ค่ายแสงแห่งอนาคต..แสงซินโครตรอน
หน้าที่ 1 - ค่ายแสงแห่งอนาคต..แสงซินโครตรอน
ค่ายแสงแห่งอนาคต..แสงซินโครตรอน ครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้น เพื่อให้เยาวชนผู้สนใจด้านวิทยาศาสตร์ และด้านฟิสิกส์ ได้สัมผัสกับการบรรยากาศการทำงานภายในสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และทราบทัศนคติทางด้านการเรียนฟิสิกส์ของเยาวชนไทย ภายใต้การร่วมมือของ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และเว็บไซต์วิชาการดอทคอม ในวันที่ 3-4 พฤษภาคม 2555 ณ จังหวัดนครราชสีมา
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน
กิจกรรมดีๆในครั้งนี้ ที่ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วประเทศที่มีพื้นฐานความสนใจด้านฟิสิกส์ ได้เรียนรู้จักเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน การนำไปใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งการที่เยาวชนได้เรียนรู้ถึงอุปกรณ์ทางวิทศาสตร์ที่ทันสมัย รวมทั้งได้สัมผัสบรรยากาศการทำงานภายใน “ห้องปฏิบัติการแสงสยาม” เพื่อเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแสงซินโครตรอนให้แก่เยาวชนไทย ร่วมสร้างแรงจูงใจ และกระตุ้นในการพัฒนาตนเองสู่การศึกษาต่อในด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีขั้นสูงต่อไปในอนาคต ทั้งยังสร้างโอกาสที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เผยแพร่ความรู้ และถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมครั้งนี้ต่อไป โดยโครงการ “ค่ายแสงแห่งอนาคต..แสงซินโครตรอน” คัดเลือกเยาวชนจากทั่วประเทศ ที่ส่งผลงานเรียงความเพื่อกระตุ้นความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ หัวข้อ “เรียนฟิสิกส์ สนุกอย่างไร ซึ่งผู้ผ่านคัดเลือกจะได้เข้าร่วมเดินทำกิจกรรมสัมผัสเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน ณ ห้องปฏิบัติการแสงสยาม จังหวัดนครราชสีมา
.jpg)
ทำพิธิเปิดและเข้าร่วมกิจกรรมบรรยาย
วันที่ 3 พฤษภาคม 2555 เวลา 8.30 น. น้องๆ ที่ผ่านการคัดเลือก 18 คน มาร่วมกัน ณ จุดนัดพบที่อาคารซอฟแวร์พาร์ค แจ้งวัฒนะ กทม. เพื่อเดินทางต่อโดยรถตู้ไปที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จ.นครราชสีมา พวกเรามีถึงที่สถาบันเป็นเวลา 12.30 น. เดินทางถึงสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ได้พักรับประทานอาหารกลางวัน
.jpg)
พาน้องๆ เยี่ยมชม สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน
หลังจากนั้นพวกเราทีมงาน สื่อมวลชน รวมถึงน้องๆที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 18 คน ทำพิธิเปิดห้องออดิทรอเรียม ชั้น 4 อาคารสิรินธรวิชโชทัย และทางสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ได้จัดบรรยายพิเศษปูพื้นฐานด้านฟิสิกส์ เรื่อง โครงการสร้างอะตอมพื้นฐาน,ธรรมชาติของอิเล็กตรอนและการเกิดอิเล็กตรอนอิสระ, อันตรกิริยาระหว่างอิเล็กตรอน สนามไฟฟ้า และสนามแม่เหล็กไฟฟ้า , การเกิดแสงซินโครตรอน, การประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอน และเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน ให้กับน้องๆ ทั้ง 18 คน และได้เปิดโอกาสให้น้องๆ ซักถามข้อข้องใจ และพาชมสัมผัสเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน ณ ห้องปฏิบัติการแสงสยาม
ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
หลังจากนั้นเราให้น้องๆ เดินทางเข้าที่พักที่สุรสัมมนาคาร ทำภารกิจส่วนตัว และมาพร้อมกันตอน 6.30 น. เพื่อรับประทานอาหารเย็น
ทีมงานได้พาน้องๆ และพี่ๆ สื่อมวลชน ‘ช้อปและชิม’ สำหรับของที่ระลึกและร้านอาหารอร่อยๆ ที่ ตลาดนัดกลางแจ้งเซฟวัน และไหว้ย่าโมเพื่อ เป็นสิริมงคล จึงเดินทางกลับที่พัก เพื่อพักผ่อน เตรียมตัวสำหรับกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
.jpg)
น้องเข้าร่วมกิจกรรมในวันที่ 2
เช้าวันที่สอง 4 พฤษภาคม 2555 ทุกคนตื่นแต่เช้ามาร่วมรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย และมาพร้อมกันที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เพื่อเริ่มทำกิจกรรมเวลา 9.30 น. น้องๆ ได้ถูกแบ่งเป็น กลุ่มทำกิจกรรม 2 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ 1 เรื่อง การกระเจิงของรัทเทอร์ฟอร์ด โดย ดร.วุฒิไกร บุษยาพร
กลุ่มที่ 2 เรื่อง Helmholz Coilz โดย ดร.รุ่งเรือง พัฒนากุล
.jpg)
ทำการทดลอง
น้องๆ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 9 คน เพื่อร่วมกันทำการทำลองทั้ง 2 เรื่อง พร้อมทั้งร่วมกันสรุปผลร่วมกันการทดลอง น้องๆ ให้ความสนใจและร่วมทำกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน
.jpg)
ทำการทดลอง
หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมทั้งหมดก็เป็นพิธีปิดโครงการค่ายค่ายแสงแห่งอนาคต..แสงซินโครตรอน พร้อมทั้งมอบใบประกาศนียบัตรให้กับน้องทั้ง 18 คน และได้ให้น้องๆ ได้พูดถึงความรู้สึกที่ได้มาค่ายในครั้งนี้ รวมถึงร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีทุกคนร่วมกันรับประทานอาหารกลางวัน และในตอนบ่ายก่อนเดินทางกลับ ได้พาน้องๆ เข้าชม พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินนครราชสีมา ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเพทฯ โดยสวัสดิภาพ
รับมอบใบประกาศนียบัตรและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
ซึ่งน้องๆ ที่มาค่ายในครั้งนี้ กล่าวว่า การได้มาค่ายในครั้งนี้ได้รับความรู้เรื่องเกี่ยวกับแสงซินโครตรอน ว่ามาจากไหน สามารถผลิตและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร รวมถึงได้ดูอุปกรณ์การทดลองต่างๆ ที่น่าสนใจและยังได้ดูห้องปฏิบัติการจริง และได้ซึมซับประสบการณ์จากผู้ที่มีความรู้จริงในแง่มุมต่างๆ ที่พวกเราไม่มีโอกาสได้สัมผัสในชีวิตจริง
นอกจากความรู้ที่ได้กันอย่างเต็มที่แล้ว น้องๆ ได้ประสบการณ์ที่ดี เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ความสามัคคี การมีระเบียบวินัย และเหนียวแน่นกันมาก ขอให้จดจำประสบการณ์ดีๆ ในครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจในการกระตุ้นให้เยาวชนได้ตระหนักรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสร้างความเข้มแข็งสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ต่อไป
