เน็ตก้าวิว ระบบจัดการเครือข่าย ซอฟต์แวร์ไทยเทียบชั้นของนอก
องค์กรหรือธุรกิจขนาดใหญ่คงจะคุ้นเคยแต่กับซอฟต์แวร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลก โดยเฉพาะกับซอฟต์แวร์ทางด้านบริหารจัดการเครือข่าย ที่นับวันจะมีมากและสร้างความยุ่งยากในการบริหารจัดการให้กับฝ่ายไอทีของบริษัทได้ไม่น้อย แต่วันนี้ …คงต้องขอให้เปิดใจ รับกับความสามารถของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยที่กวาดรางวัลมาแล้วทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมจะโกอินเตอร์ กับซอฟต์แวร์บริหารจัดการเครือข่าย เน็ตก้า วิว (NetkaView) ผลงานของบริษัทเน็ตก้า ซิสเต็ม จำกัด
นางนิพัสตราภรณ์ เจียมโชติพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการของเน็ตก้า บอกว่า บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์บริหารจัดการเน็ตเวิร์ก ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2548 โดยมีผลิตภัณฑ์และบริการครอบคลุมการบริหารจัดการทางด้านเน็ตเวิร์กหรือเครือข่ายอย่างครบวงจร บริษัทมุ่งเน้นพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทำให้การบริหารจัดการเน็ตเวิร์กเป็นเรื่องง่าย สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับลูกค้า ซึ่ง เน็ตก้า วิว ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ที่เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ทางด้านโทรคมนาคมและผู้ให้บริการระบบเครือข่ายและอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ หรือเซอร์วิส โพรวายเดอร์
โดยเน็ตก้าวิว จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ดูแลเน็ตเวิร์ก สามารถเห็นภาพรวมของเหตุการณ์ต่าง ๆ และปัญหาที่เกิดขึ้นภายในระบบหรือแม้กระทั่งการแจ้งเตือนเมื่ออุปกรณ์ทำงานเกินค่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ มีระบบการแจ้งเตือนทั้งในรูปแบบอีเมลหรือเอสเอ็มเอส ในกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้นภายในระบบ มีการทำผังโครงข่าย ของระบบเน็ตเวิร์กอัตโนมัติ หรือหากว่า ในองค์กรนั้น ๆ มี ผังโครงข่ายอยู่แล้ว ก็สามารถย้ายผังภาพของระบบที่มีอยู่แล้วมาแสดงสถานะของอุปกรณ์ หรือลิงก์ ได้ นางนิพัสตราภรณ์ บอกอีกว่า ซอฟต์ แวร์ที่พัฒนาขึ้น สามารถใช้งานและเข้าถึงผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ทำให้ทำงานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เข้าถึงได้จากทุกที่ ทุกเวลา นอกจากนี้ระบบยังรองรับอุปกรณ์เน็ตเวิร์กที่หลากหลายยี่ห้อ สั่งทำรายงานรวมถึงการใช้งานแสดงสถานะร่วมกับแผนที่จากกูเกิลแมพหรืออุปกรณ์เฉพาะทางอื่น ๆ ได้อีกด้วย
สำหรับรางวัลจากการประกวดในเวทีต่าง ๆ เช่น รางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในการประกวด เอเชีย แปซิฟิก ไอซีที อะไลแอนซ์ อวอร์ด 2011 หรือ รางวัลชนะเลิศระดับประเทศใน ไทยแลนด์ ไอซีที อวอร์ด 2011 (TICTA 2011) นางนิพัสตราภรณ์ บอกว่า เป็นอีกหนึ่งในวิธีการสร้างชื่อให้กับบริษัทคนไทย เพราะการพัฒนาซอฟต์แวร์ดังกล่าว บริษัทที่ไม่ได้มองแค่ในประเทศไทย แต่ดูแนวโน้มของตลาดและคู่แข่งในต่างประเทศอีกด้วย เรียกว่าพร้อมที่จะแข่งขันและโกอินเตอร์

