ใช้ ภาชนะเทฟลอน เสี่ยงเป็นไทรอยด์

Written by gik_ravicha on . Posted in ชีววิทยา, วิทยาศาสตร์

นักวิจัยชาวอังกฤษพบว่า กลุ่มผู้ใช้ภาชนะเทฟลอนหรือผลิตภัณฑ์เครื่องครัวประเภทผิวหน้าเคลือบสาร ‘กันติด’ มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคไทรอยด์สูง อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญยังไม่แน่ใจนักว่าสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมประเภทนี้เป็นต้นเหตุจริงหรือไม่

 

ภาพ: ควรมีงานวิจัยเพิ่มเติมว่า PFOA ก่อโรคไทรอยด์ในมนุษย์ได้จริงหรือไม่

Source: iStockphoto

Perfluorooctanoic acid (PFOA)  และ perfluorooctanoic sulfonate (PFOS) เป็นสารที่ใช้เคลือบผิวภาชนะเพื่อลดปัญหาอาหารติดภาชนะเวลาประกอบอาหารหรือใช้เป็นสารกันน้ำ อย่างไรก็ตามหลังมีการวิจัยเรื่องผลกระทบจากการใช้สารทั้งสองนี้ในหลายประเทศ พบว่า  PFOA มีความสัมพันธ์กับอัตราการเกิดโรคไทรอยด์ในสัตว์ การศึกษาล่าสุดนี้จัดเป็นการวิจัยเรื่องผลกระทบของสารทั้งคู่ต่อมนุษย์เป็นครั้งแรก โดยตีพิมพ์ลงในวารสาร Environmental Health Perspectives

การทดลองนี้นำทีมโดยศาสตราจารย์ Tamara Galloway จากมหาวิทยาลัย Exeter โดยทำการตรวจตัวอย่างเลือดจากอาสาสมัครจำนวน 3,966 รายที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคอเมริกา National Health and Nutrition Examination Survey (NHANES)

ผลการทดลองพบว่าผู้ที่มีสาร PFOA ในเลือดสูงจะเสี่ยงเป็นโรคไทรอยด์ โดยพบว่าผู้ที่มีความเข้มข้นสารชนิดนี้มากกว่าปกติ 25% จะเสี่ยงเป็นไทรอยด์สูงกว่าผู้ที่มี PFOA ต่ำกว่าปกติ 50% ถึงสองเท่า นอกจากนั้นยังพบว่าผู้หญิง 16% ในกลุ่มที่พบว่ามีปริมาณสารชนิดนี้สูงเป็นโรคไทรอยด์ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่พบสารต่ำซึ่งพบว่าเป็นโรคไทรอยด์เพียง 8%

ดร. David Melzer ผู้ร่วมวิจัย กล่าวว่า คณะทดลองได้ใช้อาสาสมัครจำนวนมากในการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างระดับสารในเลือดกับรายงานการเกิดโรคไทรอยด์ อย่างไรก็ตามทีมทดลองยังไม่สามารถแน่ใจได้ 100% ว่าสารชนิดนี้เป็นต้นเหตุของโรคจริงหรือไม่ซึ่งต้องรองานวิจัยอื่นมาอธิบายเพิ่มเติม

การวิจัยก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าคนทั่วไปมี PFOA อยู่เช่นเดียวกัน แต่มีในระดับต่ำ อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดสารเหล่านี้จึงเข้าไปอยู่ในกระแสเลือดได้ ซึ่งทีมวิจัยเชื่อว่าสารเหล่านี้น่าจะปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำดื่ม

คนทั่วไปอาจได้รับสารเคมีจากเครื่องอุปโภคได้เช่นเดียวกัน เช่น จากเสื้อผ้า รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ และพรม ซึ่งอาจปนเปื้อนมากับอากาศและฝุ่นภายในบ้าน

ด้านศาสตราจารย์ Chris Winder นักพิษวิทยาจากมหาวิทยาลัย University of New South Wales กล่าวว่า การศึกษานี้ช่วยจุดประกายการศึกษาเพิ่มเติมเรื่องผลกระทบจากผลิตภัณฑ์พลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกพลาสติกที่เราคิดว่าปลอดภัย

Winder กล่าวว่า ไทรอยด์ไม่ใช่โรคร้ายแรงและจำนวนผู้เป็นมีเพิ่มเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามการศึกษานี้ช่วยให้เห็นความสำคัญของผลกระทบจากพลาสติกซึ่งควรมีศึกษาอย่างละเอียด หากเป็นไปได้น่าจะมีการพิจารณาการใช้สารนี้ใหม่ในอุตสาหกรรมพลาสติก

ด้านศาสตราจารย์ Brian Priestly หัวหน้าศูนย์ Australian Centre for Human Health Risk Assessment ที่มหาวิทยาลัย Monash ใน Melbourne กล่าวว่า ทีมทดลองไม่ควรสรุปความสัมพันธ์โรคไทรอยด์ที่พบว่ามีต้นเหตุมาจากสาร PFOA

Priestly กล่าวว่า น่าจะมีการศึกษาเพิ่มเติมด้านกลไกชีวภาพว่าสามารถเป็นไปได้หรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีการพิสูจน์ให้เห็นอย่างแน่ชัดว่าการได้รับสาร PFOA/PFOS ทำให้เกิดโรคไทรอยด์ได้จริงหรือไม่

 

ที่มา: http://www.abc.net.au/science/articles/2010/01/21/2798020.htm

อ้างอิง: http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=5518

 

 

 



แสดงความคิดเห็น