ก๊าซพิษดินไฟลุก

Written by pron_one on . Posted in ทั่วไป

เหตุการณ์ดินติดไฟที่จังหวัดพิษณุโลก กลายเป็นปรากฏการณ์ดังระดับประเทศ ที่ยังหาคำอธิบายสาเหตุการเกิดแบบชัดเจนไม่ได้ แต่ที่ยืนยันได้แน่ๆ คือในพื้นที่ดังกล่าวมีก๊าซพิษเกินค่ามาตรฐาน 2 ตัว คือ คาร์บอนไดซัลไฟด์ และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งก๊าซดังกล่าวสามารถเข้าสู่ร่างกายคนได้ทั้งทางผิวหนัง และทางเดินหายใจ และมีพิษร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิต 


ทีนี้เราลองมาทำความรู้จักก๊าซพิษทั้งสองตัวนี้ เริ่มที่ คาร์บอนไดซัลไฟด์ (Carbon disulfide : CS2) มีสถานะติดไฟได้ดี หากกลั่นให้บริสุทธิ์ จะมีกลิ่นอ่อนๆ ถ้าไม่บริสุทธิ์จะมีกลิ่นเหม็น  
ไอของมันหนักกว่าอากาศ 2 เท่า ดังนั้นในที่อากาศนิ่งๆ คาร์บอนไดซัลไฟด์จะลอยต่ำเรี่ยพื้น ทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่คนจะสูดไอเข้าไป ไอระเหยของมันเมื่อพบกับอากาศจะให้ไอผสมที่ระเบิดได้ และลุกติดไฟได้อย่างรวดเร็ว  หากสูดดมเข้าไปมากๆ อาจทำให้เคลิบเคลิ้ม แล้วหงุดหงิด กระวนกระวาย ระคายเคือง เยื่อบุเมือก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ กดการหายใจขาดสติสัมปชัญญะ สั่นกระตุก ชักและตาย หากถูกผิวหนังจะเกิดไหม้แดง แสบ แตก และลอก


ทั้งนี้เราจะใช้วิธีดมกลิ่นเพื่อตรวจจับก๊าซชนิดนี้ไม่ได้ เนื่องจากผู้สูดดมจะสูญเสียการได้กลิ่นอย่างรวดเร็ว  
การรักษาเบื้องต้น หากได้รับพิษมาก ต้องให้ออกซิเจนเพื่อช่วยการหายใจ จากนั้นให้สารละลายอิ่มตัวของโซเดียมไบคาร์บอเนต เพื่อลดสภาพกรดและป้องกันการเกิดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ในร่างกาย ซึ่งเป็นพิษเช่นเดียวกัน ส่วนก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นก๊าซไม่มีสี ไม่ไวไฟ ที่ระดับความเข้มข้นสูงจะมีกลิ่นฉุนแสบจมูก เมื่อทำปฏิกิริยากับก๊าซออกซิเจนในอากาศ จะรวมตัวเป็นกรดกำมะถัน  ก๊าซชนิดนี้ ก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง นอกจากนี้ ยังทำให้น้ำฝนที่ตกลงมามีสภาพความเป็นกรดมากขึ้นด้วย



ขอขอบคุณข้อมูลจาก สสส.




แสดงความคิดเห็น