ผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิมัลชั่นที่บรรจุสารมีฤทธิ์ไล่ยุงจากการสกัดสมุนไพร

Written by วิรุฬหกกลับ on . Posted in ชีววิทยา, ทั่วไป, เทคโนโลยีชีวภาพ




หน้าที่ 1 - ผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิมัลชั่นที่บรรจุสารมีฤทธิ์ไล่ยุงจากการสกัดสมุนไพร

สัมภาษณ์ ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย
นักวิจัย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โดย..วิรุฬหกกลับ


           ผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิมัลชั่นบรรจุสารมีฤทธิ์ไล่ยุงจากการสกัดสมุนไพร เป็นงานวิจัยที่น่าสนใจอีกชิ้นหนึ่งที่เกิดจากการวิจัยของศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี งานวิจัยชิ้นนี้เป็นผลงานวิจัยของ ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัยและคณะจากนาโนเทคฯ ร่วมกับ ดร.อภินันท์ สุทธิธารธวัช จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัย และคณะผู้วิจัยจากกรมแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณะสุข

           ปัญหาที่เกิดจากยุงซึ่งถือว่าเป็นสัตว์พาหะนำโรคที่มีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยในประเทศเขตร้อนอย่างในประเทศไทย  ในแต่ละปีทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากโรคที่อาศัยยุงเป็นพาหนะไม่ว่าจะเป็นโรค ไข้เลือดออก โรคเท้าช้าง โรคมาเลเรีย เป็นต้น ทำให้เกิดการพัฒนางานวิจัยชิ้นนี้ขึ้นมาโดยใช้สมุนไพรไทยที่มีอยู่อย่างแพร่หลายเพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์ไล่ยุง

           “เป็นความร่วมมือกันระหว่างศูนย์เทคโนโลยีนาโนแห่งชาติ สวทช. กับแพทย์แผนไทย  ซึ่งมีความร่วมมือกันอยู่แล้ว ก็คุยกันว่าเขามีสมุนไพรหลายชนิดที่ น่าจะเอามาทำให้เกิดประโยชน์แล้วเอามาต่อยอด” ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย เปิดเผยให้เราฟังถึงที่มาของงานวิจัยชิ้นนี้

ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย

           ตะไคร้เป็นสมุนไพรไทยที่มีคุณสมบัติในการไล่ยุงได้ดีอยู่แล้วดังนั้นงานวิจัยชิ้นนี้จึงเริ่มจากการนำตะไคร้มาศึกษาจากการแนะนำจากกรมแพทย์แผนไทย โดยนำมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยีนาโนอิมัลชั่น(nanoemulsion)ที่ได้มีการใช้งานอยู่แล้วในการศึกษาค้นคว้าของศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ

           “เริ่มทดสอบการวิจัยโดยการใช้ตะไคร้ก่อนเพราะมันมีฤทธิ์ไล่ยุงอยู่แล้ว  แต่โดยปรกติของสารสมุนไพรไทยจะมีปัญหาเรื่องกลิ่นที่แรง และความไม่คงตัวของฤทธิ์ที่จะสามารถรักษาเอาไว้ได้นานก็เลยมาดึงเอาเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วในห้อง LAB ปัจจุบัน คือการทำเทคโนโลยีนาโนอิมัลชั่นมาใช้ประโยชน์ในแง่ที่ทำให้ให้มันสามารถคงฤทธิ์ในการไล่ยุงให้อยู่ได้นานขึ้น”

           เทคโนโลยีนาโนอิมัลชั่นคือการทำให้หยดน้ำมันที่แตกตัวอยู่ในน้ำมีขนาดเล็กระดับนาโนเมตรซึ่งในงานวิจัยชิ้นนี้ต้นแบบผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิมัลชั่น มีขนาดอนุภาคนาโนอิมัลชั่นอยู่ในช่วง 140-160 นาโนเมตร นอกจากจะมีฤทธิ์ป้องกันยุงได้นานราว 4.7ชั่วโมงซึ่งนานกว่าผลิตภัณฑ์กันยุงชนิดอิมัลชั่นทั่วไปแล้ว ผลิตภัณฑ์กันยุงแบบนาโนอิมัลชั่นก็สามารถคงตัวได้ดีกว่าและไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนาดและประจุไฟฟ้าของอนุภาคมากเท่ากับแบบอิมัลชั่นซึ่งสื่อให้เห็นถึงความเสถียรมากกว่าในผลิตภัณฑ์ระดับนาโน

