วิชาการดอทคอม ptt logo

ชนชาติไทยมาจากไหน

โพสต์เมื่อ: 00:04 วันที่ 23 ก.ย. 2548         ชมแล้ว: 154,156 ตอบแล้ว: 72
วิชาการ >> กระทู้ >> สายศิลป์ >> สังคมศาสตร์

เรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดของชนชาติไทยเป็นที่สนใจสำหรับนักประวัติศาสตร์และนักมานุษยวิทยาเป็นอย่างยิ่ง ได้มีการใช้หลักฐานทั้งที่เป็นเอกสารจดหมายเหตุของจีนและหลักฐานทางโบราณคดีซึ่งเพิ่งศึกษากันในราวปี พ.ศ. 2504 มาเป็นข้อมูลสำคัญ จนสรุปเป็นทฤษฎีว่าด้วยเรื่องแหล่งกำเนิดของชนชาติไทยว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 ทฤษฎี คือ ทฤษฎีเก่า และทฤษฎีใหม่
1. ทฤษฎีเก่า
นักประวัติศาสตร์และนักมานุษยวิทยาสันนิษฐานว่าชนชาติไทยนั้น แต่เดิมมีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ของจีน แถบมณฑลกวางตุ้งปัจจุบันนี้ Dr.William Dodd หมอสอนศาสนาได้เสนอข้อคิดเห็นดังกล่าวไว้ใน หนังสือชื่อ "The Thai Face Elder Brother of the Chinese" ซึ่งก็ตรงกับนักประวัติศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ Wolfram Eberhard ซึ่งได้อาศัยหลัก Cultural Anthropology ที่ว่าชนชาติไทยมีแหล่งกำเนินอยู่ทางตะวันออก ของมณฑล Shang (สาง หรือ เสียง) อยู่ในบริเวณมณฑลกวางตุ้ง และก็มีนักประวัติศาสตร์บางคน เช่น ขุนวิจิตรวาท การ ว่าชนชาติไทยนั้นแต่เดิมมีหลักแหล่งอยู่แถบบริเวณภูเขาอัลไต (Altai) โดยมีบางคนสันนิษฐานว่าเพราะมีคำลงท้าย ว่า Tai ซึ่งที่จริงนั้นคำว่า Altai เป็นภาษามองโกล แปลว่า "ทอง" ภูเขาอัลไตแปลว่า "ภูเขาทอง" มิใช่คำผสมระหว่าง "อัล" และ "ไต" อย่างที่เขาใจกัน ต่อมาเมื่อ 1028 ปีก่อนคริสตศักราช หรือ 485 ปีก่อนพุทธศักราช ราชวงศ์โจวซึ่งเป็น จีนแท้ได้โจมตีราชวงศ์สางสำเร็จ ชนชาติไทยจึงได้อพยพลงมาตามลำน้ำแยงซีไปยังมณฑลเสฉวนและยูนนาน โดยมีเมือง สำคัญที่จารึกไว้ในจดหมายเหตุของจีน คือ เมืองเฉินตู และคุนมิง ในศตวรรษที่ 13 ชนชาติไทยจึงกระจัดกระจายไปในที่ ต่าง ๆ แถบแคว้นยูนนานของประเทศจีนปัจจุบัน
สำหรับแนวคิดเรื่องการถอยร่นลงมาจากเสฉวนจนถึงยูนนานนั้น ได้เป็นที่ยอมรับของ ดร.ขจร สุขพานิช นักประวัติ ศาสตร์ไทยซึ่งได้ใช้เวลาศึกษาแหล่งกำเนิดของชนชาติไทยหลายปี ท่านได้เขียนหนังสือชื่อ "ถิ่นกำเนิดและแนวการอพยพ ของเผ่าไทย" คล้ายกับความคิดเห็นของ Wolfram Eberhard และยังได้เพิ่มเติมว่าก่อนอพยพเข้ามาที่อาณาจักรน่าน เจ้านั้น ชนชาติไทยเคยตั้งอาณาจักรที่มณฑลกวางตุ้งมาก่อนแล้ว
จากศตวรรษที่ 13-15 ชนชาติไทยสามารถรวมตัวกันเป็นอาณาจักรขึ้นมาได้ เรียกว่า อาณาจักรน่านเจ้า แปลว่า "เจ้า ทิศใต้" ซึ่งก็ได้สูญสิ้นชื่อไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 1796 เพราะจักรพรรดิจีนองค์แรกในราชวงศ์หยวน คือ พระเจ้ากุบไลข่าน ผู้นำชาติมองโกลได้ยกทัพมาตีน่านเจ้าแตกไป ชนชาติไทยจึงต้องอพยพลงมาในแหลมอินโดจีนในดินแดนที่ต่อมาได้ชื่อว่า อาณาจักรเชียงแสน หรือล้านนาไทย ต้องต่อสู้กับพวกชนชาติที่อยู่เดิม คือ พวกละว้า และพวกขอมดำ ขณะเดียวกันชนชาติ ไทยบางพวกก็อพยพลงมาอยู่ที่แคว้นสามเทศ หรือสยามเทศ ซึ่งต่อมาเป็นแคว้นสุโขทัย และขณะนั้นอยู่ภายใต้การ ปกครองของอาณาจักรเขมรลพบุรี เมื่อพวกไทยรวมตัวกันและมีพลังมากขึ้นก็รวมตัวกันตั้งเป็นแคว้นอิสระ มีเมืองสุโขทัย เป็นราชธานีเมื่อปี พ.ศ. 1781 George Caedes
ชาวฝรั่งเศส ผู้สนับสนุนทฤษฎีเก่านี้ สรุปว่าชนชาติไทยนั้นอพยพจากเหนือลงใต้ โดยอาศัย แม่น้ำเป็นหลัก เป็นการอพยพอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่ออาณาจักรน่านเจ้าถูกมองโกลรุกราน คนไทยจำนวนมากได้อาศัย ลำน้ำ 2 สาย
คือ ลำน้ำโขง แล้วมาตั้งหลักแหล่งที่อาณาจักรล้านช้าง (เวียงจันทน์และหลวงพระบาง) บ้าง ที่ล้านนา (เชียงใหม่ เชียงแสน) บ้าง และที่สุโขทัย ส่วนที่อพยพไปตามลำน้ำสาละวินนั้นได้ไปตั้งหลักแหล่งถึงแคว้นอัสสัมของ อินเดียและรัฐฉานของพม่าก็มี
2. ทฤษฎีใหม่
นักโบราณคดีเสนอข้อสรุปว่าแหล่งกำเนิดของชนชาติไทยนั้นก็คือ บริเวณภาคอีสานของไทย และแถบจังหวัด กาญจนบุรีของไทยปัจจุบัน มิได้อพยพมาจากตอนใต้ของประเทศจีนอย่างทฤษฎีเก่าอ้างไว้ แต่ถ้าหากจะมีการอพยพจริงก็ คงจะเป็นการอพยพจากใต้ขึ้นเหนือ เช่น อพยพขึ้นไปอยู่แถบแคว้นสิบสองจุไทย และแคว้น ยูนนาน เพราะได้มีการพบ หลักฐานที่นักโบราณคดีขุดค้นหาซากโบราณที่บ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี และที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี โดยการใช้ C14 ทดสอบ ทำให้ทราบอายุของโครงกระดูกที่กาญจนบุรี ว่ามีอายุเก่าแก่ถึง 5-6 พันปี
นายแพทย์สมศักดิ์ สุวรรณสมบูรณ์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราช ทำการศึกษาความหนาแน่นของ กลุ่มเลือด ได้พบว่ากลุ่มเลือดของคนไทยมีลักษณะคล้ายคลึงกับคนภาคใต้ในชวา จึงเสนอความเห็นสนับสนุนทฤษฏีว่า ชนชาติไทยอพยพจากใต้ขึ้นเหนือ คือ อพยพจากเกาะชวาขึ้นมาอยู่ที่แผ่นดินใหญ่
เรื่องราวเกี่ยวกับอาณาจักรน่านเจ้านั้นก็มีนักทฤษฎีใหม่ชื่อ Frederick Mote เขียนไว้ใน "ปัญหาก่อนประวัติศาสตร์" ว่าชนกลุ่มใหญ่ในอาณาจักรน่านเจ้าไม่ใช่ไทย แต่ไทยนั้นมีแหล่งกำเนิดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ต่อมาถูกขอมและ เขมรรุกรานจึงอพยพขึ้นไปทางเหนือ แต่แบ่งแยกออกเป็นหลายพวก เข้าไปในเวียดนามที่เกาะไหหลำและที่แคว้นยูนนาน
นอกจากนั้นแล้วนักประวัติศาสตร์จีน 2 คน คือ ตูยูตินและเชนลูฟาน (Tu Yu-tin และ Chen Lu-fan) เขียนบท ความเรื่อง "ชัยชนะของกุบไลข่านเหนือเมืองตาลีโกว (ตาลีฟู)" ได้ทำให้คนไทยจำนวนมากอพยพลงมาทางใต้หรือไม่ โดยศึกษาเอกสารของจีนในราชวงศ์หยวนและเหม็ง พบว่า เมื่อกุบไลข่านยกมาตีน่านเจ้านั้นได้ตกลงกันอย่างสันติวิธี มิได้มี การโจมตีอย่างรุนแรงจนทำให้ไทยต้องอพยพมาครั้งใหญ่ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 1924 น่านเจ้าจึงสิ้นสุดลงเมื่อราชวงศ์เหม็ง ยึดอำนาจจากมองโกล ได้รวมน่านเจ้าเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจีน ตอนนี้เองจึงได้มีการอพยพ ทั้งนี้ได้เสนอว่าคนไทยที่อยู่ น่านเจ้านั้นเป็นเพียงชนกลุ่มน้อยใน 6 กลุ่ม ถิ่นกำเนิดของชาติไทยแต่เริ่มแรกจึงอยู่ที่ภาคเหนือของไทยปัจจุบันนี้ มิได้ อพยพมาจากจีนตอนใต้ และไทยในน่านเจ้าไม่เคยอพยพลงมาที่ประเทศไทยปัจจุบัน ดังนั้น ไทยในน่านเจ้าและ ไทย ปัจจุบันนี้จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน
สรุป
แหล่งกำเนิดของชนชาติไทยนั้น สรุปได้ 2 ทฤษฎี คือ
ทฤษฎีเก่า ที่สรุปว่าชนชาติไทยมีภูมิลำเนาเดิมทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนแถบมณฑลกวางตุ้งปัจจุบัน แล้วอพยพลง มาจนถึงแคว้นสามเทศ หรือสยามเทศ หรือประเทศไทยปัจจุบัน คือ อพบยพจากเหนือลงใต้ ส่วนทฤษฎีใหม่ คือ ชนชาติ ไทยมิได้อพยพถอยร่นมาจากที่ใด แต่ถ้าจะอพยพก็จากใต้ขึ้นเหนือ ทั้งทฤษฎีเก่าและใหม่นั้นยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ อยู่ เสมอ สำหรับทฤษฎีเก่ามักจะถูกตั้งคำถามว่า จริงหรือที่ชนชาติไทยจะทิ้งถิ่นฐานอันอุดมสมบูรณ์ แล้วก็ออกเดินทางผ่าน ทะเลทรายอันแห้งแล้งจนลงไปถึงสามประเทศ (สยามประเทศ) เพราะหลักการอพยพนั้นมนุษยชาติมักจะย้ายที่อยู่จาก แหล่งอัตคัดไปสู่ดินแดนใหม่ที่อุดมสมบูรณ์กว่าเสมอ และมีบางคนที่คัดค้านว่าชนชาติไทยนั้นเป็นพวกที่ไม่ชอบเดินทาง ไกล ๆ แต่ชอบอยู่ติดกับที่ และนิยมการเพาะปลูกเป็นอาชีพหลัก
สำหรับทฤษฎีใหม่นั้นถูกโจมตีว่าหละหลวมจนเกินไป เพราะโครงกระดูกที่พบอาจมิใช่โครงกระดูกของคนไทยก็เป็น ไปได้ ส่วนกลุ่มเลือดของคนที่ตรวจนั้นก็อาจจะมิใช่คนไทยแท้ เพราะมีการผสมกันมานานหลายเผ่าพันธุ์ อย่างไรก็ตาม มีการยอมรับทฤษฎีเก่ากันอยู่ เพราะว่ามีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรแน่ชัดกว่า

