การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด ตำบลลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง

Written by 84 tambon on . Posted in ทั่วไป, เทคโนโลยีพลังงาน




หน้าที่ 1 - การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด ตำบลลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง

ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของวารสารจดหมายข่าวรักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง
และวิชาการ.คอม
http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx 


          "วันนี้เรามาทำอะไรกันที่นี่ครับ ใครพอตอบได้ ช่วยตอบหน่อย และที่มากันนี่ อยากเรียนรู้เรื่องไรกันบ้างครับ"

           คำถามชวนหัว (นำคุย) ตามแบบฉบับคนใต้ คือคำทักทายของชาวลำสินธุ์ ในนาม “เครือข่ายสินธุ์แพรทอง” ช่วยสร้างรอยยิ้มให้กับผู้มาเยือนที่ผลัดกันมาไม่ขาดสาย

          แต่กว่าที่ชาวลำสินธุ์จะก้าวผ่านอุปสรรคในอดีต จนสามารถมายืนแอ่นอกพร้อมขึ้นชกกับวิกฤตทั้งหลายได้ในวันนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา 

          "เมื่อก่อนที่นี่ถูกทางการกำหนดให้เป็นพื้นที่สีแดงด้วยปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเข้ามาเผยแพร่แนวคิดให้กับชาวบ้าน จนบางคนต้องหนีเข้าป่า เพราะเจ้าหน้าที่รัฐเข้าปราบปราม ส่วนใครที่โดนจับได้ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกลายเป็นชื่อเรียกขานยุคนั้นว่า ‘ยุคถังแดง’ และเป็นคำพูดติดปากของคนที่นี่ว่า ถีบลงเขา เผาลงถัง” คำบอกเล่าของ ลุงผล ศรีละมุล หนึ่งในแกนนำชุมชนที่ก้าวผ่านเหตุการณ์เมื่อครั้งอดีต

          เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อต้นยางพาราเข้ามาเยือนถึงถิ่น วิถีการเกษตรแบบพืชเชิงเดี่ยวก็เริ่มต้นขึ้น และประดาหน้าเข้าใส่ชุมชนไม่ยั้ง ด้วยรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ต้องแลกด้วยการเปิดพื้นที่ป่า แถมด้วยสารเคมีเเพื่อเร่งผลผลิต

          ผลที่ตามมาคือ ดินเสื่อมสภาพ ปลาตามห้วยหนองคลองบึงพากันตาย กลายเป็นปัญหาลูกโซ่ เปรียบดั่งคนที่ถูกโรคต่างๆ รุมเร้า แต่ไม่รู้ว่าจะรักษาอย่างไรดี

          แต่ในวิกฤตยังมีโอกาส เมื่อชุมชนลุกขึ้นมารวมกลุ่มแก้ปัญหาเพื่อความอยู่รอด โดยใช้ความรัก สติปัญญา และทุนเดิม อย่างความผูกพันในเครือญาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น เชื่อมร้อยกลุ่มไว้ด้วยกัน มากกว่าการเรียกร้องความช่วยเหลือจากภายนอก ด้วยความคิดที่ว่า ชุมชนต้องสามารถจัดการตนเองให้ได้

          ฟ้าหลังฝนเริ่มสดใส เมื่อสิ้นสุดยุคการแบ่งแยกทางการเมือง ชาวบ้านที่หนีเข้าป่าเริ่มกลับเข้าบ้าน พร้อมกับการส่งเสริมจากภาครัฐ พัฒนาเป็นกลุ่มองค์กรต่างๆ

          อย่างไรก็ตาม ด้วยการขาดการบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมของชุมชนยังน้อย ส่งผลให้หลายกลุ่มประสบปัญหา แกนนำชุมชนโดยเฉพาะกลุ่มออมทรัพย์ ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาการแนวคิดวิธีการทำงานร่วมกัน โดยให้ชุมชนเป็นแกนกลางประสานงาน และเลือกการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหา

          ด้วยกระบวนการเรียนรู้ผ่านการถอดบทเรียน ทบทวนตนเองของชุมชนหลายสิบครั้ง ทำให้ชุมชนค้นพบตนเอง มองเห็นจุดอ่อนจุดแข็ง พัฒนาเป็นแผนชุมชนตำบลลำสินธุ์ และเป็นจุดเริ่มต้นการทำงานพัฒนาชุมชนโดยชุมชน ในนาม “เครือข่ายสินธุ์แพรทอง” ในปี ๒๕๒๓

          โครงการรักษ์ป่า สร้างคน ๘๔ ตำบล วิถีพอเพียง เป็นหนึ่งหน่วยงานภาคีได้เข้ามาต่อยอดและเติมเต็ม ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาตำบลของเครือข่ายสินธุ์แพรทองให้เข้มข้นมากขึ้น พร้อมหนุนเสริมในเรื่องที่ชุมชนต้องการ ทั้งการพัฒนาเยาวชนให้มีส่วนร่วมในทรัพยากรท้องถิ่น การแก้ไขปัญหาสิทธิทับซ้อนในที่ดินทำกิน การเสริมทักษะวิทยากรชุมชน และการจัดทำฐานข้อมูลและองค์ความรู้ของชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการพึ่งตนเอง แบ่งเป็น ๖ กลุ่มสาระเรียนรู้ ๒๕ หลักสูตรการเรียนรู้ เช่น การบริหารจัดการองค์กร วิสาหกิจชุมชน การพัฒนาศักยภาพผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง และพลังงานทดแทน เป็นต้น

          ทุกวันนี้ ผ้าแพรแดนใต้ เครือข่ายสินธุ์แพรทอง ยังคงพลิ้วไหวไปตามการพัฒนาที่เติบโตขึ้น ด้วยการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด โดยมีเป้าหมายคือ "ชุมชนเข็มแข็ง ครอบครัวอบอุ่น สังคมตำบลน่าอยู่" เพื่อเป็นฐานสร้างความมั่นคงให้กับชุมชน และเป็นต้นแบบให้กับคนภายนอกที่จะเข้ามาเรียนรู้การจัดการชุมชนแห่งการพึ่งตนเอง ตามหลักปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง...

          หากล้มแล้วลุก ท้ายที่สุดก็จะพบแสงสว่าง

          เรื่องราวของชาวบ้านตำบลลำสินธุ์ยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ ชาวลำสินธุ์ได้ดำเนินงานพัฒนาชุมชนร่วมกับโครงการรักษ์ป่า สร้างคน ๘๔ ตำบล วิถีพอเพียง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ขยายสู่การเป็น ๑ใน ๒๔ ศูนย์เรียนรู้ตำบลวิถีพอเพียง โครงการรักษ์ป่า สร้างคน ๘๔ ตำบล วิถีพอเพียง ตำบลทุ่งสง อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช แหล่งรวบรวม เพิ่มพูนความรู้ ภูมิปัญญา และยกระดับองค์คามรู้วิถีพอเพียงในชุมชน เพื่อประยุกต์องค์ความรู้ในการพัฒนาชุมชนและสังคม ภายใต้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

          ท่านสามารถติดตามเรื่องราวศูนย์เรียนรู้ตำบลวิถีพอเพียงได้ใน “คู่มือท่องเที่ยวชุมชนพอเพียง” ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจ ประสบการณ์ สัมผัสวิถีชีวิตพอเพียงได้ทั้ง ๒๔ ศูนย์เรียนรู้ตำบลวิถีพอเพียง ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่
www.84tambonsforking.com และ https://www.facebook.com/84tambonsforking/photos#!/84tambonsforking หรือติดต่อขอรับคู่มือท่องเที่ยวชุมชนพอเพียงได้ที่ คุณจิราพร แซ่เตียว โทร. ๐ ๒๕๓๗ ๓๓๕๒



แสดงความคิดเห็น