เรื่องเหลือเชื่อของขนมหวาน “กระตุ้นให้เด็กก่อปัญหา”
เป็นเรื่องราวของการติดตามพฤติกรรมเด็ก ๆ จำนวน 17,415 คนที่รับประทานขนมหวาน และลูกอมทุกวันของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Cardiff ในเวลส์ โดยทีมวิจัยพบว่า 35 เปอร์เซ็นต์ของเด็กเหล่านี้ (หรือ 6,095 คน) ถูกรายงานว่าก่ออาชญากรรมรุนแรงได้เท่า ๆ กับผู้ใหญ่เลยทีเดียว
จากการศึกษาพฤติกรรมการรับประทานขนมหวานและลูกอม ทีมวิจัยพบว่า 69 เปอร์เซ็นต์ของเด็กจำนวน 6,095 คนนั้นรับประทานลูกอมเป็นประจำทุกวัน
ไซมอน มัวร์ (Simon Moore) ผู้วิจัยในประเด็นดังกล่าวแห่งมหาวิทยาลัย Cardiff กล่าวว่า “เราพบความเชื่อมโยงระหว่างโภชนาการในเด็กที่ไม่ถูกต้อง และพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของการวิจัยพฤติกรรมความรุนแรงโดยมุ่งไปที่ภาวะโภชนาการในเด็ก”
งานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร British Journal of Psychiatry ฉบับเดือนตุลาคม 2552 นี้ด้วย
นอกจากนั้น จากงานวิจัยชิ้นดังกล่าว นำมาสู่คำถามต่อพ่อแม่ผู้ปกครองว่า “ควรจะห้ามไม่ให้ลูกทานขนมหวานเลยหรือไม่” ซึ่ง มัวร์ นักวิจัยของโครงการดังกล่าวเปิดเผยว่า ความเชื่อมโยงระหว่างขนมหวานกับการใช้ความรุนแรง หรือการกระทำความผิดในเด็กนั้นอาจไม่ได้มาจากตัวขนมหวานเองโดยตรง แต่มาจาก “วิธี” หรือรูปแบบที่เด็กรับประทาน พ่อแม่ผู้ปกครองที่ให้เด็กได้มีโอกาสลิ้มรสความอร่อยจนเคยชินจะส่งผลให้เด็ก นั้นขาดการเรียนรู้เรื่องการรอคอย และขาดความอดทนอดกลั้น
“การที่พ่อแม่บางคนใช้ขนมหวานเป็นตัวหลอกล่อให้เด็กที่กำลังร้องไห้ โยเยกวนใจให้เงียบเสียงลง อาจเป็นการสร้างปัญหาอีกรูปแบบหนึ่งขึ้นมาก็เป็นได้” มัวร์กล่าว
อย่างไรก็ดีผลงานการศึกษาวิจัยชิ้นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงของผู้เชี่ยวชาญรายอื่น ๆ อย่างกว้างขวางเนื่องจากยังมีตัวแปรอื่น ๆ อีกมากที่มีความสัมพันธ์กับการใช้ความรุนแรงในเด็กไม่ว่าจะเป็น รูปแบบการใช้ชีวิตในบ้าน บ้านที่เด็กคนนั้นเติบโตขึ้นมาอาจมีการใช้ความรุนแรงจนเป็นเรื่องปกติก็เป็นได้
แม้ว่าความเสี่ยงจากการทานขนมหวานมาก ๆ กับเรื่องของการเป็นอาชญากรในอนาคตจะยังต้องรอข้อมูลและการวิจัยเพิ่มเติม แต่พ่อแม่ผู้ปกครองก็ยังมีเหตุผลที่ต้องจำกัดขนมหวานในเด็กอยู่ดี เพราะขนมหวานเช่น ท็อฟฟี่ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม ตลอดจนขนมกรุบกรอบต่าง ๆ นั้นก็จัดว่ามีคุณค่าทางอาหารต่ำ ไม่มีวิตามิน เกลือแร่ ใยอาหาร ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งยังมีไขมันอิ่มตัวที่เป็นอันตรายต่อเด็กด้วยและอาจทำให้ร่างกายของเด็กขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตได้
เรียบเรียงจากเฮลท์เดย์นิวส์
ขอขอคุณข้อมูลจาก

