วิชาการดอทคอม ptt logo

ความหมายของโครงงานวิทย์

โพสต์เมื่อ: 20:21 วันที่ 16 พ.ค. 2550         ชมแล้ว: 130,136 ตอบแล้ว: 56
วิชาการ >> กระทู้ >> ครูอาจารย์
ใครรู้บอกทีนะ


tityty@htomail.com(124.157.206.79)





จำนวน 45 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 17 พ.ค. 2550 (15:32)
คัดลอกจาก http://www.bmaeducation.in.th/content_view.aspx?con=426





...........................................................................................................



โครงงานวิทยาศาสตร์



- ดร.ธีระชัย ปูรณโชติ



โครงงานวิทยาศาสตร์

การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เบื้องต้น



1. ความหมายของกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์

กิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ คือ กิจกรรมสำหรับนักเรียนในการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งด้วยตนเอง โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ภายใต้คำแนะนำปรึกษาของครูหรือผู้เชี่ยวชาญ กิจกรรมนี้อาจทำเป็นกลุ่มหรือรายบุคคลก็ได้ และจะกระทำในเวลาเรียนหรือนอกเวลาเรียนก็ได้ โดยไม่จำกัดสถานที่ เช่น อาจทำนอกห้องเรียน ในห้องปฏิบัติการ หรือนอกโรงเรียน แม้กระทั่งที่บ้านของนักเรียนก็ได้

กิจกรรมการทำโครงงานวิทยาศาสตร์นี้เรียกได้ว่า เป็นการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เบื้องต้นสำหรับนักเรียน



2. หลักการของกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์

2.1 เน้นการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง โดยนักเรียนจะเป็นผู้ริเริ่มวางแผน และดำเนินการศึกษาด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นเพียงผู้ชี้แนะแนวทางและให้คำปรึกษา

2.2 เน้นกระบวนการแสวงหาความรู้โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยเริ่มจากการกำหนดปัญหา เลือกหัวข้อที่ตนสนใจจะศึกษา วางแผนการศึกษาค้นคว้า ดำเนินการรวบรวมข้อมูล ทำการทดลอง และสรุปผลการศึกษาค้นคว้า

2.3 เน้นการคิดเป็น ทำเป็น และการแก้ปัญหาเป็นด้วยตนเอง



3. ความสำคัญและคุณค่าของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์

จุดมุ่งหมายระหว่างการเรียนวิทยาศาสตร์ทีกำหนดไว้ในหลักสูตรนั้น นอกจากจะต้องการให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระของวิชาวิทยาศาสตร์แล้ว ยังต้องการให้นักเรียนมีทักษะในการศึกษาค้นคว้า มีความสนใจวิทยาศาสตร์ มีเจตคติและค่านิยมทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย เช่น มีความใฝ่รู้ ซื่อสัตย์ มีเหตุผล มีใจเป็นกลาง มีความเพียรพยายาม มีความละเอียดรอบคอบก่อนตัดสินใจ เป็นต้น

แต่การเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เพียงในชั้นเรียนตามเวลาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรเท่านั้น ไม่อาจช่วยให้จุดมุ่งหมายดังกล่าวสัมฤทธิ์ผลโดยสมบูรณ์ได้ ทั้งนี้เพราะครูจำเป็นจะต้องสอนเนื้อหาต่าง ๆ ในหลักสูตรให้ครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด นักเรียนจึงไม่ค่อยมีโอกาสมีประสบการณ์ตรงในการใช้ วิธีการทางวิทยาศาสตร์อย่างครบถ้วนทุกขั้นตอนในกระบวนการเรียนรู้

