วิชาการดอทคอม ptt logo

อิศรญาณภาษิต [คำแปลรั่วๆ แด่รุ่นน้องและผู้ที่สนใจ]

ตอนม.3 มีใครเรียนอิศรญาณภาษิตบ้าง มีใครถูกสั่งให้ทำรายงานบ้างป่าวอ่ะ เราทำแจกทั้งห้องเลย เหอๆ สาเหตุ (แม่ตรูเปงครูภาษาไทย <- งั้นก็อย่าใช้ภาษาวิบัติสิคะ) คำเตือน!!! คนที่ก็อปไป ขอให้... ...อย่าลืมแก้อะไรนิดหน่อยล่ะ อย่างเพื่อนที่โรงเรียนก
ผู้เขียน: kuroneko~* ชมแล้ว: 106,980 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 8 March 2009, 8:19 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 8 March 2009, 8:38 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 5 - แปล + สำนวน บท1-10

ความหมายและสำนวนที่เกี่ยวข้อง

 

     ï  อิศรญาณชาญกลอนอักษรสาร

เทศนาคำไทยให้เป็นทาน                            โดยตำนานศุภอรรถสวัสดี

ความหมาย

       หม่อมเจ้าอิศรญาณผู้มีความสามารถในการแต่งกลอนเป็นเรื่องราว  ได้แต่งคำไทยเป็นคำสอนให้ไว้เป็นทาน  โดยเป็นคำโบราณที่ใช้ถ้อยคำและความหมายที่ดีงาม

 

ï สำหรับคนเจือจิตจริตเขลา                 ด้วยมัวเมาโมห์มากในซากผี

ต้องหาม้ามโนมัยใหญ่ยาวรี                          สำหรับขี่เป็นม้าอาชาไนย

ความหมาย

       สำหรับคนโง่เขลาเบาปัญญา  ลุ่มหลงมัวเมาในความชั่ว  ต้องหาม้าที่ขับขี่ได้รวดเร็วดังใจได้แก่ใจที่รู้เท่าทันกิเลส  จึงจะทำให้มีความสุข

 

ï ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า        น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย

เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ                              รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ

ความหมาย

       ผู้ชายกับผู้หญิงต่างกันดังข้าวเปลือกกับข้าวสาร  แต่เมื่ออยู่ในสังคมเดียวกัน  ย่อมต้องพึ่งพาอาศัยกันเป็นธรรมดา  ทุกคนต่างก็มีจิตใจ  รักกันไว้ย่อมดีกว่าเกลียดกัน

สำนวน

       น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า

หมายถึง 

น. การพึ่งพาอาศัยกัน

 

ï ผู้ใดดีดีต่ออย่าก่อกิจ                      ผู้ใดผิดผ่อนพักอย่าหักหาญ

สิบดีก็ไม่ถึงกับกึ่งพาล                                เป็นชายชาญอย่าเพ่อคาดประมาทชาย

ความหมาย

       ผู้ใดทำดีต่อเรา  เราก็ควรทำความดีต่อเขาตอบ  ผู้ใดทำไม่ดีต่อเราหรือทำไม่ถูกต้อง  ก็ไม่ควรโกรธหรือตัดรอนจนแตกหัก  ทำความดีสิบครั้งก็ไม่เท่ากับทำชั่วครึ่งครั้ง  เป็นชายนั้นไม่ควรดูถูกลูกผู้ชายด้วยกัน

 

ï รักสั้นนั้นอย่าให้รู้อยู่เพียงสั้น              รักยาวนั้นอย่าให้เยิ่นเกินกฎหมาย

มิใช่ตายแต่เขาเราก็ตาย                             แหงนดูฟ้าอย่าให้อายแก่เทวดา

ความหมาย

       หากรักที่จะอยู่ด้วยกันสั้นๆ ก็จงทำความชั่วต่อไป  แต่ถ้าอยากให้รักอยู่ด้วยกันนานๆ ก็จงทำความดี  อย่าไปทำผิดกฎหมายหรือทำชั่ว  คนเราทุกคนล้วนต้องตาย  จึงควรเร่งทำความดีเข้าไว้  เวลาแหงนหน้าดูฟ้าจะได้ไม่อายเทวดา