ข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย http://www.tat.or.th/



ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2894 ครั้ง - ดาว 285 ดวง





จำนวน 63 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 15 ต.ค. 2548 (21:34)
เรามีเอกลักษณ์ที่เป็นของตนเองเช่น ภาษาไทย อักษรไทย ศิลปและวัฒนธรรมไทย อาหารไทย รอยยิ้มแบบไทย ความมีน้ำใจของคนไทย เราควรจะภูมิใจในความเป็นคนไทยถึงแม้ว่าจะแตกต่างกันบ้าง แต่เราก็กินข้าวไทยเหมือนไทย รักและสามัคคีกันไว้ครับ
ครู...ชิต (IP:203.172.152.116,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 15 ต.ค. 2548 (21:52)
ได้ดูข่าวการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหวที่เอเชียใต้ด้วยสิ่งของ อาหารเพื่อบรรเทาทุกข์ จากประเทศไทย เห็นแล้วเป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ ขอบคุณประเทศไทยและนานาประเทศ
ครู...ชิต (IP:203.172.152.116,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 17 ต.ค. 2548 (22:27)
ทำไม ต้องฆ่า พระ และ เด็ก ด้วย



จิตใจทำด้วยอะไร
ครู...ชิต (IP:203.172.152.116,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 18 ต.ค. 2548 (00:18)
เรื่องของไทย บางครั้ง ฝรั่งยังให้ความสนใจความเป็นไทยมากกว่าคนไทยบางคน อีกทั้งเข้าใจประวัติศาสตร์ไทยดีกว่าคนไทยหลายคนที่อยู่ในแผ่นดินไทยด้วยซ้ำไป



เราต้องภูมิใจในความเป็นไทยของเรา หนึ่งในนั้น มาจากประวัติศาสตร์ชาติไทยครับ
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2894 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 18 ต.ค. 2548 (00:31)
ขอวอนทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจากันจะดีกว่าโดยเฉพาะ ปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยความรู้สึกของผมว่านี้คือประเทศไทยมาตลอด ผู้ก่อความไม่สงบ ขอให้หยุดทำร้ายผู้บริสุทธิ์ หยุดเผาสถานที่ราชการ บริเวณใดมีแต่สงครามหรือความไม่สงบ จะเกิดความอ่อนแอหลายๆด้านเช่น ประชาชนทำมาหากินลำบาก เด็กๆต้องมีอนาคตในการศึกษาเล่าเรียน ที่สำคัญทำให้ขาดโอกาสที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั้งยืนต่อไป



กลับมาพัฒนาประเทศไทยของเราเถอะครับ
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2894 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 17 พ.ย. 2548 (09:44)
ผมนายวิศิษฐ์ แตงมีแสง อายุ 17 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่

โรงเรียนเอเชียบริหารธุรกิจเทคโนโลยีลพบุรี (ABAT)

คิดว่าเราเกิดมาเป็นคนไทยเราจึงควรจะรักษาศิลปและวัฒนธรรม

ของไทยเราไว้ให้อยู่คู่กับคนไทยไปตลอดไป เช่นประเพณี

ลอยกระทง
visittang@thaimail.com (IP:202.28.120.13,192.168.1.167,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 18 พ.ย. 2548 (12:53)
ประเพณีไทยและเอกลักษณ์เป็นมรดกไทยที่ต้องรักษาไว้เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี น่าภูมิใจนะครับ ที่คนรุ่นก่อนได้ทิ้งมรดกด้านวัฒนธรรมไว้มาก แต่ก็น่าเสียดายที่มรดกเหล่านั้นได้รับความสนใจเอาใจใส่น้อยลงครับ
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2894 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 2 ธ.ค. 2548 (19:28)
แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..แฮ..
phattoo@thaimail.com (IP:203.188.45.237,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 23 ม.ค. 2549 (10:24)
สบายดี
ออ้ม (IP:202.143.148.106,192.168.1.215,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 26 ก.พ. 2549 (12:59)
ดีใจที่เกิดมาเป็นคนไทย มีภาษาไทยใช้ มีอักษรไทยใช้ มี

ศาสนาพุทธ เป็นเครื่องยึดเหนียวทางจิตใจ มีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกๆพระองค์ ที่ทรงรักและเอาใจใส่ต่อ ประชาชนคนไทย