การให้นักเรียนกระทำกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ จะช่วยส่งเสริมให้จุดมุ่งหมายของหลักสูตรสัมฤทธิ์ผลโดยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะในการทำโครงงาน นักเรียนจะได้มีโอกาสดำเนินการศึกษา จะศึกษาเอง การวางแผนการศึกษาเพื่อตอบปัญหานั้น ๆ ด้วยตนเอง ออกแบบการทดลองหรือวิธีการศึกษาด้วยตนเอง ลงมือทดลองเพื่อตรวจสอบสมมุติฐาน ตลอดจนสรุปผลของการศึกษาด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นเพียงผู้ให้คำปรึกษาและชี้แนะ สรุปได้ว่านักเรียนจะมีโอกาสได้รับประสบการณ์ตรงในกระบวนการเสาะแสวงหาความรู้ทุกขั้นตอน มีโอกาสได้ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ และจะช่วยพัฒนาคุณสมบัติอื่น ๆ ให้แก่นักเรียนด้วย เช่น ความเป็นคนช่างสังเกต มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีวินัยและซื่อสัตย์ในการทำงาน มีความละเอียดรอบคอบ มีความรับผิดชอบ ยอมรังฟังคำติชมและความคิดเห็นของผู้อื่น มีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ รู้จักแบ่งเวลาในการทำงานและการกระทำกิจกรรมอื่น ๆ และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เป็นต้น



4. ประเภทต่าง ๆ ของโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิทยาศาสตร์ อาจแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ

4.1 โครงงานประเภทการสำรวจ

4.2 โครงงานประเภทการทดลอง

4.3 โครงการประเภทการพัฒนาหรือการประดิษฐ์

4.4 โครงงานประเภทการสร้างทฤษฎีหรือการอธิบาย



4.1 โครงงานประเภทการสำรวจ เป็นการศึกษารวบรวมปัญหาจากธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม เพื่อศึกษาหาความรู้ที่มีอยู่หรืออยู่ในธรรมชาติ โดยใช้วิธีสำรวจและรวบรวมข้อมูล แล้วนำข้อมูลที่ได้มาจัดกระทำให้เป็นระบบระเบียบและสื่อความหมาย แล้วนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตาราง กราฟ แผนภูมิ และคำอธิบายประกอบ

การทำโครงงานประเภทนี้ ไม่มีการจัดหรือกำหนดตัวแปรหรือควบคุมตัวแปร อาจกระทำในลักษณะใดลักษณะหนึ่งต่อไปนี้

1) การเก็บรวบรวมข้อมูลในสนามหรือในธรรมชาติได้ทันทัน โดยไม่ต้องนำวัสดุตัวอย่างมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ตัวอย่างเช่น “การศึกษาพฤติกรรมของสัตว์บางชนิดในธรรมชาติ” “การศึกษามลพิษในสิ่งแวดล้อม” “การศึกษาการเจริญเติบโตของตัวอ่อนของสัตว์บางชนิด” เป็นต้น

2) การเก็บรวบรวมวัสดุตัวอย่างมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เช่น โครงงานเรื่อง “การศึกษาปริมาณของอะฟลาทอกซินในถั่งลิสงป่นตามร้านอาหารต่าง ๆ ในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง” “การสำรวจหมู่เลือดของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง” เป็นต้น

3) จำลองธรรมชาติขึ้นในห้องปฏิบัติการ แล้วสังเกตและศึกษารวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เช่น โครงงานเรื่อง การเลี้ยงผึ้ง ด้วยการนำผึ้งมาเลี้ยงแล้วทำการศึกษารวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการดำรงชีวิตของผึ้ง

4.2 โครงงานประเภทการทดลอง เป็นการศึกษาหาคำตอบของปัญหาใดปัญหาหนึ่ง โดยการออกแบบการทดลอง และดำเนินการทดลอง ลักษณะสำคัญของโครงการประเภทนี้คือ มีการออกแบบทดลอง เพื่อศึกษาผลของตัวแปรที่มีต่อตัวแปรอีกตัวหนึ่งที่ต้องการศึกษา โดยควบคุมตัวแปรอื่น ๆ ที่อาจมีผลต่อตัวแปรที่ต้องการศึกษาไว้ ตัวอย่างของโครงงานประเภทนี้ ได้แก่

- การศึกษาอิทธิพลของแสงสีต่าง ๆ ที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืชบางชนิด

- การศึกษาการเจริญเติบโตของพืชในสนามแม่เหล็ก

- การศึกษาอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชายในสัตว์ตัวเมีย

- การทดลองใช้ผักตบชวาในการกำจัดน้ำเสีย

4.3 โครงงานประเภทการพัฒนาหรือการประดิษฐ์ เป็นการพัฒนาหรือประดิษฐ์ หรือการสร้างอุปกรณ์ หรือเครื่องมือเครื่องใช้เพื่อประโยชน์ใช้สอย โดยการประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการ ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการพัฒนาหรือการประดิษฐ์ดังกล่าว อาจะเป็นการประดิษฐ์สิ่งใหม่ หรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพขึ้นก็ได้ หรืออาจเป็นการเสนอแบบจำลองทางความคิดเพื่อแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่งก็ได้ เช่น