สำนวน

       รักยาวให้บั่น  รักสั้นให้ต่อ

       ยาวบั่น  สั้นต่อ

หมายถึง 

ก. รักจะอยู่ด้วยกันนานๆ  ให้ตัดความคิดอาฆาตพยาบาทออกไป  รักจะอยู่กันสั้นๆ  ให้คิดอาฆาตพยาบาทเข้าไว้ 

 

ï อย่าดูถูกบุญกรรมว่าทำน้อย                น้ำตาลย้อยมากเมื่อไรได้หนักหนา

อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา                    ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งแล้วจึงนอน

ความหมาย

       อย่าดูถูกความดีหรือความชั่วว่าทำเพียงเล็กน้อย  เพราะมันจะสะสมไปเรื่อยๆ  และมากขึ้นเหมือนน้ำตาลที่หยดลงมาจากงวงตาลที่ละหยดหย่อมเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ  ก่อนจะนอนให้ส่องกระจกดูหน้าตนเองว่ามีสิ่งผิดปรกติหรือไม่แล้วจึงนอน  หมายถึงให้สำรวจจิตใจของตนเองอยู่เสมอ  ว่าคิดใฝ่ดีอยู่หรือเปล่า  เพื่อจะได้เตือนตนไว้ทัน 

สำนวน

       เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน

หมายถึง

       ก. เก็บเล็กผสมน้อย, ทำอะไรที่ประกอบด้วยส่วนเล็กส่วนน้อย  โน่นบ้างนี่บ้าง  จนสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

สำนวน

       ตักน้ำใส่กะโหลก  ชะโงกดูเงา

หมายถึง

       ก. ให้รู้จักฐานะของตนและเจียมตัว

 

ï เห็นตอหลักปักขวางหนทางอยู่             พิเคราะห์ดูควรทึ้งแล้วจึงถอน

เห็นเต็มตาแล้วอย่าอยากทำปากบอน                  ตรองเสียก่อนจึงค่อยทำกรรมทั้งมวล

ความหมาย

       เห็นสิ่งอะไรกีดขวางทางอยู่  จงพิจารณาดูให้รอบคอบก่อนที่จะถอนหรือเก็บเพราะอาจมีสิ่งอันตรายแฝงอยู่  เมื่อเห็นการกระทำของใครที่ไม่ดีไม่ควรปากบอนเที่ยวไปบอกคนอื่น  เพราะอาจนำผลร้ายมาสู่ตนเองได้  ควรไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดหรือทำ

สำนวน

       คบคนให้ดูหน้า  ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ

หมายถึง

       ก. จะพิจารณาคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ

สำนวน

       กินข้าวต้มกระโจมกลาง

หมายถึง

       ก. ทำอะไรด้วยความร้อนใจไม่พิจารณาให้รอบคอบ  มักเป็นผลเสียแก่ตน

สำนวน

       ขุนนางใช่พ่อแม่  หินแง่ใช่ตายาย

หมายถึง

       ถ้าไม่ใช่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยายของตน  ก็ไม่ควรไว้วางใจใคร,  ทำนองเดียวกับภาษิตที่ว่า  อย่าไว้ใจทาง  อย่าวางใจคน  จะจนใจเอง

สำนวน

       ฝนตกอย่าเชื่อดาว  มีเมียสาวอย่าเชื่อแม่ยาย

หมายถึง

       อย่าไว้วางใจใครหรืออะไรจนเกินไป

สำนวน

       พูดไปสองไพเบี้ย  นิ่งเสียตำลึงทอง

หมายถึง

       ก. พูดไปไม่มีประโยชน์  นิ่งเสียดีกว่า

 

