ซุปเปอร์หนู GMO ถึก อึด !! วิ่ง 6 กิโล ไม่มีหยุด !!
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Case Western Reserve ผสมพันธุ์หนู ทรงพลัง ได้สำเร็จ เป็นหนูที่มีชื่อว่า PEPCK-Cmus mice สามารถวิ่งได้ 5 ถึง 6 กม.ด้วยความเร็ว 20 ม.ต่อนาทีบนสายพานวิ่งเป็นเวลาถึง 6 ชม.ก่อนจะหมดแรง
Richard W. Hanson ศาสตราจารย์ด้านชีวเคมีจากมหาวิทยาลัย Case Western Reserve เล่าว่า หนูพวกนี้มีกำลังวังชาราวกับนักปั่นจักรยานฟอร์มสดอย่าง Lance Armstrong ที่คว้าแชมป์ไปอย่างสบาย ๆ ในการแข่งขันจักรยาน ทูร์ เดอ ฟรองซ์ 2004 บนเทือกเขาพีรานิส หนูพวกนี้ได้พลังงานจากการเผาผลาญไขมันเป็นส่วนใหญ่และผลิตกรดแลคติกออกมาน้อยมาก
หนูดัดแปลงพันธุกรรมเหล่านี้กินมากกว่าหนูทั่วไปถึง 60% ไม่อ้วนแถมยังฟิตกว่า อายุยืนกว่าและผสมพันธุ์ได้นานกว่าอีกด้วยครับ หนูตัวเมียพันธุ์นี้บางตัวให้ลูกจนถึงอายุ 2.5 ปี น่าประหลาดใจมั้ยครับเพราะหนูโดยทั่วไปไม่สามารถให้ลูกได้หลังอายุ 1 ปี Hanson ให้เหตุผลว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระบวนการสันดาปของหนูพวกนี้เปลี่ยนเกิดจากยีนที่ควบคุมเอนไซม์ phosphoenolypyruvate carboxykinases (PEPCK-C) แสดงออกมากขึ้นทำให้ผลิตเอนไซม์ตัวนี้ได้มากขึ้นครับ
Parvin Hakimi ผู้นำทีมวิจัยกล่าวว่า เค้าได้พัฒนาหนูสายพันธุ์ใหม่นี้ขึ้นมากว่า 5 ปีแล้วเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยทางด้านเมตาบอลิซึมและหน้าที่ทางสรีรวิทยาของ PEPCK-Cในกล้ามเนื้อยึดโครงกระดูกและเนื้อเยื่อไขมัน
Hakimi อธิบายว่าหนูพันธุ์นี้แตกต่างจากหนูทั่วไปเพราะพวกมันวิ่งรอบกรงตลอดเวลาตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ ทำให้เลือกได้ว่าตัวไหนที่เป็นหนูสายพันธุ์ใหม่ที่ผสมขึ้นมาจากการดูพฤติกรรมในกรง จากการศึกษาพฤติกรรมของสัตว์พบว่าหนู PEPCK-Cmus กระตือรือร้นกว่าหนูทั่วไป 7 เท่า นอกเหนือจากนั้นพวกมันยังก้าวร้าว หนูพวกนี้จะกระฉับกระเฉงจนถึงอายุ 2 ปี ซึ่งนับว่าแก่แล้ว
การศึกษานี้ยังศึกษาการหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปด้วยครับ โดยดูจากปริมารคาร์บอนไดออกไซด์และความเข้มข้นของแลคเตตที่ผลิตขณะให้วิ่งอย่างหนักบนสายพานที่ตั้งค่าความโค้งไว้ที่ 25 องศา และเพิ่มค่าความเร็วสายพานขึ้น 2 เมตรต่อนาที จนกระทั่งหนูหยุดวิ่งไปเอง พบว่าหนูสายพันธุ์นี้ใช้เวลาวิ่งโดยเฉลี่ย 31.9 นาที ส่วนหนูกลุ่มควบคุมใช้เวลา 19 นาที
นักวิจัยกล่าวว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ความเข้มข้นของแลคเตตในเลือด ตอนเริ่มวิ่งหนูทั้งสองกลุ่มมีค่าแลคเตตใกล้เคียงกัน แต่ตอนท้ายหนูกลุ่มควบคุมมีค่าสูง ในขณะที่หนู PEPCK-Cmus มีระดับแลคเตตคงที่
ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าแหล่งพลังงานของหนู PEPCK-Cmus ขึ้นกับกรดไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่กลุ่มควบคุมจะเปลี่ยนการใช้พลังงานจากกรดไขมันไปเป็นไกลโคเจนหรือคาร์โบไฮเดรตในกล้ามเนื้อแทนอย่างรวดเร็ว
นอกจากนั้นยังพบว่าหนูสายพันธุ์ใหม่นี้มีไมโตคอนเดรียและไตรกลีเซอไรด์มากในกล้ามเนื้อยึดกระดูก ทำให้พวกมันผลิตพลังงานได้มากขึ้นและมีอายุยืน
Hakimi และ Hanson กล่าวว่า การผลิตเอนไซม์ในกระบวนการเมตาบอลิซึมมากขึ้นเพียงตัวเดียวก็สามารถเปลี่ยนแปลงฟีโนไทป์หรือลักษณะหนูได้แล้ว
งานวิจัยนี้มีชื่อว่า “Over Expression of the Cytosolic Form of Phosphoenolpyruvate Carboxykinase (GTP) in Skeletal Muscle Repatterns Energy Metabolism in the Mouse” ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Biological Chemistry เมื่อไม่นานมานี้ครับ