มีน้ำพริกปลาทู แกงเลียงร้อนๆ ข้าวหอมมะลิหอมกรุ่น ไว้รับประทาน มีเสื้อผ้าไหมสวยๆไว้ให้ใส่ มีวันสงกรานต์ วันลอยกระทงสนุกๆ ฯลฯ ของดีๆทั้งนั้น และสำคัญที่สุดเลย ก็คือ ไม่มีประเทศใดในโลก ที่มีอะไรทำได้สบายๆ อย่างไทยแท้ เท่าเมืองไทยของเรา สงสัยละสิ อ้าวมี่ที่ไหนในโลก นัด 3 โมงเช้ามา 5 โมงเช้าแล้วยิ้มขอโทษ โยนความผิดไปให้ว่า รถติดน๊ะ

ถ้าไม่ใช่ ที่นี้ประเทศไทย ไชโยๆ

รักเมืองไทยจริงๆ
ืnuntaone@yahoo.com (IP:203.107.205.180,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 27 ก.พ. 2549 (17:07)
อยากให้บ้านเมืองสงบ ไม่วุ่นวาย ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันภายใต้ผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง ผมก็ดีใจครับที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย รักเมืองไทย ประเทศไทยครับ
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2894 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 27 ก.พ. 2549 (17:34)
วันนี้บ้านเมืองเกิดเหตุความไม่เรียบร้อย ขอให้ทุกฝ่ายมีความเป็นธรรมต่อกัน ยึดกฎหมายและประเทศไทยเป็นที่ตั้ง
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2894 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 22 มิ.ย. 2549 (10:17)
ได้ความรู้มากเลยค่ะจากแนน
Jiranya.com. (IP:61.19.109.22,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 22 มิ.ย. 2549 (17:23)
ครู...ชิตอยากให้คนไทยศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจ รักห่วงใยความเป็นชาติประเทศไทยให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม เอกลักษณ์ไทย คุณค่าเหล่านี้ประเมินด้วยราคามิได้ครับ
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2894 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 2 ก.ค. 2549 (23:05)


24930 welcome to Si Sa Ket

Si Sa Ket is a quiet province on the Cambodia border with Khmer ruins scattered throughout the province.Most notable are the two ruined sanctuaries of Wat Sa Kamphaeng Yai and Noi,dating back to the 10 th century.However, the most famous Khmer site is actually in Cambodia. Khao Phra Wihan was built over 10 centuries ago and is one of the most spectacular Angkor-period sites. Built as a Hindu temple, it begins in Thailand and rises to 600 metres with the main sanctuary in Cambodia. After a long period of war, its wonderful craftsmanship,stairways and courts are now being restored. Thi walk to the summit is long and steep, but visitors are sure to be impressed by the size and complexity of its design.Si Sa Ket has an area of 8,840 square kilometres, comprising the following districts: Muang Si Sa Ket, Kanthararom, Kantharalak, Khun Han, Phrai Bung, Khukhan, Prang Ku, Uthumphon Phisai, Rasi Salai, Yang Chum Noi, Huai Thap Than, Non Khun, Si Rattana, Wang Hin, Bueng Bun, Nam Kliang, Phu Sing, Benchalak, Muang Chan, Pho Si Suwan and Sila Lat.Pha Mo I Daeng Half and Quarter MarathonThis sport event is held on the third Sunday of August between Phumisaron village and Pha Mo I Daeng in Amphoe Kantharalak. Runners like this uphill marathon because it goes through a misty area in the rainy seasonSi Phao Thai Si Sa Ket FestivalThis festival is held every March 15-17 at Somdet Phra Si Nakharin Park when the Lamduan flowers in the park are in full bloom. Shows include cultural performances by 4 tribes, which are Khmer, Suai, Lao, and Yo. There are shops selling handicrafts and a light-and-sound show about the city's construction



from : http://www.tourismthailand.org/destinationguide/list.aspx?provinceid=22

ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2894 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 6 ต.ค. 2549 (11:38)
คนไทยมีถิ่นกำเนิดมาจากแถบทางจีน กว้างตุงบ้างที่อพยพมาทางเรือสำเภาเพื่อมาทำการค้ากับกรุงศรีอยุธยาและได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี้
preeyarak@hotmail.com (IP:125.24.162.55,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 11 ต.ค. 2549 (13:21)
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย คนไทยเป้นเผ่าพันธุ์ผสมไม่ใช่บริสุทธิ์เผ่าพันธุ์เดียเหมือนญี่ปุ่นหรือเกาหลีครับ คนไทยมาจากไหนพูดกันสั้น ๆ คงยาก เพราะเรามีหลายเผ่าพันธุ์ซึ่งก็คือคนไทยทั้งนั้น
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 25 ม.ค. 2550 (16:58)
เกิดเป็นคนไทยจงภูมิใจ จงรักในชาติเรา
ศรา_อีปราส
ร่วมแบ่งปัน928 ครั้ง - ดาว 1 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 19 พ.ค. 2550 (19:39)
[tex]ดีมากเลยคับที่มีการศึกษา[/tex]เรื่องประวัตชนชาติไทยคับผมชอบมาก

อยากไห้มีเรื่องราวหน้าสนไจมาก[tex]ก่วานี้คงดีน่ะบาย[/tex]
สาธิตคับ SAtit_50hotmail.com (IP:125.24.150.12)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 25 พ.ค. 2550 (15:16)
คนไทยไม่ได้มาจากไหน เกิดที่สุวรรณภูมินี่แหละ เพราะความมีน้ำใจของคนไทย พวกอพยพจากที่ต่าง ๆ ก็มาขออยู่ด้วย ผสมกันไปมาโดยการแต่งงาน จนแยกไม่ออกว่า เลือดไทยจริง ๆ มีอยู่เท่าไหร่ แต่เหมารวม ๆว่า ใครที่เกิดในดินแดนนี้คือคนไทย รายล่าสุดที่เป็นข่าวใหญ่โตก็อพยพมาจากรัสเซีย (น้องฟ้า)
TM (IP:124.121.112.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 20 มิ.ย. 2550 (19:33)
กำลังหาประวิติของไทย
พร (IP:203.113.19.214)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 25 ต.ค. 2550 (01:07)
ผมเชื่อในทฤษฎีที่ 1 ครับ สิ่งที่ขุดค้นพบ เช่นกระดูกอาจไม่ใช่ของคนไทย

วัสดุ เครื่องเรือน เครื่องใช้ ก็ไม่ใช่ของคนไทย จะเอามาอ้างว่าคล้าย

หรือเหมือนกับที่คนไทยใช้ไม่ได้ เพราะวัฒนธรรม เรียนรู้กันได้ เลีบนแบบกันได้

เหมือนคนภาคอิสานตอนใต้ มีวัฒนธรรมคล้ายกับเขมร หรือคนภาคใต้มีวัฒนธรรมคล้ายมาเลเซีย ไม่ใช่เรื่องแปลก คำว่าไท คือมีอิสระ เสรี ไม่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของชนชาติอื่น คนไท (ส่วนใหญ่) จึงอพยพจากจีนตอนใต้ ลงมาสร้างบ้านแปงเมืองปกครองตนเอง

และมีหลายแคว้น ทฤษฎีใหม่ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะลบทฤษฎีแรกได้ ครับผม
แมวหง่าว (IP:203.146.63.182)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 14 พ.ย. 2550 (21:13)
คนไทยสมัยเมื่อ 5-6000 ปี ก่อนอาศัยอยู่บริเวณจังหวัดกาญจนบุรีแล้วอพยพขึ้นเหนือไปเร่อยจนถึงบริเวณอาณาจักรน่านเจ้าแล้วถูกรุกรานโดยชาวมองโกลถอยร่นมาเรื่อย ๆตามลำแม่น้ำจนเป็นไทยปัจจุบัน จะเป็นไปได้หรือไม่
แม่เมาะ (IP:222.123.26.31)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 19 ธ.ค. 2550 (16:58)
แนวคิด ของ นพ. ประเวศวะศีถูกหรือเปล่าครับ
1712
ร่วมแบ่งปัน182 ครั้ง - ดาว 520 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 27 ม.ค. 2551 (21:05)
น่าสนใจมากๆครับ
เด็กไอเทค (IP:125.24.173.8)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 28 ม.ค. 2551 (15:58)
ประวัติศาตร์จะบันทึกแต่เรื่องที่น่าตื่นเต้น หรือมีความน่าจดจำ เมื่อใดที่บ้านเมืองเป็นสุขมากๆ จะไม่ค่อยมีอะไรให้บันทึก จึงเหลือแต่เรื่องเล่าที่เรียนว่าตำนาน แต่ตำนานในความหมายของผมคือเละ การชะระประวัติศาตร์เป็นเรื่องที่ต้องทำงานหนักมาก อย่ามักง่าย ถ้าน่านเจ้าแปลว่าอาณาจักรตอนใต้ ก็ตรงกับหนันฉาวของจีน ตกลงไทยกับจีนคือชาติเดียวกัน?