ï ค่อยดำเนินตามไต่ผู้ไปหน้า                ใจความว่าผู้มีคุณอย่าหุนหวน

เอาหลังตากแดดเป็นนิจคิดคำนวณ                    รู้ถี่ถ้วนจึงสบายเมื่อปลายมือ

ความหมาย

        จงปฏิบัติตามผู้ใหญ่ที่เกิดมาก่อนเรา  เพราะย่อมมีความรู้และประสบการณ์มากกว่าเรา  และอย่าเป็นคนอกตัญญู  ให้ก้มหน้าขยันทำงานหนัก  แล้วจะสบายในภายหลัง

สำนวน

       หลังสู้ฟ้า  หน้าสู้ดิน

หมายถึง

       ว. ที่ต้องตรากตรำทำงานหนัก  มักหมายถึงชาวไร่ชาวนา  ซึ่งในเวลาทำไร่ทำนา  หลังต้องสู้กับแดด  และหน้าต้องก้มลงดิน

สำนวน

       ใฝ่ร้อนจะนอนเย็น  ใฝ่เย็นจะดิ้นตาย

หมายถึง

       ก. มุ่งหวังจะสบายต้องทำงาน  ถ้าเกียจคร้านจะลำบากยากจน

สำนวน

       อดเปรี้ยวไว้กินหวาน

หมายถึง

       ก. อดใจไว้ก่อนเพราะหวังสิ่งที่ดีกว่าข้างหน้า

 

ï เพชรอย่างดีมีค่าราคายิ่ง                   ส่งให้ลิงจะรู้ค่าราคาหรือ

ต่อผู้ดีมีปัญญาจึงหารือ                              ให้เขาลือเสียว่าชายนี้ขายเพชร

ความหมาย

       เพชรที่มีค่ามาก  ถ้านำไปให้ลิงลิงก็คงไม่รู้ค่า  ย่อมไร้ประโยชน์  ควรปรึกษาหารือกับผู้มีปัญญาหรือนักปราชญ์  ให้คนร่ำลือว่าตนมีปัญญาราวกับมีเพชรมากพอที่จะอวดได้ 

สำนวน

       วานรได้แก้ว

       ลิงได้แก้ว     

หมายถึง

       น. ผู้ไม่รู้คุณค่าของสิ่งมีค่าที่ได้มาหรือมีอยู่

สำนวน

       ยื่นแก้วให้วานร

หมายถึง

       ก. เอาของมีค่าให้แก่คนที่ไม่รู้จักค่าของสิ่งนั้น

สำนวน

ไก่ได้พลอย

หัวล้านได้หวี  ตาบอดได้แว่น

หมายถึง

       น. ผู้ได้สิ่งซึ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ตน

 

๑๐ï ของสิ่งใดเจ้าว่างามต้องตามเจ้า             ใครเลยเล่าจะไม่งามตามเสด็จ

จำไว้ทุกสิ่งจริงหรือเท็จ                              พริกไทยเม็ดนิดเดียวเคี้ยวยังร้อน

ความหมาย

       ของสิ่งใดก็ตามที่พระเจ้าแผ่นดินว่างาม  เราก็ต้องว่างามไปด้วย  ไม่ว่าจะจริงหรือไม่  เราก็ไม่ควรไปคัดค้านเพราะท่านเป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว

สำนวน

       น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ

หมายถึง

       อย่าขัดขวางผู้ที่มีอำนาจ,  เป็นคำพูดเชิงเตือนสติ

สำนวน

       ชักซุงตามขวาง

หมายถึง

       ก. ทำอะไรไม่ถูกวิธีย่อมได้รับความลำบาก; ขัดขวางผู้มีอำนาจย่อมได้รับความเดือดร้อน




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด






kuroneko~*
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 2,194 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 23 ครั้ง
ได้รับดาว 49 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

Blog อื่น ๆ ของผู้เขียน