- โครงงานเรื่อง “เครื่องเตือนอัคคีภัยระบบความดัน”

- การประดิษฐ์เครื่องร่อน

- บ้านยุคนิวเคลียร์

- รูปแบบการจัดการจราจรบริเวณทางแยก ฯลฯ

4.4 โครงงานประเภทการสร้างทฤษฎีหรือการอธิบาย เป็นโครงงานที่เสนอทฤษฎีหรือ คำอธิบายสิ่งต่าง ๆ หรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ ๆ โดยมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ หรือทฤษฎีอื่น ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ สนับสนุน ทฤษฎีหรือคำอธิบายดังกล่าวอาจใหม่ หรือขัดแย้ง หรือขยายแนวความคิด หรือคำอธิบายเดิมที่มีผู้ให้ไว้ก่อนแล้วก็ได้ อาจเป็นการอธิบายปรากฏการณ์เก่าในแนวใหม่ อาจเสนอในรูปของคำอธิบาย สูตร หรือสมการก็ได้ แต่จะต้องมีข้อมูลหรือทฤษฎีอื่นมาสนับสนุนอ้างอิง

ตัวอย่างโครงงานประเภทนี้ ได้แก่ โครงงานเรื่อง “กำเนิดของทวีปและมหาสมุทร”

เป็นการสร้างแบบจำลองทฤษฎี อธิบายการเกิดของทวีปและมหาสมุทรว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยอาศัยหลักฐานทางประวัติศาสตร์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาอ้างอิง ซึ่งเป็นแนวความคิดที่แตกต่างไปจากแนวความคิดเดิมที่เคยมีผู้เสนอไว้ก่อนแล้ว

5. วิธีการทำโครงงานวิทยาศาสตร์

การทำโครงงานวิทยาศาสตร์มีขั้นตอนที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

ขั้นที่ 1 การคิดและเลือกชื่อเรื่องหรือปัญหาที่จะศึกษา

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นที่สำคัญที่สุดและยากที่สุด ตามหลักการแล้วนักเรียนควรจะเป็นผู้คิดและเลือกหัวข้อเรื่องที่จะศึกษาด้วยตนเอง แต่ครูอาจมีบทบาทหรือมีส่วนช่วยเหลือให้นักเรียนสามารถคิดหัวข้อเรื่องได้ด้วยตนเอง ดังจะได้กล่าวต่อไป

ขั้นที่ 2 การวางแผนในการทำโครงงาน

ได้แก่ การวางแผนวิธีดำเนินงานในการศึกษาค้นคว้าทั้งหมด เช่น วัสดุอุปกรณ์ ที่จำเป็นต้องใช้ในการออกแบบการทดลอง และควบคุมตัวแปร วิธีดำเนินการรวบรวมข้อมูล การวางแผนปฏิบัติงานอย่างคร่าว ๆ ว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้างเป็นขั้นตอน แล้วนำเสนออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม และขอความเห็นชอบ

ขั้นที่ 3 การลงมือทำโครงงาน

ได้แก่ การลงมือปฏิบัติตามแผนงานที่ได้วางไว้ล่วงหน้าแล้วในขั้นที่สองนั่นเอง ประกอบด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูล การสร้างหรือการประดิษฐ์ การปฏิบัติการทดลอง ซึ่งสุดแล้วแต่จะเป็นโครงงานประเภทใดและการค้นคว้าจากเอกสารต่าง ๆ แล้วดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งความหมายของข้อมูล และสรุปผลของการศึกษาค้นคว้า

ขั้นที่ 4 การเขียนรายงาน

เป็นการเสนอผลของการศึกษาค้นคว้าเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเป็นเอกสาร เพื่ออธิบายให้ผู้อื่นทราบรายละเอียดทั้งหมดของการทำโครงงาน ซึ่งจะประกอบด้วยปัญหาที่ทำการศึกษาวัตถุประสงค์ของการศึกษา วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้ ข้อมูลต่าง ๆ ที่รวบรวมได้ ผลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า ตลอดจนประโยชน์และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ได้จากการทำโครงงานนั้น ๆ

วิธีเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ก็มีลักษณะและแนวทางในการเขียน เช่นเดียวกับการเขียนรายงานผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของนักวิทยาศาสตร์นั่นเอง

ขั้นที่ 5 การแสดงผลงาน

เป็นการเสนอผลงานที่ได้ศึกษาค้นคว้าสำเร็จลงแล้วให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจ ซึ่งอาจกระทำได้หลายรูปแบบ เช่น การจัดนิทรรศการ การสาธิตแสดงประกอบการรายงานปากเปล่า ฯลฯ

ในการจัดแสดงผลงานของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ครูอาจกระทำได้ในหลายระดับ เช่น - การจัดเสนอผลงานภายในชั้นเรียน

- การจัดแสดงนิทรรศการภายในโรงเรียนเป็นการภายใน

- การจัดแสดงนิทรรศการในงานประจำปีของโรงเรียน

- การส่งโครงงานเข้าร่วมในงานแสดงหรือประกวดภายนอกโรงเรียนในระดับต่าง ๆ เช่น ระดับกลุ่มโรงเรียน ระดับจังหวัด ระดับเขตการศึกษา และระดับชาติ เป็นต้น



6. การเปรียบเทียบบทบาทของครูและนักเรียนในขั้นตอนต่าง ๆ ของการทำโครงงาน

เพื่อให้เข้าใจกระบวนการเรียนการสอน ให้นักเรียนทำโครงงานงวิทยาศาสตร์ชัดเจนยิ่งขึ้น จะขอเสนอตารางแสดงการเปรียบเทียบบทบาทของนักเรียนและครูในขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้



ตาราง บทบาทของนักเรียนและครูในขั้นตอนต่าง ๆ ของการทำโครงงาน

กิจกรรมในขั้นตอนต่าง ๆ บทบาทของนักเรียน บทบาทของครู

1. การคิดและเลือก

หัวข้อเรื่องหรือปัญหา - สัมผัสกับสถานการณ์ที่เป็นปัญหา

- ตระหนักถึงปัญหา

- สนใจที่จะค้นคว้าหาคำตอบ

- อภิปรายและสนทนากับอาจารย์/

เพื่อน ๆ - กระตุ้นให้นักเรียนสนใจที่จะทำ

โครงงาน โดย

* จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะช่วยให้

นักเรียนสัมผัสกับปัญหา เพื่อที่

นักเรียนจะได้มอบเห็นปัญหา

2. การวางแผนในการทำ

โครงงาน - กำหนดขอบเขตของปัญหา

- ตั้งวัตถุประสงค์ - ให้คำปรึกษาแก่นักเรียนในการ

วางแผนทำโครงงาน เช่น

- ศึกษาเอกสาร

- ตั้งสมมุติฐาน * ให้ความคิดเห็นในเรื่องความเป็นไปได้ของโครงงาน

- ออกแบบการทดลองและกำหนด

ตัวแปร * ชี้แนะแหล่งความรู้ต่าง ๆ

* ติชมแผนงานในการทำโครงงาน

ทั้งหมดของนักเรียน

3. การลงมือทำโครงงาน - สร้าง/จัดหาเครื่องมือ

- ทดลอง/รวบรวมข้อมูล - อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่

นักเรียน

- วิเคราะห์ข้อมูลและแปรความหมาย

ข้อมูล - ติดตามการทำงานของนักเรียน

ทุกระยะ

- ให้กำลังใจ

- ช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ เมื่อจำเป็น

- ให้ข้อติดชม วิธีวิเคราะห์ และ

แปรผลของการวิเคราะห์

4. การสรุปผลของการ

ศึกษาและเขียนรายงาน - สรุปข้อค้นพบ

- เขียนรายงานโครงงาน - แนะนำและให้ข้อติชมการเขียน

รายงานโครงงานของนักเรียน

5. การแสดงผลงาน - เสนอผลของการศึกษาในรูปแบบ

ต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาสาธารณสุข - จัดกิจกรรมเพื่อให้โอกาสนักเรียน

