ดาวหางไม่ได้มีมาตั้งแต่กำเนิดระบบสุริยะ

ก่อนหน้านี้ดาวหางได้รับการจดจำว่าเป็นวัตถุที่เก่าและอยู่ใกล้ยุคกำเนิดระบบสุริยะมากที่สุดแล้ว แต่จากการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับดาวหางไวลด์ 2 พบว่า วัตถุท้องฟ้าของระบบสุริยะวงในที่มีอายุแก่ที่สุดกลับเกิดหลังระบบสุริยะถึง 1.7 ล้านปี
นักวิจัยของศูนย์ปฏิบัติการวิจัยแห่งชาติลอว์เรนซ์ ลิเวอร์มอร์ ได้ทำการศึกษาอายุของวัตถุท้องฟ้าจากดาวหางยุคแรกจากดาวหางที่รู้จักกันดี ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Science Express ฉบับวันที่ 25 กุมภาพันธ์
โครงการสตาร์ดัสต์ของนาซ่าเพื่อการสำรวจดาวหางไวลด์ 2 นี้เริ่มต้นขึ้นในปี 1999 ซึ่งนาซ่าเชื่อว่าดาวหางนี้น่าจะรักษาเศษเล็กเศษน้อยของวัตถุยุคเริ่มแรกกำเนิดระบบสุริยะเอาไว้ จนกระทั่งปี 2006 ที่ผ่านมาก็ได้ชิ้นส่วนตัวอย่างของดาวหางมา
เดิมที โครงการนี้คาดว่าจะร่องรอยของสสารยุคแรกที่ก่อให้เกิดการหล่อหลอมเป็นระบบสุริยะขึ้นมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นวัตถุพื้นฐาน, ฝุ่นไร้รูปร่างจากสสารระหว่างดาว และสะเก็ดดาวจริงๆ (ฝุ่นคริสตอลที่มีจุดกำเนิดมาจากดวงดาวอันไกลโพ้น) แต่ผลการทดสอบเบื้องต้นกลับให้ภาพที่แตกต่างออกไป
นั่นคือ วัตถุจากดาวหางนั้นกลับมีส่วนประกอบของวัตถุอุณหภูมิสูงที่มีแคลเซียมอลูมินัม (CAI) อยู่เยอะ ซึ่งจะพบมากตามเนบิวลาดวงดาว และวัตถุเหล่านี้เองที่จะกระจุกตัวกันเป็นส่วนในของเนบิวลาดวงดาวในเวลาต่อมา และพบโดยทั่วไปในอุกกาบาต
การค้นพบ CAI ในดาวหางไวลด์ 2 นี้เป็นการชี้ชัดว่า การกำเนิดของระบบสุริยะนั้นจะรวมเอาสารที่อยู่รอบๆจุดกำเนิดได้ไกลกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์เอาไว้มาก และหลังจากการรวมตัวแล้ว ก็จะทิ้งซากที่เหลือเอาไว้จึงก่อกำเนิดเป็นดาวหางในเวลาต่อมา
“วัตถุระบบสุริยะวงในที่เราค้นพบในดาวหางไวลด์ 2 เป็นการบอกให้ทราบว่าเนบิวลายุคแรกนั้นจะมีรัศมีการกลืนกินเข้ามาสูงกว่าที่เราคิดมาก” เจนนิเฟอร์ มัตเซล แห่งสถานบันห้องปฏิบัติการฟิสิกส์พิภพและวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์อธิบาย
“การค้นพบนี้ยังช่วยตอบคำถามถึงขั้นตอนการสร้างตัวของดาวหางด้วย ตลอดจนได้ความสัมพันธ์ระหว่างดาวหางไวลด์ 2 และวัตถุจากเนบิวลาดวงดาวยุคแรก”
จากการวิเคราะห์พบว่า วัตถุระบบสุริยะวงในนั้นกว่าจะสร้างตัวเป็นดาวหางได้ต้องใช้เวลา 1.7 ล้านปีหลังจากการระบบสุริยะเลยทีเดียว ซึ่งตัวเลขนี้มาจากการระยะเวลาการเกิดของ CAI ตามธรรมชาตินั่นเอง
แปลจาก : http://www.sciencedaily.com/releases/2010/02/100225164851.htm