ทางนักประวัติศาตรเขากับลังหาข้อสรุปที่มีเหตุมีผล ก็ปล่อยเขาทำหน้าที่ไป เราชาวไทยก็ต้องรักและหวงแหนวัฒนธรรมไทยไว้ ต่อไปเมื่อโลกเล็กลง พรมแดนจะไม่มีประเทศชาติก็จะไม่มี คงเลือกแต่วัฒนธรรมพื้นถิ่นที่หลากหลาย ดินแดนไหนมีมาก ก็จะเป็นแหล่งศึกษาและท่องเที่ยวที่สำคัญ มีคนเอาเงินมาใช้จ่ายทุกปี แต่ถ้ามีแต่เหล้าบาร์ ดิสโก้ฯลฯเขาหาเอาแถวบ้านเขาก็ได้



การจัดการลองสเตย์ที่ดี จะเริ่มสะสมทัรพยากรทางวัฒนธรรม อันเป็นสมบัติอันลำค่าในอนาคต บ้านใครมีอะไร เริ่มจดเริ่มสะสมได้แล้ว
อัศวินเพลิง (IP:125.25.204.86)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 12 ก.ค. 2551 (21:58)

ที่มักจะลืมพูดกัน ก็คือ...
ต้องเข้าใจกันก่อนนะครับ ว่า ที่เราเรียกว่า ไทย เนี่ย...เป็น ชื่อใหม่ และเป็นชื่อทางวัฒนธรรม ชื่อทางการเมือง
ถ้าเป็นเช่นนี้ คำตอบง่าย ๆ แต่ฟังดูยียวนกำปั้น ทุบดิน แต่ก็จำเป็น คือ "คนไทย" แบบนี้ ก็มาจากตรงนี้ล่ะ ครับ เมื่อเราเพิ่งเปลี่ยนชื่อ มาเป็น ประเทศไทย ...เมื่อสักห้าสิบปีมานี้

แต่ก็เข้าใจว่า ที่ถามเนี่ย หมายถึง ไท ..ไม่มี ย ยักษ์
ถ้าแบบนี้ คงหมายถึง ชนเผ่าไท หรือไต ที่ตอนนี้อยู่ทางใต้ของจีน
แต่นี่ก็เป็น ชื่อเรียกทางวัฒนธรรมเช่นกันครับ เอาเข้าจริง เขาก็ไม่เหมือนกับคนในประเทศไทยของเรา นอกจากเรื่อง ภาษา ...ที่จริงๆ "คล้าย" กับภาษาเหนือและอีสานมากกว่า ภาษาภาคกลางในประเทศไทยด้วยซ้ำ
อย่างที่บอก ยังมีคนที่มีภาษาคล้ายๆ กันอีกอยู่ใน กว่างซี ในจีนภาคใต้เหมือนกัน แต่เขากลับเรียกตัวเอง ว่า จ้วง ไม่ใช่ ไท หรือ ไต...หรือ คน "ลาว" ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง

เพราะฉะนั้น อาจสรปุได้ว่า คนไทยในประเทศไทยในปัจจุบัน มีวัฒนธรรมเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับคนไท -ลาว - จ้วง แต่ก็มีพัฒนาการเฉพาะตัวมาตามกาลเวลา
แต่ไม่ใช่หมายถึง เผ่าพันธ์ หรือชาติพันธ์นะครับ

ส่วน ไทย นั้น ก็เริ่มใช้เรียกพร้อมการเกิดประเทศไทย นั่นเองครับ


ครูคนนึง (IP:202.28.51.71)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 15 ต.ค. 2551 (11:02)
ดีใจที่เกิดในประเทศไทย
5555555 (IP:125.24.129.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 16 ต.ค. 2551 (17:40)
ผมว่าแล้วคนไทยทำมายถึงไม่รู้จัก รักชาติของตัวเอง เวลาเขาบอกไห้ไปฝังมอ็บก็ไปเป็นควายไห้จุงไปตาย บ้านเมืองจะชิหาย ด้วยสมองและปากของ ปชปเป็นเด็กที่โตที่เมืองนอก จึงคอยที่จะตบและสวนกระแส เพื่อที่จะขึ้นเป็นนายกของประเทศที่มีแต่ คนกลัวว่าตัวเองจะตกลง มาเป็นคนชั้นล่าง และจะเสียอำนาดและความนับถึอบูชา นี้แหละประเทศไทยที่นักการเมืองฝ่ายคานและนสพและผู้บอกข่าวทางtv และ นักวิชาการพวกนี้มีนิสัยเป็นผู้หญิงทั้งสินประเทศไทยจะชิหาย เพราะพวกมันไม่รู้จักรักชาติ แม้แต่สภาของชาติ ปล่อยไห้พวกเข้าไปทำความเสียหายแก่บ้านเมือง หากวันนี้มี ผกค ไอ้9แกนนำโดนฆ่าทิ้งไปตั้งแต่มันกอ่มอ็บวันแล้วขอบอก
เอี่ยม ธเนศสกุลวงศ์ ณ. ระยอง (IP:203.113.119.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 16 พ.ย. 2551 (21:43)

เหมือนสมัยเสียกรุงครั้งที่ ๒  อยากเป็นใหญ่แต่ไม่มีปัญญา  ดูถูกรากหญ้า  มองคนต่างจังหวัดเป็นคนโง่


พนม (IP:222.123.57.95)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 16 มิ.ย. 2552 (18:13)
ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มีงานส่งครูแล้วจร้า
bast-2536@hotmail.com (IP:222.123.215.134)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 16 มิ.ย. 2552 (22:56)

ขอบคุณมากคับสำหรับความรู้ที่จัดมาให้


bankza_03
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 22 ก.ค. 2552 (11:50)
ข้อทฤษฎีที่1 ถูกต้องที่สุดเพราะเจ้าจีนสมัยโบราณก็ยังเขียนไว้ว่ามีคนไทเกิดก่อนที่จะมีคนจีนและจากการศึกษาของข้าพเจ้าเกี่ยวกับชนชาติไทก็ต้องเป็นไปตามข้อทฤษฎีที่1ปัจจุบันชนชาติไทที่ไม่ได้ลงมาตามแม่นำ้โขงและสารวินก็ยังอยู่ในประเทศจีนเขาก็ยังไม่ลืมคำพูดภาษาไทเขาพูดการนับเลขเหมือนกับที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ภาาาพูดบางคำก็ใช้คำเดียวกันและความหมายเหมือนกันตั้งแต่จีนตอนใต้ไปจนถึงรัฐอัสสัมของอินเดีย ปกติธรรมชาติของคนจะต้องอยู่ตามแม่น้ำลงไปเลื่อยฯคงไม่ทวนน้ำขึ้นไปและเมื่อวันก่อนดูรายการทีวีเขาไปประเทศจีนและได้ไปพบเจ้าสิบสองปํนนาองค์สุดท้ายที่เป็นคนไทเขาก้พูดภาษาไทเหมือนกับพวกเราแล้วทำไมเราจะคิดไปว่าเราไม่ได้อยู่ที่ประเทศจีนก่อนเราเป็นคนไทยเราต้องรักในชาติตระกูลของเราที่มีความสารถอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ที่ไม่ได้โดนกลืนชาติไปเหมือนชนชาติที่อยู่ในพม่าเราต้องรักกันไว้ไม่ให้ใครมาทำร้ายบ้านเมืองของเราเราอย่าหลงเชื่อคนที่คิดทำร้ายบ้านเมืองเรานะน้องฯ
ดี rawadee2501@snook.com (IP:124.121.61.33)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 22 ก.ค. 2552 (12:06)
กระดูกที่พบในประเทศไทยก็เป็นของคนสมัยอาณาจักรต่างฯที่เกิดขึ้นมาในสุวรรณภูมิเมื่อหลายพันปีมาแล้วไม่รู้กี่อาณาจักรก่อนที่คนไทยจะเคลื่อนที่มาอยู่ประวัติศาสตร์ชาติต่างฯเขาก็เขียนไว้ตรงกันพวกที่เกิดมาที่หลังก็พยายามจะลบออกเสียดายเกิดมาเป็นคนชาติไทเสียเปล่าขนาดคนไทอัสสัมเขายังพูดถึงคนไทยเลยแล้วตัวเองบอกไม่ใช่แปลกเน้จีนนะมันยึดดินแดนของใครแล้วมันก็กลบประวัติของชาตินั้นตอนนี้ก็กำลังทำกับประเทศธิเบธอยู่ไงมันคงอยากจะยึดหมดโลกให้เป็นของมันพวกหุเบาก็เชื่อกันไปเถอะ
tt (IP:124.121.61.33)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 11 ส.ค. 2552 (22:41)

