้โอม...อดทนๆ แล้วมันก็จะผ่านไปด้วยดี อย่าเพิ่งไปยอมแพ้นะ

สุดท้ายเป็นประโยคที่พี่ชอบมากที่สุด You still have a home to come back! ไม่ว่าจะอย่างไร จะดีมากหรือร้ายมากๆ เรามีบ้าน มีเมืองไทยให้กลับ มีครอบครัวและเพื่อนๆรออยู่ การศึกษาไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม (คาดว่าจะต้องสำเร็จ)แต่หากมันไม่เป็นตามนั้น อันนี้พี่ไม่ได้แช่งใครนะแต่พี่เจอกับเพื่อนพี่ที่ไม่สบายมีเหตุต้องกลับบ้านก่อนเรียนจบ เค้าก็ต้องกลับไปรักษาตัว อันนี้จะไม่ทำก็ไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของชีวิต พี่แพทก็พูดรวมๆไปถึงเรื่องจิดใจด้วยนะ หากน้องคนใดคิดหดหู่ใจไปถึงขั้นไม่อยากอยู่ในโลกนี้หรือหากคิดว่ากลับเมืองไทยแล้วมันอดสูเพาะยังเรียนไม่จบ ไม่ต้องเครียด...กลับบ้านไปก่อนค่อยหาทางมาใหม่ได้ หรือหากไม่อยากมาเรียนใหม่ก็หาที่เรียน Inter ในเมืองไทยได้ คนเราสุขภาพกายและใจสำคัญที่สุด และชีวิตก็สำคัญที่สุดนะคะ เรามีบ้านให้กลับเสมอและอย่าลืมที่จะเล่าปรึกษาคนรอบข้างหากเรามีเรื่องกลุ้มใจมากๆขนาดที่คิดว่าใจมันท้อแท้ขนาดหนัก การเรียนในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยากแต่ที่ยากก็คือการปรับตัวทั้งจิดใจและร่างกาย คนที่จะอยู่ได้นานๆต้องอดทนต่อความเหงา ต้องรู้จักปรับตัวเข้าสังคม และมีความคิดในแง่บวกให้มากๆอยู่เสมอเพราะมันจะทำให้เรามีความสุขได้กับตัวเองโดยไม่ต้องไปหาจากคนอื่นๆ เอาเป็นว่าพี่แพทคงแนะนำได้เท่านี้ในฉบับนี้ หากน้องๆมีเรื่องเล่าของตัวเองจากต่างประเทศหรือมีเรื่องอยากปรึกษาก็อีเมลล์มาได้ที่ e-mail: leoputt99@hotmail.com ถึง บ.ก.แว่นนะคะ ฉบับนี้สวัสดีค้าบ...
