ถึงแม้เด็กจะมีกิจกรรมสันทนาการน้อยลง แต่การใช้จินตนาการนั้นกลับเพิ่มสูงขึ้น

Written by faceoffact on . Posted in วิทยาศาสตร์, วิทย์ทั่วไป

 

เด็กๆในวันนี้อาจจะยุ่งกว่าที่เคย แต่ดูเหมือนนักจิตวิทยาจาก Case Western Reserve University นั้นจะไม่พบว่ามันจะส่งผลเสียต่อจินตนาการเด็กแต่อย่างใด แต่กลับเป็นว่าทำให้ดีขึ้นเสียด้วยซ้ำ

 

นักจิตวิทยา Jessica Dillion และ Sandra Russ ได้คาดหวังถึงผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามตอนที่พวกเขาได้วิเคราะห์การวิจัยการสันทนาการของเด็กทั้ง 14 ชิ้นที่เคยทำไว้ระหว่างปี 1985 และปี 2008  แต่จากที่พวกเขาได้รายงานไว้ในบทความ “ความเปลี่ยนแปลงของการสันทนาการของเด็กในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา” ของวารสาร Creativity Research Journal นั้น ข้อมูลได้บ่งบอกถึงเรื่องราวที่ตรงกันข้ามกับสมมุติฐานปกติ  อย่างแรกก็คือ การใช้จิตนาการของเด็กในการสันทการ ความมีส่วนร่วมและความผ่อนคลายกับกิจกรรมสันทนาการนั้นเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ยิ่งไปกว่านั้น ผลลัพธ์ยังชี้ให้เห็นอีกว่าเด็กในวันนี้แสดงอารมณ์ด้านลบในการสันทนาการน้อยลงกว่าแต่ก่อน ส่วนความสามารถในการแสดงอารมณ์ด้านบวกอย่างหลากหลาย การเล่าเรื่องและการจัดเรียงความคิดต่างๆนั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

 

Diillon , นักศึกษาปริญญาเอกปีที่ห้า และ Russ, ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาที่ Case Western Reserve ได้ตัดสินใจที่จะย้อนกลับไปดูข้อมูลอีกทีหลังจากมีรายงานจาก American Academy of Pediatrics ชิ้นหนึ่งในปี 2007 แสดงข้อมูลว่าเด็กๆสันทนาการน้อยลง โดยที่พวกเขาได้ตรวจสอบว่าการมีเวลาสันทนาการน้อยลงนั้นจะส่งผลต่อกระบวนการการเรียนรู้และพัฒนาการทางอารมณ์หรือไม่

 

การทดลองนั้นมุ่งเน้นกลุ่มเด็กที่มีอายุระหว่าง 6 และ 10 ปี ซึ่งจะวัดความผ่อนคลาย จินตนาการ และอารมณ์ด้านบวกและลบที่ถูกแสดงออกมา รวมถึงคุณภาพของการเล่าเรื่องโดยใช้เกณฑ์วัดตามที่ทีมวิจัยกำหนด โดยวิธีการทดลองจะใช้เวลาประมาณ 5 นาทีและเด็กๆจะถูกขอให้เล่นกับบล๊อคไม้สามชิ้นและตุ๊กตามืออีกสองตัวโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆในการเล่น  ระหว่างการทดลองก็จะอัดวิดีโอเก็บไว้และนำมาตรวจสอบในภายหลังเพื่อการในคะแนนตามเกณฑ์ต่างๆ

 

Russ กล่าวอธิบายว่า เด็กๆที่แสดงออกถึงความสามารถในการสันทนาการที่ดีด้วยจิตนาการและการแสดงออกทางอารมณ์ว่าได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ดีกว่าในการรับมือกับสถานการณ์ ความสร้างสรรค์ รวมถึงการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวว่าการเป็นผู้สันทนาการที่เก่งและอัจฉริยภาพนั้นไม่เกี่ยวข้องกัน

 

ข้อมูลที่ได้จากเกณฑ์วัดนี้ได้มอบข้อมูลเชิงปริมาณและโครงสร้างการวิจัยมากว่า 23 ปีแล้ว โดยเธอบอกว่า การใช้หลักการเดิมในการวัดการสันทนาการนั้นจะมอบโอกาสในการติดตามความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นได้ 

 

Russ ได้แสดงความกังวลถึงการลดลงของการแสดงออกทางอารมณ์และการกระทำด้านลบอยู่ เพราะงานวิจัยก่อนหน้านี้ได้แสดงให้เห็นว่าอารมณ์ด้านลบนั้นก็มีส่วนในการพัฒนาความสร้างสรรค์ของตัวเด็กเช่นกัน แต่ถึงแม้ว่าเวลาในการสันทนาการของเด็กจะลดลงก็ตาม พวกเขาจะมีแรงกระตุ้นและจะหาวิธีสันทนาการในแบบตัวเองได้อยู่เสมอ อย่างเช่นสิ่งกระตุ้นใหม่ๆอย่างวิดีโอเกมส์หรืออินเตอร์เน็ตที่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันนั้น Russ ได้บอกว่าเด็กๆเองก็อาจจะได้ความสามารถในการเรียนรู้จากการใช้เทคโนโลยี แทนที่จะได้ความสามารถดังกล่าวจากการเล่นแบบสมมติเหตุการณ์ก็เป็นได้ ขีดความสามารถดังกล่าวนั้น ก็อาจจะพัฒนามาจากการเพ้อฝันของเด็กๆด้วยก็ได้เช่นกัน

 

Russ กล่าวว่า การวิจัยในอนาคตนั้นจะต้องพุ่งความสนใจในเรื่องที่ว่าการแสดงออกทางอารมณ์และการสร้างเรื่องราวระหว่างการสันทนาการของเด็กนั้นยังมีความสำคัญอย่างที่เคยเป็นในอดีตหรือไม่ต่อการช่วยให้เด็กๆมีความคิดสร้างสรรค์

 

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้เด็กจะมีเวลาสันทนาการน้อยลง Russ ก็ยังแนะนำว่าควรให้เวลากับพวกเขาบ้าง เพราะว่ามันจะช่วยให้เด็กๆมีพัฒนาการทางอารมณ์และความสามารถทางด้านการเรียนรู้อีกด้วย

 

 

 

 

ที่มา : http://www.sciencedaily.com/releases/2012/05/120530133720.htm

 

 


แสดงความคิดเห็น