การใช้คลื่นความถี่เพื่อการพัฒนาประเทศ

Written by settapong_m on . Posted in ทั่วไป, เทคโนโลยี




หน้าที่ 1 - การใช้คลื่นความถี่เพื่อการพัฒนาประเทศ


พ.อ.รศ. ดร.เศรษฐพงค์  มะลิสุวรรณ
settapong_m@hotmail.com
ประจำกรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
กรรมการกำหนดและจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่
ภายใต้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)
 


              ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้เข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคม และส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน ซึ่งเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายที่ใช้ความถี่วิทยุเป็นหลัก เนื่องจากการแข่งขันของผู้ให้บริการเกิดบริการใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างหลากหลาย การเกิดการหลอมรวมของเทคโนโลยี (Technology Convergence) ทั้งด้านคอมพิวเตอร์ ด้านสื่อสารโทรคมนาคม และด้านสารสนเทศสื่อต่างๆ ผู้บริโภคมีความสะดวกสบาย มีความคล่องตัวในการใช้งาน และได้รับบริการทุกที่และทุกเวลา  จึงทำให้การบริหารทรัพยากรคลื่นความถี่มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ดังนี้

(1) ในด้านเศรษฐกิจ
              รัฐบาลมีนโยบายตามแผนการบริหารราชการแผ่นดินสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการ โครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมอีกมาก ทั้งเพื่อการลดช่องว่างระหว่างชนบทและในเมือง และการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ  

              การบริหารคลื่นความถี่จำเป็นต้องพิจารณาการเชื่อมโยงกับโครงการสำคัญๆ ตามนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 ได้ประกาศใช้เป็นกฏหมายแล้ว มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม เช่น ระบบการเงินและการธนาคาร ระบบ Logistics เป็นต้น การเตรียมการด้านโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม จำเป็นต้องใช้ความถี่ในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สนองตอบในด้านเศรษฐกิจดังกล่าวที่เกิดขึ้นตามมา

(2) ในด้านการศึกษา 
              การนำคลื่นความถี่ไปใช้ประโยชน์หรือมีเป้าหมายในการสร้างความพร้อมทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เพื่อช่วยการพัฒนาให้เกิดสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ รวมทั้งยุทธศาสตร์ในการจัดหาจะสร้างส่งเสริม สนันสนุน โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและการเรียนรู้ รวมถึงวิชาการและการเรียนรู้ต่างๆ ซึ่งมีความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการเรียนรู้ของประชากรอันสืบเนื่องมาจาก สถานะภาพของสถาบันการศึกษา หลักสูตรวิชาภูมิประเทศ สถานะภาพทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น e-Government, e-Education, e-Society, e-Commerce และ e-Industry เป็นต้น

              ความเหลื่อมล้ำของสังคมที่เป็นผลเนื่องมาจากการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้ ซึ่งหมายถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น และใกล้เคียงกันให้มากที่สุด เพื่อลดช่องว่างสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ รวมถึงปัญหาด้านสังคมและวัฒนธรรม

              ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม โดยเฉพาะโครงข่ายสื่อสารไร้สาย เช่น Ubiquitous Learning, Broadband Wireless Access (BWA), WiMAX/Wi-Fi เป็นต้น สำหรับการจัดการด้านการศึกษา การพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ของปัจเจกบุคคลตลอดจนการวิจัยและพัฒนาในสาขาต่างๆ

(3) ในด้านสังคมและวัฒนธรรม
เทคโนโลยีการสื่อสารช่วยให้ภาคประชาชนเข้าถึงสารสนเทศได้เพิ่มมากขึ้น แต่อาจส่งผลกระทบทางลบใน 4 เรื่องที่ควรพิจารณา คือ 
             
การเพิ่มขึ้นของข่าวสารที่ไม่ เหมาะสมหรือโอกาสเกิดการล่อลวงบนสื่อสมัยใหม่ 
             
การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 
             
โอกาสเกิดการกระทำผิดด้าน ศีลธรรม จารีตประเพณีจะมีมากขึ้น
             
ความไม่ปลอดภัยในระบบสื่อสาร

(4) ในด้านสาธารณะ ประโยชน์
              การใช้ความถี่เพื่อสาธารณะประโยชน์เป็นการใช้ความถี่ใน 3 รูปแบบ คือ การบริการอย่างทั่วถึง (Universal Access) การบริการสังคมตามนโยบายรัฐ และการใช้คลื่นความถี่เพื่อบริการสาธารณะเชิงพาณิชย์  ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ในระบบ Digital Trunked Mobile Radio ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งเสียงและข้อมูลมาแทนระบบเดิม  การจัดสรรความถี่ในกรณีนี้ หากจะให้มีประสิทธิภาพอาจจะจัดสรรเป็นแบบกลุ่มความถี่ในทำนองเดียวกันกับ ระบบ Cellular ซึ่งสามารถใช้ความถี่ซ้ำ (Reuse) ได้มากขึ้น ก็จะเกิดประโยชน์แก่สาธารณะได้มากขึ้น

แหล่งอ้างอิง
              รายงานการศึกษาและประเมินสถานะการใช้คลื่นความถี่, คณะอนุกรรมการศึกษาและจัดทำข้อมูลเพื่อประเมินสถานะการใช้คลื่นความถี่สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, มีนาคม 2553



แสดงความคิดเห็น