ยาสิว รักษาเอดส์

Written by gik_ravicha on . Posted in ชีววิทยา, วิทยาศาสตร์

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins พบวิธีรักษาเอดส์แบบใหม่ ใช้ยาปฎิชีวนะรักษาสิวที่รู้จักกันมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1970 ซึ่งมีการรับรองแล้วว่าปลอดภัย

ยาชนิดนี้ส่งผลต่อเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันของเรา โดยปกติแล้วเชื้อไวรัส HIV หรือไวรัสก่อเอดส์จะหลบซ่อนอยู่ในเซลล์ชนิดนี้ แต่เมื่อให้ยารักษาสิวเข้าไปจะช่วยหยุดการเพิ่มจำนวนและยับยั้งการกระตุ้นการทำงานของเชื้อ

วารสาร The Journal of Infectious Diseases ฉบับวันที่ 15 เม.ย. รายงานว่า ยาที่กล่าวถึงนี้มีชื่อว่า minocycline ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นทดลองรักษากับผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อ HIV หากใช้ร่วมกับยารักษาเอดส์ในปัจจุบันชื่อว่า HAART (Highly Active Antiretroviral Therapy) จะกลายเป็นยาที่ออกฤทธิ์รักษาได้ดีกว่า

Janice Clements กล่าวว่า ประโยชน์จากการใช้ยา minocycline คือ ไวรัสสามารถพัฒนาลักษณะดื้อยาได้น้อย เนื่องจาก minocycline ออกฤทธิ์ไปยังกลไกภายในเซลล์ มิใช่ยับยั้งโปรตีนในไวรัสเหมือนยาชนิดอื่น  ปัญหาของแพทย์ในขณะนี้คือการรักษาผู้ป่วยเอดส์ทั่วไปสามารถทำได้แค่ล็อคไวรัสให้อยู่ในสภาวะสงบนิ่ง ขณะที่ HAART มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนเซลล์ไวรัส ส่วน minocycline เป็นอาวุธสำคัญหรือกำลังเสริมในการต่อต้านไวรัส

 

ภาพ: ดร. Janice E. Clements

(Credit: Image courtesy of Johns Hopkins Medical Institutions)

Minocycline นั้นแตกต่างจาก HAART ตรงที่ HAART โจมตีไวรัส ส่วน Minocycline โจมตีที่เซลล์เจ้าบ้าน คือยาไปเปลี่ยนการทำงานของ T cell ซึ่งเป็นเซลล์หลักในระบบภูมิคุ้มกันที่มีหน้าที่ต่อต้านเชื้อ HIV Clements เสริมว่า Minocycline ช่วยลดความสามารถของ T cell ในการกระตุ้นและแบ่งตัวเพิ่มจำนวน ทั้งสองขั้นนี้สำคัญต่อการเพิ่มจำนวนของเชื้อ HIV เช่นเดียวกัน

หากรับประทาน HAART เป็นประจำทุกวัน HAART สามารถช่วยป้องกันไข้หวัดได้ แต่ไม่มีผลทางการรักษา ยาจะช่วยกำจัดไวรัสให้อยู่ในปริมาณน้อยได้แต่ไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมดทีเดียว ไวรัสบางส่วนยังคงหลบซ่อนอยู่ในเซลล์ภูมิคุ้มกันต่อไป หากคนคนนั้นหยุดรับประทาน  HAART หรือกินยาผิดขนาด เชื้อไวรัสอาจถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้งจนมากกว่าจำนวนเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่เรามี ทำให้พวกมันกระจายตัวเพิ่มจำนวนได้

 Gregory Szeto นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาจากภาควิชา Cellular and Molecular Medicine ที่ห้องวิจัยด้านรีโทรไวรัสที่ Hopkins กล่าวว่า บางคนอาจคิดว่ายาที่ให้นี้จะไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของเรา เนื่องจากยาชนิดนี้ลดการทำงานของ T cell แต่จากการวิจัยในลิง ซึ่งมีเป็นสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายกับคนเรามาก ไม่แสดงให้เห็นถึงผลเสียจากยา คาดว่ายาชนิดนี้ทำให้เชื้ออยู่ในระดับสมดุลกับเซลล์ภูมิคุ้มกัน และอาจเป็นยาในอุดมคติสำหรับรักษาเชื้อ HIV ก็ว่าได้ เนื่องจากมีเป้าหมายที่เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน

ความสำเร็จจากการทดสอบยาในสัตว์ทดลองทำให้ทีมวิจัยทำการศึกษาต่อในหลอดทดลองเพื่อดูว่า Minocycline มีผลต่อระยะแฝงของ T cell ที่ติดเชื้อHIV หรือไม่ โดยใช้เซลล์ของผู้ป่วยเอดส์มาทดสอบยา HAART จากนั้นแยกเซลล์ภูมิคุ้มกันที่มีเชื้อ HIV และอยู่ในระยะพัก มาทดสอบต่อด้วยยา minocycline แล้วนับจำนวนอนุภาคไวรัสที่ถูกกระตุ้น พบว่าปริมาณไวรัสนี้มีน้อยมากจนไม่สามารถตรวจพบได้

ที่มา: http://www.sciencedaily.com/releases/2010/03/100319202528.htm

อ้างอิง:  http://en.wikipedia.org/wiki/Minocycline

 http://en.wikipedia.org/wiki/Antiretroviral_drug

 



แสดงความคิดเห็น