ที่มา: http://www.sciencedaily.com/releases/2007/11/071101162739.htm
Richard W. Hanson ศาสตราจารย์ด้านชีวเคมีจากมหาวิทยาลัย Case Western Reserve เล่าว่า หนูพวกนี้มีกำลังวังชาราวกับนักปั่นจักรยานฟอร์มสดอย่าง Lance Armstrong ที่คว้าแชมป์ไปอย่างสบาย ๆ ในการแข่งขันจักรยาน ทูร์ เดอ ฟรองซ์ 2004 บนเทือกเขาพีรานิส หนูพวกนี้ได้พลังงานจากการเผาผลาญไขมันเป็นส่วนใหญ่และผลิตกรดแลคติกออกมาน้อยมาก
หนูดัดแปลงพันธุกรรมเหล่านี้กินมากกว่าหนูทั่วไปถึง 60% ไม่อ้วนแถมยังฟิตกว่า อายุยืนกว่าและผสมพันธุ์ได้นานกว่าอีกด้วยครับ หนูตัวเมียพันธุ์นี้บางตัวให้ลูกจนถึงอายุ 2.5 ปี น่าประหลาดใจมั้ยครับเพราะหนูโดยทั่วไปไม่สามารถให้ลูกได้หลังอายุ 1 ปี Hanson ให้เหตุผลว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระบวนการสันดาปของหนูพวกนี้เปลี่ยนเกิดจากยีนที่ควบคุมเอนไซม์ phosphoenolypyruvate carboxykinases (PEPCK-C) แสดงออกมากขึ้นทำให้ผลิตเอนไซม์ตัวนี้ได้มากขึ้นครับ
Parvin Hakimi ผู้นำทีมวิจัยกล่าวว่า เค้าได้พัฒนาหนูสายพันธุ์ใหม่นี้ขึ้นมากว่า 5 ปีแล้วเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยทางด้านเมตาบอลิซึมและหน้าที่ทางสรีรวิทยาของ PEPCK-Cในกล้ามเนื้อยึดโครงกระดูกและเนื้อเยื่อไขมัน
Hakimi อธิบายว่าหนูพันธุ์นี้แตกต่างจากหนูทั่วไปเพราะพวกมันวิ่งรอบกรงตลอดเวลาตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ ทำให้เลือกได้ว่าตัวไหนที่เป็นหนูสายพันธุ์ใหม่ที่ผสมขึ้นมาจากการดูพฤติกรรมในกรง จากการศึกษาพฤติกรรมของสัตว์พบว่าหนู PEPCK-Cmus กระตือรือร้นกว่าหนูทั่วไป 7 เท่า นอกเหนือจากนั้นพวกมันยังก้าวร้าว หนูพวกนี้จะกระฉับกระเฉงจนถึงอายุ 2 ปี ซึ่งนับว่าแก่แล้ว
การศึกษานี้ยังศึกษาการหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปด้วยครับ โดยดูจากปริมารคาร์บอนไดออกไซด์และความเข้มข้นของแลคเตตที่ผลิตขณะให้วิ่งอย่างหนักบนสายพานที่ตั้งค่าความโค้งไว้ที่ 25 องศา และเพิ่มค่าความเร็วสายพานขึ้น 2 เมตรต่อนาที จนกระทั่งหนูหยุดวิ่งไปเอง พบว่าหนูสายพันธุ์นี้ใช้เวลาวิ่งโดยเฉลี่ย 31.9 นาที ส่วนหนูกลุ่มควบคุมใช้เวลา 19 นาที
นักวิจัยกล่าวว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ความเข้มข้นของแลคเตตในเลือด ตอนเริ่มวิ่งหนูทั้งสองกลุ่มมีค่าแลคเตตใกล้เคียงกัน แต่ตอนท้ายหนูกลุ่มควบคุมมีค่าสูง ในขณะที่หนู PEPCK-Cmus มีระดับแลคเตตคงที่
ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าแหล่งพลังงานของหนู PEPCK-Cmus ขึ้นกับกรดไขมันเป็นส่วนใหญ่ แต่กลุ่มควบคุมจะเปลี่ยนการใช้พลังงานจากกรดไขมันไปเป็นไกลโคเจนหรือคาร์โบไฮเดรตในกล้ามเนื้อแทนอย่างรวดเร็ว
นอกจากนั้นยังพบว่าหนูสายพันธุ์ใหม่นี้มีไมโตคอนเดรียและไตรกลีเซอไรด์มากในกล้ามเนื้อยึดกระดูก ทำให้พวกมันผลิตพลังงานได้มากขึ้นและมีอายุยืน
Hakimi และ Hanson กล่าวว่า การผลิตเอนไซม์ในกระบวนการเมตาบอลิซึมมากขึ้นเพียงตัวเดียวก็สามารถเปลี่ยนแปลงฟีโนไทป์หรือลักษณะหนูได้แล้ว
งานวิจัยนี้มีชื่อว่า “Over Expression of the Cytosolic Form of Phosphoenolpyruvate Carboxykinase (GTP) in Skeletal Muscle Repatterns Energy Metabolism in the Mouse” ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Biological Chemistry เมื่อไม่นานมานี้ครับ
ที่มา: http://www.sciencedaily.com/releases/2007/11/071101162739.htm