ตะไคร้
ภาพจาก http://www.skr.ac.th

           จุดเด่นของผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิลมัลชั่นที่แตกต่างจากยากันยุงในท้องตลาดทั่วไปคือการพยายามที่จะไม่ใส่สารสังเคราะห์ลงไป เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบจากการใช้งาน ซึ่งยากันยุงทั่วไปมักจะมีการผสมสารสังเคราะห์ที่เรียกว่า DEET ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงกับสตรีมีครรถ์และเด็กทารกเพราะสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังได้

           “ยากันยุงที่ขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไปก็จะใช้วิธีการนำน้ำมันมาผสมกับน้ำโดยใช้แอลกอฮอลในการละลายซึ่งแอลกอฮอลอย่าง เช่น พวกเมทานอล ถ้ามีการใช้งานนานๆ โดยเฉพาะเมื่อมีการสัมผัสกับผิวโดยตรงมากๆก็ไม่ดี และผลิตภัณฑ์พวกนี้ก็มีข้อควรระวังในการใช้คือห้ามใช้กับสตรีมีครรถ์และเด็กทารกด้วย เราก็เลยคุยกันก็มีความคิดว่าเราจะใช้เทคโลโนยีนาโนอิมัลชั่นนี้แหละมาผสมกับน้ำโดยที่ไม่ต้องผสมแอลกอฮอลลงไป ”

           นอกจากจะมีตะไคร้เป็นส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิมัลชั่นแล้วทางทีมวิจัยยังได้นำองค์ความรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านเกี่ยวกับสนุมไพรเข้ามาช่วยเสริมเพื่อต้องการให้ผลิตภัณฑ์สามารถรักษากลิ่นได้นานขึ้น จึงได้นำแมงลักและหญ้าแฝกซึ่งเป็นสมุนไพรไทยผสมเข้าไปด้วยในงานวิจัยดังกล่าว

แมงลัก
ภาพจาก www.tistr.or.th

           “ถ้าใช้ตะไคร้อย่างเดียวนี้ก็จะมีปัญหาว่ากลิ่นมันไม่ทนอยู่ได้ไม่นานเลยคิดว่าน่าจะมีการผสมสมุนไพรเข้าไปหลายๆตัวก็ได้ไอเดียมาจากทีมของแพทย์แผนไทยว่าสมุนไพรตัวไหนเหมาะบ้าง เราก็นำมาทดลอง จนสุดท้ายมาลงตัวที่หญ้าแฝกกับแมงลัก ก็ต้องหาอัตราส่วนที่เหมาะสมของสมุนไพรด้วย เมื่อได้แล้วก็มาขึ้นรูปเป็นนาโนอิมัลชั่น(nanoemulsion)

           ตอนที่เราทำจะมีการเทียบระหว่างอัตราส่วนสมุนไพร กับอิมัลชั่นธรรมดา ที่ไม่ได้ลดขนาดก็ทำในรูปแบบของนาโนอิมัลชั่น ก็ได้ความคงตัวที่ดีกว่าคือเก็บได้ในระยะเวลานาน ที่เราทำก็คือเก็บในสภาวะอุณหภูมิห้องและอุณหภูมิ 45 องศาเซสเซียส  และด้วยขนาดที่เล็กกว่าเราศึกษาในแง่ของการปลดปล่อยด้วย ก็พบว่าปลดปล่อยได้นานกว่า”

           ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย เปิดเผยว่า  ผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิลมัลชั่น ได้ทำการทดลองกับอาสาสมัครจำนวน  30 ท่าน โดยให้ทาผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิลมัลชั่น เพื่อศึกษาดูถึงประสิทธิภาพว่าสามารถอยู่ได้นานแค่ไหน  ผลที่ออกมานั้นน่าพอใจและปัจจุบันกำลังมีบริษัทเอกชนเอามาติดต่อเพื่อนำไปใช้ในทางพาณิชย์