คิดว่าผสมผสานทั้งมาจากจีน ทั้งที่อยู่มาในดินแดนนี้
เดิมเป็นแคว้นไม่เป็นประเทศ จุดแตกต่างคงดูที่นิสัย (สันดาน) ทำอะไรตามใจคือไทยแท้  ดูที่รากเหง้าภาษา เด็กสมัยใหม่ต่อให้ดัดแปลงดัดจริตภาษาให้วิบัติยังงัย เรียนสูงยังงัย หน้าใส ทำงงๆ กับของไทยๆ  กินสตาร์บัคส์ สักกี่แก้ว
ก็ยังใช้กูมึง ด่ากันด้วยถ้อยคำโบราณอยู่ดี หรือใครจะเถียง


pimt@fbbattery.com (IP:202.149.25.201)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 11 ส.ค. 2552 (22:51)
คุณปู่เราคนภาคกลางตัวสูงใหญ่ผิวขาวคล้ายฝรั่ง แต่เป็นคนไทย ย่าเราผิวขาวตาสีน้ำตาล เป็นคนไทย ตาเราคนภาคใต้ ยายคนภาคกลาง แต่คล้ายแขกขาว เพราะยายทวดเป็นแขกอิสลาม ในที่สุดก็เป็นเรา เราเป็นคนไทย ตอนนี้เราแต่งงานกับลูกครึ่งจีนผสมคนทางชายแดนใกล้เขมร ตัวสูงใหญ่จมูกโด่ง ลูกเราออกมาก็ตัวสูงใหญ่ ผิวเข้มแบบคนใต้ แค่นี้ก็ผสมกันวุ่นวายแล้วพี่น้อง
ชวนให้แต่ละคนไปวิเคราะห์บรรพบรุษระดับทวดของตัวเองมาให้ได้สิ สนุกดีนะ บางทีอาจเป็นญาติห่างๆ กับคนที่ทำงานก็ได้นะ
Barbee (IP:202.149.25.201)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 15 ส.ค. 2552 (21:59)

ขอบคุณสำหรับงานนะThank  you verymuch


fun1002009@hotmail.com (IP:118.172.236.173)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 29 ส.ค. 2552 (18:24)

WOW   IT  is  beautiful .


o_o!!! จาบอกทามมัย (IP:222.123.140.69)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 21 ก.ย. 2552 (18:36)

สรุปว่ามาจากไหนกันแน่
คนไทยเริ่มมึน


cherry1996-2539@hotmail.com (IP:118.175.189.159)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 20 มี.ค. 2553 (19:44)
ความเห็นของคุณแม่เมาะผมไม่เห็นด้วยเพราะคนกลุ่มชาติพันธุ์ไท(ย)ส่วนใหญ่น่าจะอพยพมาจากอาณาจักสิบสองปันนาและมณฑลยูนานประเทศจีนมากกว่า
เบน พิษณุโลกพิทยาคม (IP:113.53.29.190)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 14 พ.ค. 2553 (09:19)
ทำไมประวัติเมืองไทยยาวจังค่ะ ประวัติเมืองไทยเป็นภาษาอังกฤษมีไหมค่ะ
อยากได้มาทำงานส่งอาจารย์ค่ะ
mooky_nnn1995@hotmail.com (IP:203.14.52.46)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 18 ต.ค. 2553 (20:36)

ผมว่ากำเนิดคนไทยก็อยู่ตรงบริเวณที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน  ตามที่ศึกษามาอาณาจักรแรกที่ปรากฏบริเวณนี้คืออาณาจักรฟูนันในศตวรรษที่ 5 จากนั้นก็มีอาณาจักรอื่น ๆตามมาอีกหลายอาณาจักร  จนมาถึงอาณาจักรที่คนไทยในปัจจุบันยอมรับว่าเป็นอาณาจักรของคนไทยอาณาจักรแรกคืออาณาจักรสุโขทัยจากนั้นก็ตามมาด้วยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรีและสุดท้ายคือกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน  พวกฝรั่งก็เพิ่งเข้ามาติดต่อกับคนไทยก็ในสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งก็คือหลัง พ.ศ.2000  แต่ตอนนี้คนไทยก็มีลูกครึ่งมากมาย
  แต่ถ้าจะให้สรุปจริง ๆ ถ้าไม่มีตัวอักษรที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชประดิษฐ์เราก็คงไม่ภูมิใจในความเป็นคนไทยของพวกเรามาจนบัดนี้


เจมส์
ร่วมแบ่งปัน35 ครั้ง - ดาว 147 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 9 มี.ค. 2554 (06:07)
ไม่ว่าคนไทย ต้นกำเนิดจะมาจากที่ใด แต่ปัจจุบันเรามารวมตัวกันที่ที่เรียกว่า ดินแดนสยาม เราควรที่จะรวมตัวกันให้แน่นแฟ้น เพื่อรักษาความเป็นไทยเอาไว้ เพื่อดวงวิญญาณ ของบรรพบุรุษไทย ที่ต่อสู้เพื่อเอกราชมาตลอด สิ่งที่เราควรจะรักษาไว้ตอนนี้ คือดินแดนแห่งนี้เท่านั้น จากผู้ที่อยู่ต่างแดน แต่หวงแหนแผ่นดินไทย
ds.209@hotmail.com (IP:79.195.185.174)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 2 เม.ย. 2554 (18:08)
ไทยภาคกลางอยู่ที่นี่ แต่ไทยภาคเหนือ อีสาน ค่อยเคลื่อนลงมาจากจีนตอนใต้ แต่ยังมีคนที่พูดคล้ายคนล้านนา ล้านช้าง (เหนือ อีสาน) อยู่ที่จีน
พงศ์ (IP:110.164.71.94)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 6 เม.ย. 2554 (21:47)
คนไทยแต่ก่อนเป็นคนเขมรโดนบังคับให้พูดภาษาไทย
ไทย (IP:182.52.30.184)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 6 เม.ย. 2554 (21:53)
ประวัติศาสตร์ไทยแต่ก่อนประเทศไทยเป็นประเทศเขมรกุบไล่ข่านยกกองทัพมาตีเขมรพ่อขุนรามคำแหงได้ขบฏต่อเขมรแล้วยึดอำนาจแล้วสร้างภาษาใหม่ขึ้นมาให้คนเขมรที่อยู่เมืองไทยพูดภาษาไทยคนเขมรก็เลยกลายเป็นคนไทยแท้ปัจจุบันนี้ คนไทยแท้กินข้าวเหนียว คนเขมรกินข้าวเจ้า ท่านโปรดไปดูวัฒธรรมไทยกับเขมรเหมือนกันเลย
ไทย (IP:182.52.30.184)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 6 เม.ย. 2554 (22:04)
ผมพูดได้เลยว่าคนไทยท่กินข้าวเจ้าภาคกลางไม่ใช่คนไทยหรอก เป็นคนเขมรมากกว่าตอนที่กุบไล่ข่านมาตีเขมรแตกพ่อขุนรามคำแหงตั้งเมืองเป็นอสระปกครองที่สุโขทัยคนเขมรก็อยู่มากมายเต็มบ้านเต็มเมืองอยู่เต็มภาคกลางไม่ได้ไปไหนหรอก แต่โดนบังคับให้อ่านเขียนภาษาไห่ม่ คือภาษาไทยแล้วคนเขมรก็เลยกลายเป็นไทยแท้ เรื่องจริงเป็นอย่างนี้แหละความจริง
WMP (IP:182.52.30.184)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 9 เม.ย. 2554 (23:50)

คนไทย มีความหมายว่า อิสระ ไม่เป็นทาสใคร แต่ปัจจุบัน ทำตัวเป็นทาสคนอื่นจัง ทาสความคิด ทาสน้ำเงิน 


 จงอยู่กินอย่างไทย ใช้ของไทย นำหลักเศรษกิจพอเพียงของ ในหลวงท่านมาใช้ ใช้ให้ถูกต้อง เป็นพ่อค้า ก็พอเพียงแบบพ่อค้า ข้าราชการก็พอเพียงแบบข้าราชการ แล้วประเทศจะไม่ล่มจม การศึกษาอดีต เขาศึกษาว่า ในอดีตชาติพันธุ์ต่าง ล่มสลายหรือเจริญเพราะเหตุใดแล้วนำมาแก้ไขปรับปรุง เพื่อความเจริญยิ่งๆขึ้นไปของแต่ละชาติ  ถ้าผิดแล้วไม่แก้ไข สุดท้ายรุ่นลูกรุ่นหลานก็ต้องมาเถียงกันว่า คนไทยเคยอยู่ที่นี่หรือเปล่า เพราะชาติล่มสลายอีกแล้วครับท่าน


lookplanoi
ร่วมแบ่งปัน17 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 26 เม.ย. 2554 (16:35)
ประเทศเขมรก็โดนกุบไลข่านตีเหมือนกัน ประวัติศาสตร์ไทยก็ไม่กล้าเปิดเผยความจริง ประเทศไทยเกิดได้เพราะกุบไลข่าน
sapachaidee@hotmail.com (IP:125.26.114.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 27 เม.ย. 2554 (11:42)
ประเทศไทยควรสร้างอนุสาวรีย์ให้ท่านกุบไล่ข่านนะ เพราะท่านได้ยกกองทัพไปตีเขมรแตก เราคนเขมรเลยได้เป็นไทยแท้วันนี้
สมรัก (IP:180.180.164.150)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 27 เม.ย. 2554 (11:48)
ถ้านับว่าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์พ่อขุนรามคำแหงเป็นไทยแท้ ผมสืบประวัติมาแล้วพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นชาวอ.นครไทย พิษณุโลกเป็นคนลาว พ่อขุนรามคำแหงได้นำเอาภาษาลาวผสมเขมร บาลี สนสฤต มาผสมกันแล้วเป็นภาษาไทยโดยเอาอักษรเขมรมาแปลงเป็นภาษาไทย ให้คนเขมรที่อยู่ประเทศไทยขณะนี้พูดจนลืมชาติลืมภาษาตัวเองหมดแล้วกลายเป็นไทยแท้หมด
สมรัก (IP:180.180.164.150)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 27 เม.ย. 2554 (11:52)
พวกไทยแท้คือพวกลาวพวน ลาวโซ่ง ลาวภาคเหนือ พวกนี้คือไทยแท้ พวกนี้เขมรไว้ใจให้ปกครองที่สุโขทัยพอกุบไลข่านตีเขมรกบฏต่อเขมรทันที พวกคนเขมรที่อยู่เมืองไทยก็เลยกลายเป็นคนไทยแท้หมด
สมรัก (IP:180.180.164.150)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 1 พ.ค. 2554 (09:11)
อยากให้รัฐบาลไทยสรางอนุสาวรีย์ให้กุบไลข่านและลูกของท่านให้คนไทยเคารพสักการะบูชา แสดงถึงคนไม่เนรคุณ
สมรัก (IP:182.52.30.217)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 17 พ.ค. 2554 (11:07)

ผมเห็นด้วย กับความเห็นที่ 47 ของคุณเจมส์
(ผมว่ากำเนิดคนไทยก็อยู่ตรงบริเวณที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน 
ตามที่ศึกษามาอาณาจักรแรกที่ปรากฏบริเวณนี้คืออาณาจักรฟูนันในศตวรรษที่ 5
จากนั้นก็มีอาณาจักรอื่น ๆตามมาอีกหลายอาณาจักร 
จนมาถึงอาณาจักรที่คนไทยในปัจจุบันยอมรับว่าเป็นอาณาจักรของคนไทยอาณาจักร
แรกคืออาณาจักรสุโขทัยจากนั้นก็ตามมาด้วยกรุงศรีอยุธยา
กรุงธนบุรีและสุดท้ายคือกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน 
พวกฝรั่งก็เพิ่งเข้ามาติดต่อกับคนไทยก็ในสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งก็คือหลัง
พ.ศ.2000  แต่ตอนนี้คนไทยก็มีลูกครึ่งมากมาย
  แต่ถ้าจะให้สรุปจริง ๆ ถ้าไม่มีตัวอักษรที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชประดิษฐ์เราก็คงไม่ภูมิใจในความเป็นคนไทยของพวกเรามาจนบัดนี้ )
เจมส์


คนไทยเรียกตนเองว่า ไท โดยได้เค้าเดิม มาจาก เมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัย ซึ่งเป็นอาณาจักรแรกของชาวเมืองสุโขทัย และส่วนบางพวกที่อพยพมานั้น ก็มาสมทบภายหลัง เมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัยนั้น เป็นเมืองแฝด มีกษัตริย์องค์แรก คือ พ่อขุนศรีนาวนำถุม มีพระโอรส ชื่อ พ่อขุนผาเมือง ต่อมาเกิดสงครามแย่งเมืองกันขึ้น เมืองสุโขทัย จึงตกอยู่ในปกครองของ ขอมสบาดโขลญลำพง ต่อมา พ่อขุนผาเมือง ได้ชักชวน พระสหาย คือพ่อขุนบางกลางหาว ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่เขย เข้าตีเมืองสุโขทัย ขับไล่ขอมสบาดโขลญลำพง ออกไปได้สำเร็จ แล้วจึงยกเมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัย ให้พ่อขุนบางกลางหาว ปกครอง แต่พ่อขุนบางกลางหาว ไม่รับด้วยเห็นว่า พ่อขุนผาเมือง เข้าตีเมืองได้ก็ควรจะได้ปกครอง แต่พ่อขุนผาเมือง เป็นราชบุตรเขย ของขอม ซึ่งได้ปกครองเมือง พระนคร หรือ เมืองศรีโสธรปุระ
มีพระอิสริยยศว่า "กมรเต็งอันศรีอินทรบดินทราทิตย์" จึงขอร้องให้พ่อขุนบางกลางหาว ปกครองเมืองสุโขทัย โดย
ใช้ชื่อ "กมรเต็งอันศรีอินทรบดินทราทิตย์" แต่พ่อขุนบางกลางหาว ตัดให้เหลือสั้นๆ ว่า "ศรีอินทราทิตย์" จึงได้ชื่อว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เป็นกษัตริย์ ปกครองกรุงสุโขทัย ตั้งแต่นั้นมา จนถึงรัชสมัยของ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
 ปกครองกรุงสุโขทัย ได้ขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวางมาก จึงขนานนามเมืองใหม่ว่า "อาณาจักรสุโขทัย"
ตั้งแต่นั้นมา จึงกลายเป็นที่มาของ "คนไท" (แค่นี้ก่อนนะครับ ถ้ามีเวลา จะมาเล่าเรือง อาณาจักรสุโขทัยต่อ )


 


T.พรสรวง
ร่วมแบ่งปัน131 ครั้ง - ดาว 52 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 7 มิ.ย. 2554 (12:28)
แล้วใครเป็นคนวาดแผ่นที่บนโลกนี้ ละ
ว่านี้ พม่า นี้ ไทย นี่ ลาว
5555++++ภูมิใจมากแนาะ 55++
kaikrabi@hotmail.com (IP:118.173.55.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 16 ส.ค. 2554 (17:47)

ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี กำลังแรงครับ


ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2894 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 1 ก.ค. 2555 (09:56)

ไทยเป็นขี้ข้าเขมรมาก่อน จงลำลึกสติไว้ เราไปแย่งดินแดนลาว เขมร แล้วตั้งประเทศไทยโดยใช้ภาษาเป็นตัวกลางในการกลืนอำนาจ ประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะ คนไทยอายที่จะบอกเขาว่าเราเป็นขี้ข้าเขมรมาก่อน และมีประวัติศาสตร์ไทยอีกหลายเรื่องที่ยังปกปิดอยู่ ต้องศึกษาประวัติศาสตร์ฝร่งเพราะขาไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรา


lamyai96@hotmail.com (IP:223.206.174.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 2 ก.ค. 2555 (05:39)

ไทยเป็นขี้ข้าเขมรมาก่อน ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาไหนครับ ปี พ.ศ. อะไรครับ กรุณาอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ด้วยครับ คุณ lamyai96@hotmail.com ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยครับ ฟังดูเหมือนคุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้
เราไปแย่งดินแดนลาว เขมร แล้วตั้งประเทศไทยโดยใช้ภาษาเป็นตัวกลางในการกลืนอำนาจ
ตอนที่ไปแย่งมาแล้วตั้งดินแดนนั้น ใครเป็นคนไปแย่งครับ และแย่งตั้งแต่ปีไหนครับ ช่วยกรุณาบอกช่วงเวลาด้วย เป็นวิทยาทานครับ
และใช้ภาษาเป็นตัวกลางในการกลืนอำนาจอย่างไรครับ ไม่เข้าใจ เพราะเห็นว่าเราก็ใช้ภาษาของเรา เขาก็ใช้ภาษาของเขา