ได้แสดงผลงาน

- ส่งผลงานของนักเรียนเข้าร่วม

แสดงหรือประกวด

- ประเมินผลการทำโครงงานของ

นักเรียน





สรุปแนวปฏิบัติในการสอนนักเรียนทำโครงงานวิทยาศาสตร์

1. กระตุ้นให้นักเรียนสนใจในการจะทำโครงงาน

2. แนะแนวให้นักเรียนรู้วิธีการทำโครงงาน

3. จัดกิจกรรมเพื่อช่วยให้นักเรียนมองเห็นปัญหา

4. แนะแนวทางนักเรียนในการเลือกหัวข้อหรือปัญหาที่ตนสนใจ

5. ให้คำปรึกษานักเรียนในการวางแผนทำโครงงาน

6. อำนวยความสะดวกแก่นักเรียนในการทำโครงงาน

7. ติดตามการทำโครงงานของนักเรียนทุกระยะ

8. ให้คำปรึกษาในการเขียนรายงาน

9. ให้โอกาสนักเรียนแสดงผลงาน

10. ประเมินผลการทำโครงงานของนักเรียน





บรรณานุกรม



ธีระชัย ปูรณโชติ. การสอนกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ : คู่มือสำหรับครู. กรุงเทพมหานคร :



โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2531.



. กรณีศึกษาการทำโครงงานวิทยาศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์



มหาวิทยาลัย, 2533.



ผู้เขียน



ดร.ธีระชัย ปูรณโชติ อดีตรองศาสตราจารย์ประจำภาควิชามัธยมศึกษา คณะครุศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันข้าราชการบำนาญ
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 4 มิ.ย. 2550 (14:08)
กลุ่มจัยจังเลยหาโครงงานวิทยาศาสตร์มั่ยดั้ย
www.chu.ti.karn@hotmail.com (IP:203.172.166.210)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 9 มิ.ย. 2550 (10:24)
ขอบคุงงับ
ผู้ไร้นาม (IP:58.8.182.33)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 30 ก.ย. 2550 (11:50)
ขอบคุณมากค่ะ
... (IP:61.19.165.221)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 22 ต.ค. 2550 (10:34)
555555555555555555555555555
อิ (IP:202.143.160.151)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 26 ต.ค. 2550 (13:48)
อยากได้โครงงานวิทยาศาสตร์ม.ต้นง่ะ ม่ะรุจาทามเรื่องไรดี
คนน่ารัก (IP:61.90.159.71)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 31 ต.ค. 2550 (15:00)
อยากทำโครงงานจัง
สุ คลองใหญ่ ตราด (IP:203.172.245.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 11 พ.ย. 2550 (15:19)
เบื่อที่สุดเลยการทำโครงงานทำไม่เป็นคะ
เด็กโง่ (IP:125.26.195.221)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 13 พ.ย. 2550 (09:04)
ยากจังเลย
เด็กเดน (IP:203.113.22.252)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 16 พ.ย. 2550 (11:17)
สุดยอดการทําโครงงาน
เรยีนา (IP:203.156.44.52)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 22 พ.ย. 2550 (17:43)
รักนะ
รักนะนัท (IP:222.123.0.187)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 22 พ.ย. 2550 (17:44)
รักจังนะ
รักอ้น (IP:222.123.0.187)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 22 พ.ย. 2550 (17:45)
รักนะสุดหล่อ
รักพี (IP:222.123.0.187)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 18 ธ.ค. 2550 (13:23)
ขอบคุณ รักเทอร์หมดจัย
โก๋แก่คร๊าบ (IP:203.172.219.68)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 22 ม.ค. 2551 (15:03)
แอบรักนายอยู่รู้หมัย
ยังรักกันอยู่ใช่หมัย (IP:203.172.208.222)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 23 ม.ค. 2551 (13:25)
ไม่เบื่อแต่ไอยากทำ
คันชิด (IP:125.24.208.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 23 ม.ค. 2551 (13:26)
หาโครงงานยากมากคับ

ไม่ยากทำที่สุดคือโครงงานคับ
คันชิด (IP:125.24.208.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 24 ม.ค. 2551 (15:00)
เกลียดการทำโครงงานมากที่สุด เลยโว้ย หาก้อยาก ม่ายทามมันแล้ว
kan-tipi๑saoonk (IP:125.24.130.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 13 ก.พ. 2551 (20:55)