           “หลังจากนั้นเราก็เอาสูตรที่ได้ออกมาแล้วส่งไปวิเคราะห์การทดสอบไล่ยุงโดยใช้วิธี third –party  ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กระทรวงสาธารณะสุข  ในทำการทดสอบกับอาสาสมัคร มีจำนวนที่แน่นนอน ประมาณ 30 ท่าน ก็พบว่าการทดสอบให้ผลดีมีฤทธิ์ได้ยุงได้ดี  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับสูตรเหมือนกันนะคะ ซึ่งที่มีฤทธิ์ป้องกันยุงที่ดีที่สุดที่เราทดสอบได้อยู่ที่ประมาณ 4.7 ชั่วโมง ซึ่งก็ถือว่าจัดอยู่ในขั้นดีเพราะเราไม่มีการเติมสาร ที่เป็นพิษใดๆลงไปทั้งสิ้น

           ตอนนี้มีภาคเอกชนเข้ามาคุย แต่คุยกับภาคถ่ายทอดเทคโนโลยี คุยกันในแง่ของการนำสูตรและเทคโนโลยีไป ใช้ในการผลิตจริง  หรือว่าต้องการให้ปรับให้อยู่ในรูปแบบของโลชั่นที่เนื้อข้นขึ้น หรือเหลวลงอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตกลงกันว่าสุดท้ายแล้วจะออกมาในรูปแบบไหน”

หญ้าแฝก
ภาพจาก www.tkc.go.th

           สารสังเคราะห์ DEET ช่วยในเรื่องของการทำให้กลิ่นหรือฤทธิ์ในการไล่ยุงของยากันยุงในท้องตลาดสามารถอยู่ได้เป็นเวลานาน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วจะมีการระบุอยู่บริเวณข้างบรรจุภัณฑ์ว่า จะสามารถไล่ยุงได้ราวๆ 6 ชั่วโมง แต่ในกรณี ของ ผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิลมัลชั่น ที่ไม่ได้มีการผสมสารดังกล่าวเข้าไป มีฤทธิ์อยู่ราว 4.7 ชั่วโมงซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาที่ดี ทั้งยังไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดผลข้างเคียงจากการใช้งานนี้เป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้  แม้ผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิลมัลชั่น จะมีการผสมสารลดแรงตึงผิวลงไปด้วยก็เป็นปริมาณน้อยและสารดังกล่าวก็เป็นมาตรฐานเดียวกันกับที่ใช้ในเครื่องสำอางทั่วๆไป ดังนั้น จะไร้กังวลเกี่ยวกับการเกิดผลข้างเคียง

           “ผลกระทบจะมีน้อย เพราะสารอื่นๆที่เราเอามาใช้เช่น สารการตรึงผิวก็เป็นสารในเกรดที่ใช้ทั่วๆไปในเครื่องสำอางค์ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีผลกระทบต่อผู้ใช้ คือมั่นใจได้ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ว่าจะมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ แต่โดยส่วนตัวแล้วยังมองว่า มันยังมีกลิ่นสมุนไพรไทยที่ยังแรงอยู่แต่บางคนก็ชอบนะบางคนก็บอกว่ากลิ่นแรงไปหน่อย แต่อันนี้ขึ้นอยู่กับวามรู้สึกของคนที่มีไม่เหมือนกัน ”

ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ กันยุงนาโนอิมัลชั่น

         สำหรับปัญหาที่พบในงานวิจัย  ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย เปิดเผยว่า เรื่องฤดูกาลของพืชพันธุ์สมุนไพรก็มีส่วนทำให้งานวิจัยติดขัดอยู่บ้างรวมไปถึงปัญหาที่อาจะเกิดขึ้นได้ในงานวิจัยทั่วๆไป แต่ไม่ใช่เป็นปัญหาหนักหนาอะไร

           “เรื่องฤดูกาลของพืชพันธ์ก็มีส่วนเป็นปัญหาอยู่บ้าง อย่างที่ทำวิจัยอยู่มีช่วงหนึ่งแมงลักไม่มีขาดตลาด แมงลักนี้ก็เป็นแมงลักที่เขาทานกันอยู่แล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับพันธ์  ขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วย  แต่ถ้าเป็นการวิจัยจริงๆแล้ว ในช่วงแรกเราสกัดเองด้วยซ้ำแต่ มันมีปัญหาเยอะเราก็เลยไปจ้างบริษัทเครื่องหอมไทยจีน ซึ่งเขาสกัดเป็นอาชีพอยู่แล้วให้เขารับผิดชอบไปเลยเพื่อเราจะสามารถควบคุมเกี่ยวกับวัสดุหรือส่วนผสมต่างๆได้”