ต้องศึกษาประวัติศาสตร์ฝรั่งเพราะขาไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรา
สัญญาต่างๆที่เราทำกับฝรั่ง อะไรบ้างครับที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย รบกวนช่วยกรุณาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ สิทธิสภาพนอกอาณาเขต (extraterritoriality หรือ extraterritorial right) คือ สิทธิพิเศษที่จะใช้กฎหมายของประเทศหนึ่งบังคับแก่บุคคลที่เป็นพลเมืองของตน ที่ไปอยู่ในดินแดนของอีกประเทศหนึ่ง ให้ฟังหน่อยครับว่าเราเคยมีการสูญเสียสิทธิให้พวกฝรั่งบ้างไหมครับ


ขอขอบคุณในความคิดเห็นของคุณที่ทำให้ประเทศไทยของเราเข้มแข็งขึ้นครับ (พูดแบบรับประทานดัน จะฟังรู้ไหมหนอ)


ผมอาจมีความเห็นที่แตกต่างจากความคิดของท่าน กรุณาลองเข้ามาฟังความคิดเห็นของผมจากกระทู้ต่างๆข้างล่างนี้ครับ
ที่นี่เมืองไทย ที่หลายคนยังไม่รู้จัก (<<< คลิก)
ภาษาไทยของฉัน ร่วมมือกันจรรโลง (<<< คลิก)
เคล็ดลับการพูดภาษาอีสานแบบฟิสิกส์ควันตัม (<<< คลิก)


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6417 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 6 ก.ค. 2555 (01:34)
ตามความเห็นของเรานะ เราอาจจะคิดไม่เหมือนคนอื่น คำถามที่ว่าคนไทยมาจากไหนเป็นคำถามที่ไม่ควรถามเพื่อหาคำตอบหรือหาข้อยุติเป็นอย่างยิ่ง จริงๆแล้วเราทำได้แค่แสดงความคิดเห็นของตนเองเท่านั้น เพราะว่าในสมัยก่อนคนจะอยู่รวมกันเป็นเผ่าเร่ร่อน ซึ่งจะมีการย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ ถ้าที่ดินตรงไหนอุดมสมบูรณ์ก็จะย้ายไปตรงนั้น ถ้าที่ไหนแห้งแล้งก็จะอพยพไปหาที่ดินผืนใหม่ต่อไป เพราะฉะนั้นก็จะมีการย้ายที่อยู่กันไปมาจนมั่วไปหมดในสมัยนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะหาต้นตอว่าเผ่าแต่ละเผ่าที่อพยพย้ายถิ่นฐานมายังดินแดนแห่งนี้เป็นใครมาจากไหนกันบ้าง สำหรับการที่นักประวัติศาสตร์ตั้งทฤษฎีต่างๆขึ้นมา นั่นก็เป็นเพียงการแสดงทรรศนะของเขาต่อหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เขาได้ทำการศึกษากันเท่านั้น ส่วนการที่จะบอกว่าให้รำลึกสติไว้ว่าไทยเป็นขี้ข้าเขมรมาก่อน เราคิดว่าเป็นประโยคที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยถ้าจะกล่าวออกมา ถึงแม้ว่าตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เราได้เรียนกันกล่าวไว้ว่าเขมรเคยเรืองอำนาจแถบนี้มาก่อน แต่ก็มีคนเพียงคนจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่เคยอยู่ใต้การปกครองของเขา ซึ่งลูกหลานของคนในสมัยนั้นก็ไม่แน่ว่าอาจจะไม่หลงเหลืออยู่ในสมัยนี้แล้ว เพราะฉะนั้นมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะเอาประโยคนั้นมากล่าวในยุคสมัยนี้ ที่ในประเทศไทยเต็มไปด้วยคนหลากหลายเชื้อชาติเช่นปัจจุบัน บรรพบุรุษของเราอพยพมาจากซัวเถา แต่เราก็รักประเทศไปไทยนะ เราไม่รู้สึกอินไปกับประโยคนั้นแม้แต่นิดเดียว เราก็ไม่รู้ว่าจะรำลึกว่าไทยเคยเป็นขี้ข้าเขมรแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา มีแต่จะทำให้เกิดความขัดแย้งกันเท่านั้น ส่วนที่บอกว่าประวัติศาสตร์ไทยยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังถูกปกปิด เราคิดว่าคนในปัจจุบันไม่มีใครตอบได้หรอกว่าข้อมูลที่เรารู้กันในตอนนี้ความจริงเป็นอย่างไร เพราะทั้งหมดมีแต่การจดบันทึก ไม่มีภาพถ่าย หรือวีดีโอ สุดท้ายเราก็ฟันธงไม่ได้ในรายละเอียดปลีกย่อย หรือประวัติศาสตร์อีกหลายๆเรื่อง ว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนเท็จ นอกเสียจากเราจะเห็นมันผ่านตาเราเอง ซึ่งเวลาก็ผ่านมาแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะย้อนเวลากลับไปในเหตุการณ์เหล่านั้นเพื่อค้นหาความจริง
หยก (IP:101.109.185.160)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 6 ก.ค. 2555 (07:29)

เห็นด้วยกับคุณหยกครับ มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปตั้งคำถามให้เกิดการแบ่งแยก แตกความสามัคคี ทุกวันนี้การศึกษาของเราทำให้ใครๆหลงทาง จริงๆแล้วศาสตร์ต่างๆที่เราสร้างหรือรวบรวมไว้ก็เพื่อช่วยให้เข้าใจธรรมชาติและมนุษยชาติ และเพียงเพื่อให้เกิดการดำรงอยู่อย่างเป็นปกติสุขของมวลมนุษยชาติ(และสรรพสัตว์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเรา) การศึกษาที่แท้จริงควรเป็นไปในทางที่ทำให้มนุษย์:


1. สามารถเรียนรู้ได้
2. รู้จักวิธีที่จะดำรงตนอยู่
3. เรียนรู้ที่จะทำหรือจัดการชีวิตได้อย่างถูกต้อง และที่สำคัญที่สุดคือ
4. เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข ตามอัตภาพ (ที่มีความต่างของ ความยากจน ร่ำรวย หญิง ชาย พิการ เชื้อชาติ ความเชื่อ ฯลฯ ก็สามารถเป็นสุขได้)


และเนื่องจากมนุษย์มีความถนัดที่แตกต่างกันถึง 8 อย่าง จึงจำเป็นต้องมีศาสตร์ต่างๆที่เป็นไปตามความสามารถของมนุษย์ที่จะตอบสนองให้เป็นไปตามปรัชญาการศึกษาทั้ง 4 ข้อนั้น


ประวัติศาสตร์เป็นเพียงศาสตร์ที่รวบรวมเรื่องราวจากความจริง หรือจากการคาดเดาให้ใกล้ความจริงที่สุดตามหลักฐานที่ค้นพบ เพื่อศึกษาที่มาของมนุษย์ในอันที่จะเป็นบทเรียนเพื่อให้มนุษยือยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข


คำถามของกระทู้ "ชนชาติไทยมาจากไหน" ก็ไม่ใช่สิ่งแล้วร้าย เป็นเพียงแนวทางที่จะค้นคว้าหาหลักฐานที่จะทำให้เราเข้าใจพื้นฐานของคนไทย เข้าใจวิธีคิด เข้าใจวิวัฒนาการของศิลปะและวัฒนธรรม-ประเพณี ซึ่งเกิดจากการผสมผสานของวัฒนธรรมจากต่างถิ่น เมื่อมีการอพยพย้ายถิ่นฐาน ซึ่งอาจเกิดจากภัยพิบัติ หรือ สงคราม หรือ ความเชื่อทางศาสนา กาศึกษาหาความจริงไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่การมีความคิดในแง่ลบต่างหากที่จะทำให้เราหลงประเด็นมองเห็นแต่ความขัดแย้ง และนำไปสู่ความไม่เป็นปกติสุขของสังคม


ท่านอื่นอาจเห็นต่างจากความเห็นของผมได้ครับ แต่ท้ายที่สุดแล้วจุดหลักคือความสงบสุขของมวลมนุษยชาติครับ


แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน6417 ครั้ง - ดาว 451 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 20 ก.ย. 2555 (15:28)
แล้วไม้บอกชื่อผู้เขียน
ชิ (IP:182.53.170.151)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 26 มี.ค. 2556 (16:44)
คนไทยมาจากไหน? มาจากโคตรพ่อโคตรแม่ของคนไทยทั้งนั้น เป็นเชื้อชาติผสมทั้งคนโบราณสมัยหิน และคนรุ่นหลังที่อพยพมารวมกัน สสารไม่สูญหายฉันใด โคตรเหง้าศักราชยอมไม่มีวันสูญหายเช่นกัน มนุษย์ยุคหินยังคงสายเลือดอยู่ในคนไทยยุคนี้เสมอมา ไม่ได้หายไปไหน คนทางเหนือไหลลงมาก็มีคนดั้งเดิมที่อยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนก็มี คนทางใต้ไหลย้อนขึ้นมาก็มี สังเกตุได้จาก ผิวสีของคนไทย มีทั้งผิวดำแดงพวกโพลิเนเชี่ยน ขาวเหลืองพวกธิเบเตียน ผสมกันเป็นเผ่าที่มีพี่น้องผิวสีต่างๆกันไป
พี่คนโตผิวดำแดง น้องคนเล็กผิวขาวเหลือง บางคนตาชั้นเดียว บางคนตาสองชั้น ในกลุ่มพี่น้องท้องเดียวกัน ไม่ได้แปลว่าแม่มีชู้ดอกนะ(ไอ้โง่) นั่นมันหมายความว่าพ่อก็มาจากเผ่าพันธุ์หนึ่งแม่มาจากเผ่าพันธุ์หนึ่งต่างหากเล่า เมื่อผสมตามทฤษฎีเมนเดล
ทำให้มีความต่างในสายพันธุ์เช่นนั้น ไม่มีอะไรสำแปลกดอก ที่น่าแปลกก้คือภาษาที่พูดอยู่เวลานี้ต่างหากเล่า มันกลายเป็นว่าคนไทยมีสำเนียงแตกต่างกัน อยู่สองพวกใหญ่ๆ นั่นคือภาษาไทยกลางกับภาษาไทยเหนือ(ไทยอีสานด้วย) ไทยเหนือกับไทยอีสานพูสำเนียงทำนองเดียวกัน ไทยกลางกับไทยใต้พูดภาษาทำนองเดียวกัน อาจแตกต่างในสำเนียงปลีกย่อยไปบ้างแต่โทนสำเนียงส่วนใหญ่ไปทางเดียวกัน ตรงนี้คือความต่างที่แปลกอีหลีว้อย ที่ร้ายไปอีกคือคนไทยสุพรรณบุรีเสียงเหน่อเหมือนคนลาวหลวงพระบาง ทั้งๆที่พูดแตกสำเนียง ลาวกับสำเนียงไทยกลาง แบบตรงกันข้ามนี่คือสิ่งที่ข้าไม่รู้ว่ามากันทางไหนและเผ่าพันธุ์ใดนำสำเนียงอย่างนี้มาใช้ จนแพร่หลายในบ้านนี้เมืองนี้ และนี่คือการแยกคนไทยภาคกลางในอดีตออกจากคนเหนือและอีสาน คนภาคกลางมักจะกล่าวหาว่าคนเหนือและอีสานเป็นลาวพุงขาวกับลาวพุงดำ ทั้งๆที่ล้วนเป็นคนไทยแท้ๆทั้งนั้น
ปัจจุบันนี้การศึกษาทำให้คนไทยรุ่นใหม่รู้แล้วว่าคนไทยแท้ๆนั้นเป็นเช่นใด สิ่งที่จะต้องทำต่อไปก็คือจะต้องสลายชาติพันธุ์ มาเลย์จังหวัดภาคใต้ให้สาปสูญไปให้ได้ ให้คนพวกนั้นละลายกลายเป้นคนไทยด้วยกัน ทั้งหมดทั้งสิ้นหมดความกินแหนงแคลงใจต่อกัน ไม่มีรัฐปัตตานนีแต่อย่างใด แต่ที่มันมีเช่นนี้ก็เพราะ คนทางมาเลย์มันคอยยุยงให้คนใต้เอาใจออกห่างจากชาติไทยนั่นเอง ไม่ใช่อุดมการณ์ชาติพันธุ์อันใดดอก มาเลย์มันอยากได้ดินแดนไทยเพิ่มเข้าไปอีกเพราะมันต้องการนำมันและกาซในอ่าวไทยนั่นเอง สังเกตุได้ว่า เวลาจะต่อท่อกาซที่ใด คนใต้จะโวยวายว่ากระทบสิ่งแวดล้อม แต่ทางกลับกันท่อที่ต่อเข้าไปในมาเลเซียไม่มีเสียงโวยวายใดๆทั้งสิ้น ถ้าจะกระทบมันต้องกระทบไปหมดไม่เลือกประเทศใดๆ นั่นคือต้นเหตุของสงครามโจรใต้
MEO-ZILLA@HOTMAIL.CO.TH (IP:115.67.37.75)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 2 ส.ค. 2556 (14:07)
ผมขอออกตัวก่อนเลยครับ จะได้ไม่มีใครต่อว่าผม หรือจะพยายามเปลี่ยน ความคิดผม ผมอ่านๆมาหลายๆเวบ และรวบรวม จนสรุปเอาเอง ไม่เกี่ยวกับใคร และไม่มีเจตณาแบ่งแยก ชาติพันธุ์ ใครอยากจะเป็นรัยก็เป็น ไม่เห็นต้องร้อนรน ดูอย่าง สหรัฐอเมริกา เขาก็ยอมรับ ว่ามีเชื้อสาย อื่นๆ ก็ไม่เห็น เค้าจะต้อง รู้ศึก ดูถูกตัวเอง ว่าด้อย หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมว่าฟัง แล้วเชื่อ หรือไม่ ก็อยู่ที่ ดุลพินิจ คำว่าคนไท ในความหมายผม คือ มีนิสัย ใจคอ โอบอ้อมอารี ไม่ชอบทำสงคราม แต่ถ้ถูกผู้รุกราน ก็จำยอมสู้ ไม่ถนัดค้าขาย ทำนามาตั้ งแต่บรรพบุรุษ
นิยมต้มเหล้ากิน มีเสือผ้าเครื่องนุ่งห่ม สีเข้มเกิดจากการย้อมสีธรรมชาติ ทอผ้าเก่ง มีลวดลายเอกลักษณ์ตามวิถี ใช้ กลองมโหรทึก มีฆ้องตี นับถือผีมาก่อน
มียุ้งเก็บข้าว มีพิธีกรรม เกี่ยวกับข้าว กินข้าวโดยใช้มือ กับข้าวหาได้จาก ธรรมชาติง่ายๆ ลักษณะของรูปร่าง หน้าตาโดยรวม สีผิวเหลือง ผมตรง แต่ไม่หยิกมาก ตาไม่ตี่ เพราะไม่ไช่จีน คนที่พูดเหน็บ ว่าได้อยากเป็นจีน ผมว่าไม่เกี่ยวเลยครับ คนนั้น ชาตินิยมขวาจัดไป บ้านปลูกเรือนเสาสูง มีการเลี้ยงสัตว์ไต้ถุนบ้าน มีนอกชานบ้าน เครื่องใช้จักรสาน จากไม้ไผ่มีฝีมือสูง ภาษาพูด เป็นภาษาที่ม วรรณยุกต์เสียนสผูงต่ำ เจ้าบทเจ้ากลอน เพลงน่าจะมาจากกลอน มีการขับร้อง
การอพยพ มีการเกิดขึ้นจริง แต่ไม่ได้มาทีเดียว ซึ่งค่อยเคลื่อนย้าย ลงมาเลื่อยๆ ตามแม่น้ำสายใหญ่ เพราะคนไท อาศัยลำน้ำ เป็นที่หาปลา และเหลือเก็บ หลัง ฤดูน้ำหลาก ผมคิดว่าคนไท ไม่อพยพ ย้อนขึ้นเหนือ ไปมากนัก หลังจาก กาลเวลา หลายร้อยปี ทำให้คนไทขยาย ผสมผสาน เป็น สยาม เป็น ลาว เป็น ฉาน เป็นพวน เป็นไทยดำ และกลุ่มอื่นๆ ที่มีวิถีชีวิต คล้ายกัน ทั้งหมดทั้งมวน ลองเปรียบเทียบดู บรรพบุรุษคุณ เป็นแบบนี้ใหม ถ้าไม่ไช่ ก็อย่า ซีเรียส คุณก็เป็นคนไทยอยู่ดี เพราะคนไทย นิสัยไม่คิดมาก นะครับ
คนไทพวน (IP:49.231.118.18)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม