กำเนิดไฟเบอร์ออปติคที่ยิงได้ไกลสุดในโลก

Written by Natty_sci on . Posted in เทคโนโลยี, เทคโนโลยีสารสนเทศ

World's longest laser -- channelled through 270 km fiber optic cable. (Credit: Image courtesy of Aston University)


ไฟเบอร์ออปติคที่ทำให้สามารถขนส่งข้อมูลด้วยเลเซอร์ได้ไกลถึง
270 กิโลเมตรก่อกำเนิดขึ้นแล้ว นับว่าเป็นการคิดค้นครั้งสำคัญที่จะเปิดศักราชใหม่แห่งการขนส่งข้อมูลและโทรคมนาคมที่ปลอดภัย

 

นักเรียนวิศวกรแห่งมหาวิทยาลัยแอสตัน สหราชอาณาจักรได้ทำการวิจัยไฟเบอร์เลเซอร์ที่มีความยาวเป็นพิเศษ หวังจะให้เป็นไฟเบอร์ออปติคยุคต่อไปที่จะปฏิวัติวงการโทรคมนาคมและการขนส่งข้อมูลในอนาคตให้ได้

 

ทุกวันนี้ การขนส่งข้อมูลด้วยไฟเบอร์ออปติคแบบมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการคุยโทรศัพท์, อินเตอร์เน็ต ก็เป็นเรื่องปกติไปแล้ว โดยจะมีการสูญเสียกำลังไป 5% ทุกๆระยะทางหนึ่งกิโลเมตร ทำให้ต้องมีการทวนสัญญาณอยู่เสมอกว่าจะไปถึงปลายทาง

 

แต่ทีมวิจัยได้ใช้กระบวนการฟิสิกส์ที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์รามาน” อันเป็นประกฏการณ์ธรรมชาติที่ทำให้แสงสามารถส่งผ่านวัสดุและเส้นใย Bragg grating ได้ไกลขึ้น มาประยุกต์ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จนสามารถสร้างไฟเบอร์ออปติคที่สามารถขนส่งแสงได้ไกลมากขึ้น

 

ศาสตราจารย์เซอร์จี้ เทิร์ตซิน จากศูนย์วิจัยโฟโตนิค มหาวิทยาลัยแอชตันเชื่อว่า Ultralong Raman Fiber Laser ความยาว 270 กิโลเมตร ที่นักศึกษาได้สร้างขึ้นนี้เป็นการผลักดันให้เทคโนโลยีเลเซอร์ก้าวหน้าไปมาก เพราะจะคิดเป็น 3 เท่าของอดีตไฟเบอร์ออปติคที่ยิงได้ไกล 75 กิโลเมตรแบบแต่ก่อนได้เลยทีเดียว ซึ่งครานั้นคิดไว้เมื่อปี 2006

 

ความต้องการของระบบการสื่อสารกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสะคัญ โดยเฉพาะเมื่อโลกการสื่อสารอินเตอร์เน็ตกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีนี้ทำให้เรามีความหวังในการพัฒนาความเร็วในการสื่อสาร ความจุของการสื่อสารข้อมูลทางไกลผ่านระบบออปติคนี้ได้เป็นอย่างดี” ศาสตราจารย์เทิร์ตซินกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใขของงานวิจัยชิ้นนี้คือ พวกเขาพยายามศึกษาตัวแปรพื้นฐานสำหรับการขนส่งข้อมูลด้วยเลเซอร์ จนไปเน้นที่ตัวกลางในการส่งถ่าย แทนที่จะไปเน้นที่การพัฒนาแหล่งกำเนิดรังสีแบบที่แต่ก่อนเราสนใจกัน”

 

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีเลเซอร์จะพัฒนาไปได้ไกล แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่ดีในเรื่องที่ว่าความยาวของเลเซอร์นั้นยังจำกัดอยู่ สิ่งที่เราได้จากพวกเขาคือการขยายขีดจำกัดของการส่งเลเซอร์ที่เพิ่มขึ้นมาก ทำให้เราสามารถสร้างตัวกลางในการถ่ายข้อมูลแบบใหม่ได้ต่อไป ซึ่งก็น่าจะปฏิวัติวงการขนส่งข้อมูลและโทรคมนาคมอย่างปลอดภัยได้มากทีเดียว”

 

แปลจาก : http://www.sciencedaily.com/releases/2009/12/091215160000.htm



แสดงความคิดเห็น