           น้ำปลาผงเป็นผลงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งของ ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย งานวิจัยเกี่ยวกับน้ำปลาผงซึ่งเป็นงานวิจัยที่มีแปรรูปน้ำปลาให้เป็นผงน้ำปลาที่พร้อมละลายกลับคืนเพื่อนำไปใช้งานต่อไปซึ่งก่อให้เกิดความสะดวกในการใช้งานและพกพา ทั้งยังช่วยในการลบด้นทุนในเรื่องของค่าขนส่ง  วิธีการทำแห้งและเป็นผงใช้กระบวนการอบแห้งแบบพ่นฝอย หรือ วิธีสเปยร์ดราย ซึ่งเป็นกรรมวิธีที่ใช้เป็นปรกติในอุตสาหกรรมอาหาร   โดยมีเป้าประสงค์เพื่อให้ออกมาเป็นผงและไม่เป็นก้อนเกาะติดกันมีสีและกลิ่นไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมเมื่อผู้ใช้ละลายกลับคืนเป็นน้ำปลา

           “งานวิจัยน้ำปลาผงเป็นโจทย์ที่บริษัทข้างนอกเขาติดต่อมาเพื่อให้เราช่วยแปรรูปให้เป็นผง ก็จะใช้วิธีสเปยร์ดราย  พอเราสเปยร์เสร็จ ก็จะนำมาหาอัตราส่วนเพื่อให้กลิ่นไม่เปลี่ยนไปแล้วก็สี ซึ่งเราได้เก็บตัวอย่างเพื่อดูความคงตัวของสีและกลิ่นไว้ประมาณ 6 เดือน -1 ปี ว่าสีและกลิ่นต้องเหมือนเดิม

           แล้วก็มาหาอัตราส่วนละลายกลับว่าเท่าไหร่ เช่นผง 1 กรัมต้องใส่น้ำไปเท่าไหร่เพื่อให้ละลายกลับแล้วได้คุณภาพคงเดิม  เพื่อให้เปลี่ยนกลับไปสู่น้ำปลาในรูปแบบเดิมได้เวลาคนใช้จะได้ สะดวก มันน่าจะดีนะเพราะพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก”

           เมื่อจะนำมาใช้งานก็จะนำน้ำปลาผงไปละลายกับน้ำในอัตราส่วน 3 ต่อ 7 ก็จะได้น้ำปลาที่มีทั้งรสทั้งกลิ่นที่ใกล้เคียงกับน้ำปลาแบบที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในครัวเรือนทั้งนี้เชื่อว่าน้ำปลาผงจะสามารถช่วยลดต้นทุนลงได้อย่างมากซึ่งโดยทั่วไปการขนส่งน้ำปลาจะมีต้นทุนที่สูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์และนี้อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกน้ำปลาของไทยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

           ปัจจุบันดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ยังได้ร่วมกับทีมวิจัยของ ศูนย์นาโนเทคฯ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  ทำการวิจัยเกี่ยวกับการเก็บกักอนุภาคของสารให้กลิ่นซึ่งเป็นในกลุ่มของยาที่ใช้ในร่างกายในรูปแบบของยาหรือพวกเครื่องสำอางค์  ส่วนงานวิจัยผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิลมัลชั่นที่บรรจุสารมีฤทธิ์ไล่ยุงจากการสกัดสมุนไพร ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรภายใต้ชื่องานประดิษฐ์  “นาโนอิลมัลชั่นสำหรับไล่ยุงที่มีสารสมุนไรชนิดน้ำมันตะไคร้หอม น้ำมันแมงลัก และน้ำมันหญ้าแฝก” เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2551 เลขที่คำขอ 0801003857 นับเป็นผลงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจและอีกไม่นานเราอาจจะได้ใช้ผลิตภัณฑ์กันยุงที่ไม่ต้องกังวลต่อผลข้างเคียงอย่าง  ผลิตภัณฑ์กันยุงนาโนอิลมัลชั่นก็เป็นได้



แสดงความคิดเห็น