แค่ไม่ชอบก็ทำให้ชีวิตไม่มีความสุขมากพอแล้ว
อย่าถึงกับเกลียดมันเลยนะ



ไม่ชอบก็แค่ทำให้พอผ่านไป
แล้วก็หาอะไรที่ชอบๆ ทำให้สนุก ๆ



ความเกลียดมันกัดกินใจเจ้าของความเกลียดนะครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน27008 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 14 ก.พ. 2551 (09:14)
แค่ดูกิ้งกือเดิน ก็เป็นโครงงานระดับโลกแล้ว



ไม่ต้องทำให้ยาก หาของใกล้ตัวเล่นๆ เดี่ยวก็มีเรื่องที่ยังไม่มีคำตอบ แล้วก็หาคำตอบ ก็แค่นั้น (ก็ยากแค่นั้น ถ้ามัวแต่คิดว่ายาก)



ช่วยได่ไหมนี่
อัศวินเพลิง (IP:125.25.140.29)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 16 ก.พ. 2551 (20:34)
<P>&nbsp;(ตัวอย่างโครงงานม.1 ง่ายๆ ร.ร.เทพิทร์พิทยา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี €-mail closefrind@windowslive.com)โครงงาน เรื่องปลากัดมีดีที่อาหาร เอามาให้เล่นๆ ทดลองโดย การนำปลากัด จีน 10 ตัว โหล 10 โหล ทดลองเกี่ยวกับเรื่องอาหารปลากัด 5 ชนิด ได้แก่ ลูกน้ำ ลูกไร ข้าวสุก อาหารเม็ดโดยเฉพาะ อาหารเม็ดปลากัดสำเร็จรูป โดยทดลอง 2 ชุด หฟรือมากกว่านั้น เพื่อประโยชน์ <STRONG><U>ที่มาแลความสำคัญของโครงงาน</U></STRONG> เนื่องจากปัจจุบัน มีการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเยอะ โดยเฉพาะปลากัด ในประเทศไทยก็มีความนิยม ซึ่งอาหารก็มีส่วน โดยอาหารบางชนิดอาจราคาแพงคุณภาพต่ำ แต่บางชนิดคุณภาพดีแต่ราคาถูก เราจึงจัดทำโครงงานเพื่อศึกษาเกี่ยวกับอาหารปลากัด <STRONG><U>วัตถุประสงค์</U></STRONG> ต้องการศึกษาเกี่ยวกับอาหารปลา เพื่อเป็นการประหยัดในการลดค่าใช้จ่ายในอาหารปลา ต้องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ (สำหรับประโยชน์ก็เหมือนกัน แต่เปลี่ยนคำว่า เพื่อ รหือ ต้องการ เป็นได้ ) <STRONG><U>สมมติฐาน </U></STRONG>ถ้าชนิดของอาหารปลามีผลต่อคุณภาพที่ดีของปลากัด ดังนั้น ลูกน้ำ ทำให้ปลากัดมีการเจริญเติบโตดีที่สุด(ศึกษาเกี่ยวกับการเจริญเติบโต) <STRONG><U>ขอบเขตของการศึกษา </U></STRONG>สถานที่-------&nbsp; เวลา--------- ตัวแปรต้ร คือ ชนิดอาหารปลากัด 5 ชนิด ได้แก่ ตามข้างบน ตัวแปรตาม ความเจิญเติบโตของปลากัด คือ การที่ปลากัดได้กินลูกน้ไปนประจำจะมีลักษณะการเจริญเติบโตดีที่สุด (ที่เหลือก็บ่งบอกอย่างอื่นเพิ่มได้ เช่น อาหารเม็ดปลากัดโดยเฉพาะคืออาราย) <STRONG><U>ข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้อง </U></STRONG>หาที่เกี่ยวกับปลากัดมา ในทุกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำโครงงาน <STRONG><U>อุปกรณ์ </U></STRONG>เท่าที่ใช้ในการทดลอง <STRONG><U>วิธีการทดลอง EX </U></STRONG>1.ใส่น้ำเลี้ยงปลากัดในโหล่5โหล่ในชุดที่1 โดยแต่ละโหล่ใส่น้ำ 1 ลิตร 2.ใส่ปลากัดจีนลงในโหล่ 5 ใบ โดย 1 ใบ ใส่ปลากัด 1 ตัว 3.ให้อาหารปลากัด 5 ชนิดได้แก่ 1-2-3-4-5 (เขียนเอง) ลงในโหล5โหล โดยแต่ละโหลให้อย่างละ 1 ชนิด ชนิดละ 1 ช้อนเบอร์1 โดยให้2มื้อหรือ1มื้อแล้วแต่ (ในที่นี้กำหนด2มื้อ)ให้เช้า-เย็น 4.บันทึกผล พร้อมอภิปราย สรุป และข้อเสนอแนะ พร้อมเสนอโครงงาน</P>

