เมื่อสังคม ออ นไลน์แผลงฤทธิ์
หน้าที่ 1 - เมื่อ สังคมออนไลน์แผลงฤทธิ์
บทความโดย : ผศ.ดร.สุกรี สินธุภิญโญ
จากเหตุการณ์ร้ายแรงอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม2553 ปรากฏการณ์หนึ่งจากโลกไอที เกิดขึ้นคู่ขนานไปและมีบทบาทสำคัญแทบจะตลอดช่วงเวลาสำคัญในช่วงที่ผ่านมาก่อนการอุบัติขึ้นของเว็บไซต์ด้านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ความคิดความเห็นของประชาชนคนธรรมดา ไม่เคยได้รับการถ่ายทอดไปจนถึงผู้มีอำนาจในบ้านเมือง กระแสความคิดดีๆ จากคนกลุ่มหนึ่งในสังคมไม่เคยได้รับถ่ายทอดและตอบสนองจากส่วนอื่นในสังคม เนื่องจาก ขาดสื่อที่จะนำพากระแสความคิดเหล่านั้นกระจายต่อไปยังผู้คนในส่วนอื่นของสังคมได้ เว็บบอร์ดขนาดใหญ่ของเมืองไทยเคยสร้างกระแสต่างๆ ให้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้กลับไม่ใช่ เพราะสื่อที่ร้อนแรงเหลือเกิน กลับกลายเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดังอย่าง เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ซึ่งสามารถตอบสนองความอยากรู้ข่าวสารและการร่วมแสดงความคิดเห็นของคนได้เป็นอย่างดี
กลุ่มต่างๆ ในโลกออนไลน์ของเฟซบุ๊กเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมากมายตอบสนองความต้องการการแสดงออกทางสังคมของผู้คนอย่างรวดเร็ว และไม่หยุดแค่ในโลกออนไลน์เท่านั้น กลุ่มคนในเฟซบุ๊กยังสามารถรวมตัวกันในโลกจริง เพื่อแสดงออกด้วยความสงบ สันติ อย่างแท้จริง ทั้งรวมกลุ่มเพื่อแสดงจุดยืนในสังคมอย่างบริสุทธิ์ใจก่อนหน้าเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553
ในโลกทวิตเตอร์ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน เมื่อข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ถูกส่งต่อกันแบบนาทีต่อนาที จากเหล่านักข่าวที่เสี่ยงชีวิตอยู่ท่ามกลางกระแสข่าวการลอบทำร้ายนักข่าว ผู้คนในโลกทวิตเตอร์แทบจะรู้ข่าวกันทุกคนในอีกไม่กี่นาทีต่อมาหลังการลอบยิงแกนนำคนสำคัญ ข่าวลือ ข่าวลวงต่างๆ เกิดขึ้นถูกส่งต่อกันในเวลาไม่กี่ชั่วโมงคลิปวีดีโอสั้นๆ ถูกเผยแพร่กันไปทั่วโลก และเป็นธรรมดาที่คลิปส่วนใหญ่ที่เผยแพร่ ย่อมมีจุดประสงค์เพื่อให้โลกได้เห็น ได้เชื่อ และคล้อยตามผู้เผยแพร่ ดังนั้นคลิปต่างๆ เหล่านี้ จึงเกิดขึ้นจากทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน และในท้ายที่สุด คลิปวีดีโอเหล่านั้นยังถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการอ้างอิง อธิบาย ชี้แจงถึงเหตุผล ความเป็นมาเป็นไปต่างๆ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งในความรู้สึกของผม คือ รัฐบาลและ ศอฉ. สามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคม มีการตอบสนองต่อปฏิกิริยาของสังคม สามารถชี้แจงข้อเคลือบแคลงสงสัยของผู้คนได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญที่สุด คือ มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างทันท่วงทีต่อปฏิกิริยาด้านลบของสังคมแต่รัฐบาลต้องไม่ลืมว่า ยังมีผู้คนอีกหลายสิบล้านคนในอีกหลายภาคส่วนของสังคมที่ไม่อยู่กับสังคมออนไลน์เหล่านี้ ข้อมูลข่าวสารที่จะไปถึงผู้คนเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร บิดเบือน หรือจริงเท็จเพียงใด เป็นภาระอันหนักหน่วงที่รัฐบาลจะต้องเผยแพร่ข้อเท็จจริงไปให้ผู้คนเหล่านั้น ได้ยิน และ รับรู้เพื่อสร้างความปรองดองให้แก่คนในชาติ ฟื้นคืนประเทศไทยให้กลับมา
