สร้างเมืองหลวงอัจฉริยะ
การสร้างเมืองอัจฉริยะ เพื่อการอยู่เย็นเป็นสุขของพลเมือง ก็เป็นที่ใฝ่ฝันของนักเทคโนโลยีไอทีเช่นกัน และล่าสุดก็มีการเลือกมหานครลอนดอน เพื่อให้นักไอทีทั้งหลายวางแผนสร้างระบบอัจฉริยะเพื่อความสุขของผู้อาศัยทั้งเมืองหลวง ระบบอัจฉริยะที่ว่านี้จะเป็นระบบปฏิบัติการเมืองหลวง หรือเมืองใหญ่ทั่วไปซึ่งจะออกแบบให้มีลักษณะพื้นฐานที่เชื่อมต่อกันระหว่างบริเวณที่พลเมืองต้องการไปยังระบบปฏิบัติการนี้ เพื่อให้ระบบอัจฉริยะสามารถคิดและทำให้บริการได้เลย ซึ่งระบบปฏิบัติการนี้ ในระยะแรกจะเชื่อมต่อเข้าไปยังบริการด้านสาธารณูปโภคไปเลยเช่น น้ำ การขนส่ง และพลังงาน บริษัทที่ร่วมหุ้นส่วนกันทำได้แก่ ฮิตาชิ ฟิลลิปส์ และสภาเขตกรีนนิช โดยมีความตั้งใจที่จะทำให้เขตกรีนนิช (ส่วนหนึ่งของมหานครลอนดอน) ซึ่งอยู่ตรงจุดเริ่มต้นของเวลาโลก และมีหลักเขตติดคาบสมุทรที่ใหญ่ที่สุดของโลก
เดวิด วิลเล็ทส์ รัฐมนตรีกระทรวงมหาวิทยาลัยและวิทยาศาสตร์ แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งก็จะต้องเซ็นอนุญาตโครงการนี้ได้กล่าวว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะในอนาคตจะสร้างโอกาสที่สำคัญมากในอนาคตกับสหราชอาณาจักรและมหานครลอนดอน และจะเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการนี้ มหานครลอนดอนเป็นนครที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 และประเทศอังกฤษมีประสบการณ์แห่งประวัติศาสตร์ความเป็นเมืองมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คาบสมุทรกรีนนิช เป็นบริเวณของมหานครลอนดอนที่รัฐบาลตั้งใจจะฟื้นฟูให้มีชีวิตชีวามากขึ้น มีโครงการบ้านและสำนักงานใหม่ ๆ เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งติดคาบสมุทร มีกระเช้าลอยฟ้า พร้อมทั้งทำเลเหมาะสำหรับการเล่นเรือใบ ซึ่งหลายโครงการจัดสรรสิ่งปลูกสร้างใหม่จะเสร็จเพื่อต้อนรับการเปิดกีฬาโอลิมปิกอย่างเป็นทางการพอดี ณ มหานครลอนดอน
ผู้บริหารสูงสุดของโครงการนครหลวงอัจฉริยะนี้ชื่อ สตีฟ ลูอิส ได้กล่าวว่า เรากำลังก้าวเข้ามาสู่ยุคที่ทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมต่อกันหมด ตั้งแต่ บริการด้านสุขภาพ จนถึงการคมนาคมขนส่ง โครงการนครหลวงอัจฉริยะนี้ชื่อว่า ไอทีเพื่อแผนการใช้ชีวิต (Living Plan IT) ซึ่งจะมีการเชื่อมต่อทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองเข้าด้วยกันหมดโดยที่ไม่เคยมีที่ไหนทำมาก่อน ระบบปฏิบัติการเมือง หรือ Urban OS นี้จะแตกต่างจากระบบปฏิบัติการสมัยเดิมด้วยการออกแบบที่มั่นคงถาวรสำหรับอนาคตไปเลย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากระบบอีเมลล่มสัก 10 นาทีคงจะไม่สำคัญเท่าไรนัก แต่ถ้าระบบปฏิบัติการนี้ล่มและเชื่อมต่อไปยังระบบการเชื่อมต่อสำหรับการฉีดปั้มอินซูลินของคนไข้รักษาเบาหวานล่ะก็คนละเรื่องกัน ระบบปฏิบัติการจึงต้องมีความมั่นคงปลอดภัยสูงมาก
โครงการนี้จะฝังเซ็นเซอร์เข้าไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วเมืองเพื่อทำให้สามารถควบคุมได้ทุกเงื่อนไขและสร้างสมองอัจฉริยะในการควบคุมระบบแสงสว่างตามท้องถนนและระบบการทำความร้อนตามสถานที่ต่าง ๆ ในฤดูหนาว ระบบอัจฉริยะนี้จะคุยกันเองได้โดยการกำหนดดูจากสภาวะอุณหภูมิอากาศ แสงสว่าง รวมกระทั่งความหนาแน่นของจราจรบนท้องถนนและระบบพลังงานไฟฟ้าและความร้อนเข้าไปควบคุมทุกอย่างในเมืองได้ สำหรับงบประมาณในการลงทุนครั้งนี้ประมาณ 402,415 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้สามารถพัฒนาและฟื้นฟูเมืองได้ไปจนถึงปี 2020 มีการประมาณการว่าโลกใบนี้ จะมีประชากรอยู่ในเขตเมืองตามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกถึง 70% ของโลกใบนี้ในปี 2050 กรุงเทพมหานครอยากจะเป็นเมืองหลวงอัจฉริยะบ้างหรือไม่ ก็ให้ท่านผู้อ่านคนกทม.พิจารณากันเองก็แล้วกัน