<P>บทที่ 4 ผลการทดลอง ควรเสนอในรูปแบบตาราง ที่เราต้องสำรวจ(เป็นโครงงานประเภททดลองและสำรวจ)เมื่อทดลองเสร็จก็สำรวจ โดยเราต้องนำปลากัดที่เรากำหนดเลี้ยงกี่วัน ไปให้บุคคลอื่นดู เพื่อยืนยันว่า ปลากัดชนิดใดเจริญดีที่สุด โดยบันทึกข้อมูลในเรื่องตารางบันทึกผล ที่สำรวจ บทที่5 อภิปราย สรุป และข้อเสนอแนะ (คิดเอง) บรรณนานุกรม ควรมีเยอะกว่า2 คือบรรณนานุกรม น้อยกว่า2 คือเอกสารอ้างอิง ไม่ควรมีแต่เวป การเขียนหนังสือควรเขียนตามหลักการ (จำหลักการไม่ได้หาเอง) ภาคผนวก คิดรูปที่เราทำการสำรวจ ทดลอง อภิปราย มา ให้ดู หร้อมเขียนข้อความใต้ภาพ จบ</P>
เด็กเรียน (IP:124.157.240.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 16 ก.พ. 2551 (21:00)
umm.......
จิงไจ
ร่วมแบ่งปัน915 ครั้ง - ดาว 22 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 21 พ.ค. 2551 (09:46)
<P>รักจัง</P>
อนุสิษฐ์ วัฒนาชัยทัศน์ (IP:203.172.199.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 5 มิ.ย. 2551 (20:12)
รักพี่ทูเด็กป่าบอนคนที่เป็นทอมนะรักนะจุบ.....
ปัส (IP:203.113.17.177)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 6 มิ.ย. 2551 (09:44)
ก็เราน่ารัก เนย
naysam2550@hotmail.com (IP:58.9.125.165)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 6 มิ.ย. 2551 (09:47)
แต่ ก็ มิ ได้ นำ พา
kulmioza@hotmail.com (IP:58.9.125.165)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 6 มิ.ย. 2551 (09:47)
<P><FONT face="times new roman, times, serif">เราเนยน่ารักป่าวง่ะ</FONT></P>
pumpuy04040@hotmail.com (IP:58.9.125.165)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 11 มิ.ย. 2551 (18:19)
หาเจอยากจะตาย
makinoe_num12@hotmail.com (IP:202.149.24.161)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 18 มิ.ย. 2551 (12:09)
<P>ž๖ถš}่ใ9าv?"4๛๛––๛––๛</P>
erykrhyrh@wefthue.com (IP:58.10.192.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 4 ก.ค. 2551 (14:52)
ให้ความหมายไว้ว่าโครงงานวิทยาศาสตร์ คือการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องเดียวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยที่นักเรียนจะต้องเป็นผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะมีครูให้คำแนะนำรวมทั้งให้คำปรึกษาในทุก ๆ เรื่อง  โครงงานวิทยาศาสตร์ ต้องการเน้นให้นักเรียนคิดเอง ทำเอง และแก้ปัญหาด้วยตนเอง เป็นกิจกรรมที่เรียกได้ว่าเป็นการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลางได้อย่างหนึ่งเพราะนักเรียนเป็นผู้ที่สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองจากการศึกษาปัญหาที่เขาสนใจปัญหาใดปัญหาหนึ่งแล้วตั้งจุดประสงค์ไว้ว่าต้องการจะศึกษาอะไร จะศึกษาอย่างไร โดยมีการวางแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนอย่างเป็นลำดับขั้นตอน เลือกใช้ เลือกหา เครื่องไม้เครื่องมือ ออกแบบการทดลองการสำรวจข้อมูลด้วยตนเอง ลงมือปฏิบัติเองบันทึกผลการปฏิบัติเอง โครงงานวิทยาศาสตร์ ถือเป็นงานวิจัยในระดับนักเรียน เพราะเป็นการศึกษา เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ ที่นักเรียนสนใจ โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เป็นแนวทางในการศึกษาและแก้ปัญหา มีการวางแผนที่จะศึกษา ภายในขอบเขตของระดับความรู้ ระยะเวลาและอุปกรณ์ที่มีอยู่ และลงมือศึกษา สำรวจ ทดลอง เพื่อรวบรวมข้อมูล แล้วนำมาประมวลผลจนได้ข้อสรุปออกมาเป็นผลงานที่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง โครงงาน วิทยาศาสตร์จึงเป็นกิจกรรมวิทยาศาสตร์ ที่ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ ฝึกฝนการใช้ทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการแก้ปัญหา รวมทั้งการพัฒนาเจตคติทางวิทยาศาสตร์
ผมไม่มีอีแมว (IP:202.143.165.219)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 10 ก.ค. 2551 (13:14)
เรื่งปลากัด
nout2008@hotmail.com. (IP:124.120.203.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 25 ก.ค. 2551 (08:24)
ม่ายยู้
เข้ม (IP:117.47.222.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 20 ส.ค. 2551 (12:13)
555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
bean (IP:202.143.143.133)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 27 ต.ค. 2551 (16:50)

เรียนเคมีหมดเล่มแล้วจารย์ให้ทำโครงงานวิทย์ด้วยยากโครต


nanlove1990@hotmail.com (IP:125.25.135.9)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 5 ม.ค. 2552 (14:27)

ชอบมากๆค่ะ


qwertyuiop000 (IP:125.27.126.26)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 19 ก.พ. 2552 (15:38)



harrypotterpie (IP:124.157.228.151)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 9 พ.ย. 2552 (20:10)
โครงงานวิทยาศาสตร์ คือการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องเดียวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยที่นักเรียนจะต้องเป็นผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะมีครูให้คำแนะนำรวมทั้งให้คำปรึกษาในทุก ๆ เรื่อง โครงงานวิทยาศาสตร์ ต้องการเน้นให้นักเรียนคิดเอง ทำเอง และแก้ปัญหาด้วยตนเอง เป็นกิจกรรมที่เรียกได้ว่าเป็นการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลางได้อย่างหนึ่งเพราะนักเรียนเป็นผู้ที่สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองจากการศึกษาปัญหาที่เขาสนใจปัญหาใดปัญหาหนึ่งแล้วตั้งจุดประสงค์ไว้ว่าต้องการจะศึกษาอะไร จะศึกษาอย่างไร โดยมีการวางแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนอย่างเป็นลำดับขั้นตอน เลือกใช้ เลือกหา เครื่องไม้เครื่องมือ ออกแบบการทดลองการสำรวจข้อมูลด้วยตนเอง ลงมือปฏิบัติเองบันทึกผลการปฏิบัติเอง
yeed
ร่วมแบ่งปัน82 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 23 พ.ย. 2552 (13:13)

หาไม่เจอเลยอ่า  คร่ะ


mickey_1829@hotmail.com (IP:203.113.115.81)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 12 ก.พ. 2553 (09:58)
♫_♫ไม่มีไรหลอกอิอิอิ
hookjools1412@hotmail.com (IP:118.172.233.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 17 มี.ค. 2553 (21:55)
ทำโครงงาลดโลกร้อนยากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกมาก
นิ (IP:125.24.65.235)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 5 มิ.ย. 2553 (20:08)
"โครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะต้องมีลักษณะสำคัญอย่างไรบ้าง"
ใครรู้ช่วยตอบที มันหาไม่เจออ่ะ
som_omo@hotmail.com (IP:125.24.123.31)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 9 ต.ค. 2553 (14:49)
รักตาลน้า
คน (IP:125.26.25.196)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 6 พ.ย. 2553 (12:46)
วิทยาศาสตร์มีความสำคัญต่อคนเรา
kawlee@hotmail.com (IP:119.31.121.89)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 22 ธ.ค. 2554 (17:22)
ขอบคุงทิ่หั้ยข้อมูนเนอะ
Nang (IP:182.232.251.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 25 ม.ค. 2555 (20:50)
การทำโครงงานวิทย์เป็นสิ่งที่น่าเอือมระอามากๆ
BOYFRIND (IP:180.180.59.138)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม