‘The 5th EU-Thailand National Intervarsity Debate Championship’ หลากมุมมอง หลายความคิด รวมสู่หนึ่ง

Written by pron_one on . Posted in ทั่วไป, ภาษาต่างประเทศ, ภาษาอังกฤษ, สังคม-กฏหมาย-ศิลปะ-วัฒนธรรม, อื่นๆ, เยาวชน




หน้าที่ 1 - ‘The 5th EU-Thailand National Intervarsity Debate Championship’หลากมุมมอง หลายความคิด รวมสู่หนึ่ง

          ในที่สุดก็จบลงอย่างสวยงามกับเวทีมหกรรมการแข่งขันโต้วาทีภาษาอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในปีนี้ การแข่งขันโต้วาทีภาษาอังกฤษระดับชาติ ร่วมกับสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ครั้งที่5 หรือ‘The 5th EU-Thailand National Intervarsity Debate Championship’ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-21 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

                           

          เวทีการแข่งขันโต้วาทีภาษาอังกฤษระดับชาตินี้  ใครจะรู้ว่าเมื่อ 5 ปีก่อน   จุดเริ่มต้นจะเป็นแค่เพียงการแข่งขันภายในของชมรมโต้วาทีเล็กๆที่มีสมาชิกเพียงไม่กี่คนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หากแต่วันนี้   เวทีนี้ได้เติบโตพัฒนาขึ้นเป็นเวทีใหญ่ระดับชาติได้อย่างรวดเร็ว   พร้อมกับจำนวนผู้โต้วาทีที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี เป็นการประกาศให้ผู้คนทั่วไปได้รู้ว่า

          ...วงการนี้  มีดีกว่าที่คิด....
          ...และประเทศไทย  ก็มีนักโต้วาทีที่เก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก!  
          ในปีนี้ทางคณะผู้จัดงานได้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท คือ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  ระดับมหาวิทยาลัย  และระดับนักโต้วาทีหน้าใหม่  ซึ่งแต่ละประเภทต่างก็ได้รับโจทย์ที่แตกต่างกันไป  และเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 30 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกลุ่มสหภาพยุโรป  ปีนี้โจทย์การแข่งขันจึงพิเศษกว่าทุกปี  เมื่อไม่ได้ครอบคลุมแค่ประเด็นสถานการณ์ต่างๆเพียงในประเทศไทยเท่านั้น  หากแต่รวมไปถึงสถานการณ์ในระดับภูมิภาคยุโรป และระดับโลก  สำหรับโจทย์รอบการแข่งขันชิงชนะเลิศนั้น  ระดับมัธยมศึกษาได้รับหัวข้อ ‘This house would end Burma/Myanmar's isolation from the international community’  ระดับมหาวิทยาลัยโต้วาทีในหัวข้อ ‘This house believe that developing countries should bare the same burdens as EU in fighting global warming’ และระดับนักโต้วาทีหน้าใหม่ได้รับโจทย์ ‘This house would end Burma/Myanmar's isolation from the international community’  และหลังการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา เราก็ได้รู้ผลในแต่ละประเภท  โดยรางวัลตกเป็นของทีมต่างๆดังนี้

Highschool Championship
          Champion : Ruamrudee International School Team 2
          Finalist  : Pathuwan Demonstration School Team 2
          ต้องปรบมือให้ดังๆ กับการแข่งขันของน้องๆ ทั้ง 2 ทีม  ที่ต่างก็เป็นมือใหม่ในวงการโต้วาที  ไม่เคยผ่านการแข่งขันโต้วาทีจากเวทีไหนใดๆ ทั้งสิ้น  หากแต่ต่างก็ฝึกฝนฝีมือกันอย่างเต็มที่เพื่อการแข่งขันครั้งนี้ โดยน้องตาล ชนิดา  สุสำเภา  นักเรียนชั้น Grade10 หนึ่งในสมาชิกทีมจากโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี ได้เล่าให้ฟังว่า  กว่าจะมาถึงจุดๆ นี้  พวกเธอต้องฝึกฝนกันอย่างหนัก  โดยค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ  ทั้งดูและฟังเยอะๆ จากทุกแหล่งข้อมูล แล้วเอามาพัฒนา  นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นนักโต้วาทีรุ่นบุกเบิกของทางโรงเรียน  พวกเขาจึงเลือกที่จะไปฝึกฝนกับรุ่นพี่นิสิตจุฬาเพื่อค้นหาจุดเด่นและจุดด้อยของทีมพวกเขาอีกด้วย  ทางด้านตำแหน่งรองชนะเลิศก็ไม่น้อยหน้า  ตัวแทนน้องๆจากโรงเรียนสาธิต มศว. ปทุมวัน น้องอรอุษา จารุวรรณ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  เล่าให้ฟังว่า นอกจากจะได้รับการฝึกซ้อมจากอาจารย์แล้ว  พวกเธอยังต้องสืบค้นข้อมูลจากทุกแหล่งรอบตัว โดยติดตามสถานการณ์บ้านเมืองจากหนังสือพิมพ์  จากนั้นจึงไปสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมทางอินเตอร์เนต  แล้วนำมาวิเคราะห์ฝึกฝนร่วมกัน  โดยน้องได้ให้ความเห็นถึงประโยชน์จากการโต้วาทีว่า “การโต้วาทีให้ความรู้มากมายเกี่ยวกับสังคม ทำให้เราได้มีโอกาสศึกษาเรื่องหนึ่งๆอย่างจริงจัง ทำให้รู้กว้างและลึกขึ้นมากค่ะ ซึ่งก็ช่วยในการเรียนวิชาสังคมได้เยอะค่ะ และการโต้วาทียังส่งเสริมความคิดที่เป็นระบบและมีเหตุผลอีกด้วย”

                       

University Championship
          Champion : Mahidol University International College Team 1
          Finalist  : Assumption University (ABAC) Team1

          สองทีมสุดท้ายต่อสู้กันได้อย่างถึงพริกถึงขิงไม่มีใครยอมใคร  สุดท้ายแล้วคะแนนก็ตัดกันอย่างเฉียดฉิว  และเป็นมหาวิทยาลัยมหิดลที่ได้รับรางวัลชนะเลิศไปอีกครั้ง  นอกจากจะเป็นมหาวิทยาลัยที่ยังคงผูกสิทธิ์ขาดครองตำแหน่งแชมป์ติดต่อกันมาหลายปีแล้ว  สมาชิกทั้ง 3 คนของมหาวิทยาลัยมหิดลปีนี้ยังกวาดรางวัล Top 10 Best Speaker มาครบทุกคนอีกด้วย โดยเฉพาะ Mr. Mohamed Mabrook Azeez คนนี้ได้รับรางวัล The Best Speaker ติดต่อกันมาถึง 2 ปีซ้อนแล้ว  สำหรับการฝึกฝนตนเองของทีมแชมป์ทีมนี้  หนึ่งในสมาชิกทีม Ms. Wen-Yu Wendy Weng  ได้เล่าเทคนิคของทีมพวกเขาให้ฟังว่า “Firstly, I really think it is because of the support of your teammates. Be sure to find teammates that are supportive and compatible with your own style. Secondly, I've always had a problem with speed, and soon realized that slowing down to a moderate pace and controlling the intonation your words well really counts. Lastly, no matter how good you sound, you may be the world's best speaker but still sound not so great, because you DON'T know the subject. So read up, and knowing what you're saying, is really to me, just as important....อย่างแรก ฉันคิดว่ามันคือการช่วยสนับสนุนของเพื่อนร่วมทีม  คุณต้องแน่ใจว่าคุณสามารถหาเพื่อนร่วมทีมที่สนับสนุนและเข้ากับสไตล์การพูดของคุณได้  อย่างที่สอง ฉันเป็นพวกที่มีปัญหากับเรื่องความเร็วในการพูดเสมอ และไม่นานนักฉันก็พบว่าการต้องควบคุมให้ตัวเองพูดช้าลงและการฝึกระดับการใช้โทนเสียงสูงต่ำเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก  สุดท้ายนี้  ต่อให้คุณเป็นนักพูดที่พูดเก่งที่สุดในโลก คุณก็ไม่สามมารถจะเป็นนักพูดที่ยอดเยี่ยมได้ถ้าคุณไม่รู้จริงในเรื่องที่คุณพูด  ดังนั้นทำการบ้านกับเรื่องที่ต้องพูดซะ เข้าใจในเรื่องที่คุณจะต้องพูด  สำหรับฉันเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก”  ก็คงต้องดูกันต่อไป ว่าในปีหน้าจะมีใครคนใด หรือมหาวิทยาลัยไหนจะสามารถมาเขย่าบัลลังก์แชมป์ของมหาวิทยาลัยมหิดลได้หรือไม่

                         

Rookie Championship
          Champion : University of the Thai Chamber of Commerce
          Finalist : Mahasarakham University

          ในการจัดงานครั้งนี้  ส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ที่เป็นส่วนหนึ่งให้งานประสบความสำเร็จด้วยดีก็คือเหล่าสตาฟต่างๆที่คอยทำงานอยู่ทั้งในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง  หนึ่งในนั้นคือพัพฟ์ นายวรกร ทองกิจเลาหชัย ชั้นปีที่ 2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (ภาคภาษาอังกฤษ) BBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตำแหน่งพิธีกรงาน Grand Final EU-THailand Intervarsity Debate Championship 2009 ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ว่า  การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานในครั้งนี้  ให้อะไรกับเขาบ้าง

อันดับแรก คือ ได้ประสบการณ์ที่ดีในเรื่องการทำงานเป็นพิธีกร เพราะว่า เป็นงานแรกของผมครับ นับว่า เป็นก้าวแรกที่ดีสำหรับผมเลยครับ    อันดับสอง คือ  ผมไม่เคยดู debate มาก่อนเลย ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรก และผมก็ประทับใจมากครับ ทำให้ผมได้เปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นไปอีก   อันดับสาม ซึ่งนับว่า สำคัญที่สุด ผมได้เพื่อนมากขึ้น จากการทำงานครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น จาก BAS BE พี่ๆที่จบไปแล้ว ซึ่งทุกๆคนน่ารักมาก คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  ทุกคนยิ้มแย้ม และคอยสร้างเสียงหัวเราะเสมอๆครับ เลยทำให้บรรยากาศในการทำงานเป็นอะไรที่สนุก สบายๆ และไม่กดดัน นับว่า การทำงานครั้งนี้ ผมได้รับแต่สิ่งที่ดีกลับไปครับ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ มิตรภาพ และ ความประทับใจครับ”

                            

          นอกจากนี้  สำหรับน้องๆคนไหนที่สนใจอยากทดลองมาทำงานเบื้องหลังบ้าง  พัพฟ์เขาก็ให้คำแนะนำที่น่าสนใจมาด้วย “สำหรับเพื่อนๆและน้องๆที่สนใจอยากลองทำงานเป็นสตาฟต่างๆนะครับ ผมก็อยากจะเชิญชวนและสนับสนุนให้ลองทำกิจกรรมต่างๆดูนะครับ เพราะว่า การทำงานนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน จะสอนเราในสิ่งต่างๆมากมายที่ไม่สามารถหาได้ในห้องเรียนนะครับ การทำงานมันจะเป็นการฝึกให้เราโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ผมรับรองว่า สิ่งที่เพื่อนๆและน้องๆจะได้รับกลับไป ไม่ว่าจะเป็น ประสบการณ์ หรือ มิตรภาพล้วนแต่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ และคุณค่าต่อชีวิตของเราในอนาคตแน่นอนครับ”

          
      

                                                        

ความเป็นมา

          การแข่งขันโต้วาทีภาษาอังกฤษระดับชาติ ร่วมกับสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ครั้งที่ 5 จัดขึ้นโดยชุมนุมปาฐกถาภาษาอังกฤษ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยการสนับสนุนของคณะกรรมการสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และ โครงการอังกฤษอเมริกันศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

          การแข่งขันโต้วาทีภาษาอังกฤษฯ พัฒนาจากการแข่งขันระหว่างตัวแทนจากแต่ละคณะภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เองจนเป็นการแข่งขันระดับประเทศในที่สุด ผู้จัดงาน เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่ปี 2548 โดยการแข่งขันแต่ละปีได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านคุณภาพและจำนวนทีมผู้เข้าแข่งขัน โดยในปี 2550 ถือเป็นการแข่งขันโต้วาทีภาษาอังกฤษที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันและเป็นที่รู้จักดีในหมู่นักโต้วาทีภาษาอังกฤษทั้งระดับมหาวิทยาลัยและระดับมัธยมศึกษา ทีมที่สามารถครองรางวัลชนะเลิศจะได้รับการยอมรับในฐานะ ทีมโต้วาทีภาษาอังกฤษอันดับหนึ่งของประเทศไทย
 การแข่งขันโต้วาทีครั้งล่าสุดมีผู้เข้าร่วมงาน ทั้งในส่วนของผู้จัดการแข่งขัน ผู้แข่งขัน และผู้ชมมากถึง 300 คนจากสถาบันการศึกษามากกว่า 25 สถาบันทั่วประเทศ ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและระดับมัธยมศึกษา 

          นอกเหนือจากนี้ งานการแข่งขันโต้วาทีภาษาอังกฤษฯ ยังช่วยส่งเสริมให้นักศึกษาจากหลายสถาบันทั่วประเทศแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดทางด้านวิชาการ ตามหัวข้อการโต้วาทีที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เข้าแข่งขันจากแต่ละทีม การแข่งขันโต้วาทีภาษาอังกฤษฯ ถือเป็นกิจกรรมทางวิชาการที่มีคุณค่าแก่นักศึกษาไทยให้เข้าใจบทบาทของสหภาพยุโรปมากขึ้นและยังเป็นประโยชน์ต่อนักโต้วาทีโดยตรง รวมทั้งนักศึกษาผู้จัดการแข่งขันและผู้เข้าชมงาน อาทิ ตัวแทนจากสหภาพยุโรป ตัวแทนสื่อมวลชนและนักเรียนนักศึกษาทั้งภายในและภายนอก

จุดเด่นของงานในปีนี้
• การแข่งขันฯในครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 300 คน จากโรงเรียนมัธยม และมหาวิทยาลัยหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย อาทิ  เชียงใหม่ สงขลา ยะลา สุพรรณบุรี ฯลฯ

• ผู้ร่วมงาน และผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยทีมที่เข้าแข่งขันจากต่างจังหวัดจะได้รับเงินช่วยเหลือสำหรับการเดินทาง และห้องพัก จากคณะผู้จัดฯ และผู้ให้การสนับสนุนอีกด้วย 

• การแข่งขันฯในปีนี้เป็นการฉลองการครบรอบ 75 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ 30 ปีความสัมพันธ์ ไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งจะมีการแข่งขันกันในหัวข้อที่เกี่ยวกับ climate change ในรอบชิงชนะเลิศ

• การแข่งขันฯ ครั้งนี้เป็นโครงการที่นักศึกษาเป็นผู้คิด ผู้วางแผน และดำเนินการ หรือที่เรียกว่า ‘STUDENT-LED initiative’ ซึ่งเป็นการให้โอกาสนักศึกษาได้ฝึกการทำงานและแก้ไขปัญหาเพื่อเตรียมพร้อม เป็นประชากรที่มีคุณภาพต่อสังคมต่อไปในอนาคต

• ใน ปีนี้ ได้มีการสนับสนุนให้นักโต้วาทีภาษาอังกฤษหน้าใหม่ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยได้มีการจัดการอบรมการโต้วาทีภาษาอังกฤษทั้งในกรุงเทพฯ และในภาคใต้ โดยนักศึกษามีส่วนร่วมในการอบรมและเป็นแกนนำในการจัดอบรมนี้ด้วย

                         

รายละเอียดการแข่งขัน

วัน: 18-21 เมษายน 2552
สถานที่ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

รอบชิงชนะเลิศ

• วัน: วันอังคารที่ 21 เมษายน 2552 เวลา 13.00-16.00 น.
• สถานที่ : หอประชุมเล็กศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

รางวัล:
ถ้วยรางวัล, ประกาศนียบัตร และ บัตรเงินสด 80,000 บาท
รูปแบบการแข่งขัน: เป็นรูปแบบ All-Asian Intervarsity Championship (รอบละ 2 ทีม แต่ละทีมมีนักโต้วาทีทั้งหมด 3 คน ระยะเวลาในการโต้วาที 7 นาทีต่อคน รวมระยะเวลาที่หัวหน้าทีมในแต่ละทีมสรุปจบอีก 4 นาที ทั้งหมด 1 ชั่วโมงต่อหนึ่งรอบ)

ขั้นตอนการแข่งขัน:
• ในการแข่งขันรอบแรก แต่ละทีมจะต้องแข่งขันทั้งหมดทีมละ 5 ครั้ง เพื่อเป็นการเก็บคะแนน
• หลังจากนั้นการแข่งขันจะถูกแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับมหาวิทยาลัย ระดับมัธยมศึกษา และนักโต้วาทีหน้าใหม่
• 16 ทีมจากมหาวิทยาลัย 4 ทีมจากมัธยมศึกษา และ 2 ทีมหน้าใหม่ ที่มีคะแนนมากที่สุด โดยอิงคะแนนจากรอบแรก จะผ่านเข้ารอบถัดไป
• การแบ่งจำนวนรอบการแข่งขันจะจัดตามความเหมาะสมต่อจำนวนทีมที่เข้าแข่งขันในแต่ละประเภท
 
                    

ติดต่อ         
นายศุภอรรถ ตปนียากร   นักศึกษาผู้รับผิดชอบโครงการ     085-009-0021
คุณรวิภา ช่วงเวฬุวรรณ     ฝ่ายประชาสัมพันธ์    081-816-5885 
คุณพรรณวดี แดงรัศมีโสภณ    ฝ่ายประชาสัมพันธ์    085-109-9456
โทรสาร:   0 2623 5320
Website:  
http://www.eu-thailanddebate.com
Email:     admin@eu-thailanddebate.com
              info@eu-thailanddebate.com

สัมภาษณ์Staff

                              

ผู้ให้สัมภาษณ์
 : คุณกฤษณ์(อาร์ม) เลิศชนะพรชัย
                       นักศึกษาปีที่ 2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ภาคภาษาอังกฤษ 
                       มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
                       ทำหน้าที่เป็นฝ่ายติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัย

1. รู้จักการแข่งขันครั้งนี้ได้อย่างไรคะ และอะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้เราเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้
          รู้จักชมรมโต้วาทีภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว แล้วพอดีมีเพื่อนมาบอกว่าจะมีจัดงานแข่งใหญ่ช่วงเมษายน ลองมาทำดูมั้ย เราเห็นว่าน่าสนใจดีก็เลยมาสมัครดู 

2. จากตำแหน่งที่ได้ทำ  คิดว่าเราพบปัญหาอะไรบ้าง  และมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร
          หลัก ๆเลยหน้าที่ ของอาร์มก็จะเป็นการติดต่อไปตามมหาวิทยาลัย จนถึงโรงเรียน ต่าง ๆ แจ้งเค้าให้ทราบเรื่องของการแข่งขัน แล้วก็เชิญชวนให้เค้ามาแข่ง ไปจนถึงการประสานงานหาที่พัก อะไรให้เค้าแบบนี้ครับ ก็จะมีปัญหาบ้างเวลาที่ติดต่อใครแล้วมันเหมือนต้องดำเนินงานผ่านหลายฝ่าย แล้วที่นี้งานมันก็อาจจะช้าบ้าง เราก็ตามงานบ่อย ๆ อะไรแบบนี้

3. จากการที่ได้เข้ามาเป็นทีมงานในครั้งนี้  คิดว่ามันให้อะไรกับเราบ้างคะ
          อย่างแรกเลยก็คือให้เพื่อน ครับ เพราะเวลาเราทำงานเนี่ย เราก็จะได้ติดต่อกับหลาย ๆคน หลาย ๆฝ่าย บางคนก็เป็นเพื่อนต่างคณะ บางทีก็ต่างมหาวิทยาลัย นอกจากนี้การทำกิจกรรมแบบนี้ยังสอนเราให้รู้จักการทำงาน และ บริหารจัดการหลาย ๆอย่าง ตั้งแต่คน เวลา สถานที่ ไปจนถึงได้เพิ่มความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยรวมแล้วก็เป็นกิจกรรมที่สนุกดีครับ 

4. อยากให้แนะนำ และเชิญชวนเพื่อนๆ และน้องๆทุกคน ที่สนใจอยากทดลองผันตัวมาเป็นสตาฟงานต่างๆบ้างค่ะ
          ก็สำหรับใครที่ยังว่างอยู่แล้วก็ไม่มีอะไรทำนะครับ ก็อยากให้ลองมาทำงานกิจกรรมแบบนี้บ้าง เพราะเราจะได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ แล้วก็ได้ทำหลาย ๆอย่างที่เราไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำในห้องเรียนนะครับ สำหรับใครที่เรียนหนักอยู่แล้ว อาร์มคิดว่าการมาทำกิจกรรมแบบนี้ ก็ถือเป็นการผ่อนคลายความเครียดไปในตัวเหมือนกันนะครับ เพราะว่าเวลาเราทำงานเนี่ย เราก็จะได้พบปะผู้คน ไม่ต้องจมอยู่กับหนังสืออย่างเดียว ก็ลอง ๆหากิจกรรมทำดูก็แล้วกันนะครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมเชิงวิชาการก็ได้ อาร์มว่ากิจกรรมอะไรก็ตามต่างมีประโยชน์อยู่ในตัวมันเอง ขอบคุณครับ 

                              

ผู้ให้สัมภาษณ์ :  คุณวรกร ทองกิจเลาหชัย (พัฟฟ์)
                        ชั้นปีที่ 2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (ภาคภาษาอังกฤษ) BBA 
                        มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
                        ทำหน้าที่เป็นพิธีกรงาน Grand Final EU-THailand Intervarsity Debate Championship 2009
 
1. รู้จักการแข่งขันครั้งนี้ได้อย่างไรคะ และอะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้เราเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้
เพื่อนๆชักชวน และคิดว่าเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ มีประโยชน์ น่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีกลับไป
 
2. จากตำแหน่งที่ได้ทำ  คิดว่าเราพบปัญหาอะไรบ้าง  และมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร
งานพิธีกร เป็นงานที่ต้องใช้ไหวพริบ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถึงแม้ว่า จะมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง กระทันกัน วินาทีสุดท้าย เช่น รายชื่อแขก หรือ ลำดับงานอาจมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็อาจก่อไม่ราบรื่นในการทำงานได้ แต่ถ้าเรามีสติ ไม่ตื่นตระหนก และใช้ไหวพริบในการแก้ปัญหา รวมถึงมีทีมงานที่ดี ทุกอย่างก็จะราบรื่นเองครับ
 
3. จากการที่ได้เข้ามาเป็นทีมงานในครั้งนี้  คิดว่ามันให้อะไรกับเราบ้างคะ
อันดับแรก คือ ได้ประสบการณ์ที่ดีในเรื่องการทำงานเป็นพิธีกร เพราะว่า เป็นงานแรกของผมครับ นับว่า เป็นก้าวแรกที่ดีสำหรับผมเลยครับ
อันดับสอง คือ  ผมไม่เคยดู debate มาก่อนเลย ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรก และผมก็ประทับใจมากครับ ทำให้ผมได้เปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นไปอีก
อันดับสาม ซึ่งนับว่า สำคัญที่สุด ผมได้เพื่อนมากขึ้น จากการทำงานครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น จาก BAS BE พี่ๆที่จบไปแล้ว ซึ่งทุกๆคนน่ารักมาก คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

                             

          ทุกคนยิ้มแย้ม และคอยสร้างเสียงหัวเราะเสมอๆครับ เลยทำให้บรรยากาศในการทำงานเป็นอะไรที่สนุก สบายๆ และไม่กดดัน นับว่าการทำงานครั้งนี้ ผมได้รับแต่สิ่งที่ดีกลับไปครับ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ มิตรภาพ และ ความประทับใจครับ
 
4. อยากให้แนะนำ และเชิญชวนเพื่อนๆ และน้องๆทุกคน ที่สนใจอยากทดลองผันตัวมาเป็นสตาฟงานต่างๆบ้างค่ะ
สำหรับเพื่อนๆและน้องๆที่สนใจอยากลองทำงานเป็นสตาฟต่างๆนะครับ ผมก็อยากจะเชิญชวนและสนับสนุนให้ลองทำกิจกรรมต่างๆดูนะครับ เพราะว่า การทำงานนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน จะสอนเราในสิ่งต่างๆมากมายที่ไม่สามารถหาได้ในห้องเรียนนะครับ การทำงานมันจะเป็นการฝึกให้เราโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ผมรับรองว่า สิ่งที่เพื่อนๆและน้องๆจะได้รับกลับไป ไม่ว่าจะเป็น ประสบการณ์ หรือ มิตรภาพล้วนแต่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ และคุณค่าต่อชีวิตของเราในอนาคตแน่นอนครับ

บทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างให้นักศึกษาได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากการที่เราตั้งใจเรียนแล้ว การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ทำให้เรามีประสบการณ์ที่ดี  มีเพื่อนใหม่ๆ ทีมงานวิชาการดอทคอมหวังว่าน้องๆ คงจะบริหารเวลาระหว่างการเรียนและกิจกรรมได้ดีนะคะ ขอให้ประสบความสำเร็จทุกคนค่ะ



แสดงความคิดเห็น